“ถ้าคุณกล้าพอจะก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... รินก็ไม่รับประกันนะคะว่าเราจะได้คุยกันเรื่องบทละครต่อจนจบสว่างหรือเปล่า”
น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของรินรดาไม่ได้สั่นเครืออย่างที่เจ้าตัวนึกกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือความพยายามขั้นสูงสุดในการขีดเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง ‘ผู้กำกับ’ กับ ‘นักเขียนบท’ ที่ดันทะลึ่งล้ำเส้นความเป็นมืออาชีพมาไกลเกินกว่าจะหาทางถอยกลับ
ความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของกองถ่ายยามวิกาลนั้นราวกับมีเสียงกระซิบของความตึงเครียดดังสะท้อน พรรษชลไม่ได้ถอยหลังหนีตามคำเตือน เธอเพียงแค่หยุดยืนนิ่ง ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเฉี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าของรินรดาตั้งแต่ดวงตากลมโตที่ฉายแววระแวดระวัง ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นราวกับต้องการสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
“กลัวอะไรคะ ริน?” พรรษชลเอ่ยทวนคำ เสียงนุ่มทุบทำลายกำแพงทิฐิที่รินรดาอุตส่าห์ก่อขึ้นมาอย่างยากลำบากในเสี้ยววินาที “กลัวงานของเราจะพัง... หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่ที่กำลังคิดไปไกลกว่าหน้ากระดาษที่เธอเขียน?”
“คุณพรรษ!” รินรดาตวัดเสียงขึ้นอย่างเหลืออด มือเรียวที่กำแฟ้มบทละครในมือแน่นจนกระดาษยับย่น เธอเกลียดรอยยิ้มมุมปากแบบนั้น เกลียดแววตารู้ทันที่อีกฝ่ายชอบส่งมาให้ราวกับตัวเองเป็นแค่เด็กน้อยที่ถูกอ่านเกมขาดในทุกย่างก้าว “อย่ามาพูดจาเกินเลยนะคะ เรากำลังคุยกันเรื่องบทซีรีส์ตอนที่หก ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”
“แล้วตรงไหนล่ะคะที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว?” ผู้กำกับสาวก้าวเข้ามาประชิดอีกเพียงครึ่งก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือเสียงดังทึบ พรรษชลใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นหนังสือไว้ กักตัวร่างโปร่งให้อยู่ในอาณาเขตของเธออย่างเบ็ดเสร็จ “ในเมื่อไดอะล็อกที่เธอบังคับให้ตัวละครพูดออกมาเมื่อกี้ มันคือความรู้สึกจริง ๆ ที่เธอแอบซ่อนไว้ใต้พรมมาตลอดไม่ใช่หรือไง”
รินรดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคยประจำตัวของพรรษชลลอยวนอยู่รอบตัว สร้างความปั่นป่วนในท้องจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อหลบสายตาดุดันคู่นั้น
ใช่... พรรษชลพูดถูก
ไดอะล็อกของตัวละครเอกในซีนนั้น ไม่ใช่บทที่เธอเขียนขึ้นมาจากจินตนาการ แต่มันคือความอัดอั้นตันใจที่เธออยากจะตะโกนใส่หน้าผู้กำกับคนนี้มานานหลายสัปดาห์ ตั้งแต่วันแรกที่ต้องมาร่วมงานกันด้วยความไม่เต็มใจ จนกระทั่งความใกล้ชิดค่อย ๆ กัดเซาะกำแพงความระแวงที่เธอสร้างขึ้นจากบาดแผลในอดีต รินรดารู้ดีว่าตัวเองกำลัง ‘รู้สึก’ เกินเส้นคำว่าเพื่อนร่วมงาน และนั่นคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด—การตกหลุมรักคนที่พร้อมจะเดินจากไปเพื่อแบกรับความคาดหวังของคนทั้งวงการได้ทุกเมื่อ
“รินเป็นนักเขียนค่ะ หน้าที่ของรินคือการสร้างตัวละครให้มีชีวิต ไม่ใช่เอาความรู้สึกไร้สาระของตัวเองมาใส่ลงไปในงาน” รินรดาเชิดหน้าขึ้น ฝืนส่งสายตาดุดันกลับไปแม้ว่ามือไม้จะเริ่มเย็นเฉียบ “ถ้ารสนิยมในการตีความบทของคุณมันเพี้ยนจนแยกแยะโลกความจริงกับงานไม่ออก... งั้นเราก็คงไม่ต้องคุยกันต่อแล้วล่ะค่ะ”
เธอดันไหล่ของพรรษชลออกเบา ๆ เพื่อเตรียมจะเดินเลี่ยงหนี แต่มีหรือที่คนอย่างพรรษชลจะยอมปล่อยให้เหยื่อที่อยู่ในกำมือหลุดรอดไปง่าย ๆ
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าเอาไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บแต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้รินรดาต้องชะงักฝีเท้า พรรษชลโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาที่เคยนิ่งสงบราวน้ำลึกบัดนี้กลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดื้อรั้น ดุดัน และ... อ่อนล้าในเวลาเดียวกัน
“ปากแข็งจังนะคะ...” พรรษชลกระซิบแผ่วเบa ชิดริมใบหูของคนตัวเล็กจนรินรดาต้องหลับตาลงด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง “ปากบอกว่าไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัว แต่เวลาที่ฉันหันไปคุยกับคนอื่น ทำไมสายตาของเธอถึงได้ฟ้องว่าหึงจนแทบจะกินหัวฉันอยู่แล้วล่ะคะ รินรดา”
“ฉัน... ฉันเปล่า!” รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงที่ถูกจี้ใจดำทำให้เธอรู้สึกเหมือนคนจนตรอก “อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะ ใครจะไปอยาก...”
“ถ้าไม่ได้สนใจ... แล้วทำไมมือถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะคะตอนที่อยู่ใกล้ฉัน”
คำถามนั้นทำให้รินรดาชะงักค้าง เธอก้มมองมือตัวเองที่กำลังกำชายเสื้อของพรรษชลไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ความตระหนักรู้แล่นริ้วเข้ามาในหัวจนเธออยากจะกัดลิ้นตัวเองตายตรงนั้น ทิฐิที่เคยตั้งสูงลิ่วพังทลายลงในพริบตาเหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ข้างใน
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ประสานกันเป็นจังหวะ พรรษชลค่อย ๆ คลายมือที่จับข้อมือเธอออก เปลี่ยนเป็นการสอดเรียวนิ้วเข้ามาประสานเข้ากับมือของเธอแทนอย่างแนบแน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือเข้ามาทำให้ขอบตาของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“เรารู้จักกันมาตั้งนาน... สร้างกำแพงใส่กันมาก็เยอะ” พรรษชลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งและมาดมั่น มีเพียงความจริงใจที่ถูกเปิดเปลือยออกมาทีละน้อย “บางที... การที่เราลองก้าวข้ามเส้นความคุ้นเคยนี้ไปดูสักครั้ง มันอาจจะไม่แย่อย่างที่เธอคิดก็ได้นะ ริน”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้กำกับสาว หัวใจที่เคยปิดตายกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างออกไป—คำตอบที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเธอไปตลอดกาล
แต่ทว่า...
แกร๊ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูห้องทำงานที่ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับแสงไฟจากทางเดินที่สาดส่องเข้ามา ตัดผ่านความมืดและทำลายบรรยากาศสีชมพูจาง ๆ ให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
“พรรษ! อยู่นี่หรือเปล่า ฉันเอาเอกสารคิวถ่ายพรุ่งนี้มาให้... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะอะไรใช่ไหมคะเนี่ย?”
น้ำเสียงคุ้นเคยของ ‘มินตรา’ นางเอกสาวซูเปอร์สตาร์ประจำกองถ่ายดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ทันได้ดูตาม้าตาเรือ รินรดารีบดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือของพรรษชลทันทีราวกับโดนไฟลวก หัวใจที่เต้นรัวด้วยความซาบซึ้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนกระอักกระอ่วน
พรรษชลถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เธอยืดตัวตรง หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียบสนิทที่ซ่อนความไม่พอใจไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ตอนนี้ถอยหลังกรูดไปยืนชิดมุมห้องด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
และในจังหวะนั้นเอง สายตาของพรรษชลก็เหลือบไปเห็นกระดาษบันทึกข้อความลับบางแผ่นที่ร่วงหล่นลงมาจากแฟ้มบทละครที่รินรดากำไว้เมื่อครู่—กระดาษแผ่นที่รินรดาจงใจซ่อนมันไว้ใต้สุดของกองเอกสาร... ข้อความที่เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับเบื้องหลังการถอนตัวของโปรดิวเซอร์คนเก่า ซึ่งเชื่อมโยงกับใครบางคนที่พวกเธอคาดไม่ถึง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนGนี้น จะทำให้หัวใจของรี้ดทุกคนเต้นแรงไปพร้อมกับรินและพรรษนะคะ! น้อมรับทุกคอมเมนต์และกำลังใจจากทุกคนเสมอค่ะ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา•ตอนที่ 6
ข้ามเส้นความคุ้นเคย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!