เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา•ตอนที่ 13

พื้นที่ส่วนตัว

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าคุณยังมองด้วยสายตาประเมินค่าแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลในพื้นที่ของฉันนะคะ ผู้กำกับพรรษชล” เสียงทุ้มหวานที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของกองถ่าย รินรดากอดอกแน่น แผ่นหลังบางแนบชิดกับพนักโซฟาตัวใหญ่ราวกับต้องการสร้างเกราะป้องกัน ตัวบทละครฉบับแก้ไขใหม่นับสิบหน้าที่เพิ่งระดมสมองกันจนฟ้าส่าง ถูกวางกองไว้บนโต๊ะกระจกตรงกลาง เป็นหลักฐานชั้นดีว่าพวกเธอสองคนติดแหง็กอยู่ในห้องนี้ด้วยกันนานแค่ไหน พรรษชลไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเตือนนั้นเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงโปรดปรานการสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของนักเขียนบทสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่เป็นความระอาปนเอ็นดูที่เจ้าตัวมักซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมเสมอ “ฉันไม่ได้ประเมินค่าคุณค่ะ ริน แค่กำลังคิดว่า… สมองส่วนไหนของคุณที่คิดพล็อตตลกร้ายแบบนี้ออกมาได้” พรรษชลตอบเสียงเรียบ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ “ตัวละครเอกในเรื่องเกือบจะฆ่ากันตายอยู่แล้ว แต่คุณยังอุตส่าห์แทรกฉากแบ่งขนมปังปิ้งทาแยมสตรอว์เบอร์รีหน้าตาเฉย มันทำลายโทนเรื่องหมดนะคะ” “แต่มันคือความเรียลค่ะ!” รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบวาววับด้วยความถือดี “คุณชลเคยสังเกตไหมคะว่า เวลาที่มนุษย์เราเครียดจนแทบระเบิด สิ่งที่เราโหยหาไม่ใช่คำคมสวยหรูหรือการระบายความในใจแบบดราม่าเกาหลี แต่เราแค่อยากกินอะไรหวานๆ สักคำเพื่อยื้อชีวิตตัวเองจากความพินาศต่างหากล่ะคะ” พรรษชลชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบของผู้กำกับสาวไหววูบลงชั่วพริบตาเมื่อได้ยินคำนั้น รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากจางหายไป เหลือเพียงความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างพวกเธอทั้งคู่ จริงอย่างที่รินรดาว่า… สำหรับพรรษชลแล้ว ตลอดชีวิตที่ผ่านมาภายใต้เงาของตระกูลผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดัง เธอถูกหล่อหลอมให้ต้องสมบูรณ์แบบ ต้องแบกรับความคาดหวัง และไม่เคยได้รับอนุญาตให้แสดงความอ่อนแอออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว พื้นที่ปลอดภัยในความหมายของคนอื่น อาจหมายถึงบ้าน ครอบครัว หรืออ้อมกอดของใครสักคน แต่สำหรับพรรษชล พื้นที่ปลอดภัยของเธอคือการทำงานจนลืมหายใจ… จนกระทั่งผู้หญิงปากเก่งคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต และเริ่มรื้อถอนกำแพงทีละนิดอย่างถือวิสาสะ “คุณเองก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ…” น้ำเสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเงาความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ประจำตัวของนักเขียนสาวลอยเข้าแตะจมูก “ทำเป็นเก่ง ทำเป็นแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า แต่แอบสั่งลาเต้เย็นหวานน้อยมาดื่มแก้เครียดตอนตีสามทุกวัน… คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงคะ” พรรษชลนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง ไม่คิดว่าคนช่างสังเกตอย่างรินรดาจะมองทะลุปรุโปร่งถึงนิสัยปลีกย่อยที่เธอไม่เคยบอกใคร “ฉันไม่ได้…” พรรษชลพยายามจะหาข้อแก้ตัว แต่เสียงของเธอกลับติดอยู่ในลำคอเมื่อรินรดาขยับเข้ามาประชิดยิ่งกว่าเดิม “ยอมรับเถอะค่ะว่าคุณเหนื่อย” รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองผู้กำกับสาว ตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเยาะหยัน มีเพียงความเข้าใจลึกซึ้งที่ทำเอาคนใจแข็งอย่างพรรษชลถึงกับหายใจติดขัด “เราต่างก็มีแผลเป็นที่ไม่อยากให้ใครเห็นด้วยกันทั้งนั้น ฉันเข้าใจดีค่ะ… เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นยักษ์แบกกระสอบทรายสักวัน จะมีใครตายไหมคะ” คำพูดจี้ใจดำปนความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ ทำเอาพรรษชลเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา “คุณนี่มัน… ปากคอเราะร้ายเป็นบ้าเลยนะคะ รินรดา” พรรษชลเอ่ยเสียงพร่า มือบางที่เคยไขว้หลังไว้ค่อยๆ ยกขึ้น ปลายเรียวนิ้วปัดปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอแก้วเนียนใสของอีกฝ่ายออกให้อย่างแผ่วเบา โดยที่รินรดาไม่ได้ถอยหนี สัมผัสอบอุ่นที่แตะลงบนผิวแก้วทำให้หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวจนน่ากลัว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และความสุขุมนุ่มลึกของพรรษชลกำลังโอบล้อมเธอไว้ราวกับแรงโน้มถ่วงที่หลีกหนีไม่พ้น รินรดาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า พื้นที่ปลอดภัยที่เธอใช้เวลาค่อนชีวิตสร้างกำแพงเหล็กกล้ากั้นไว้อย่างแน่นหนา ตอนนี้มันกลับเปิดกว้างต้อนรับผู้หญิงตรงหน้าอย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน ใบหน้าที่โน้มเข้าหากันทีละน้อย ลมหายใจที่เริ่มผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงจนแทบจะแนบชิด *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต “ผู้กำกับคะ! แผนกตัดต่อส่งดราฟท์แรกของฉากไคลแมกซ์มาแล้วค่ะ—อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! นึกว่าไม่มีใครอยู่!” เสียงอุทานด้วยความตกใจของทีมงานสาวรุ่นน้องดังลั่นห้อง รินรดากับพรรษชลผละออกจากกันแทบไม่ทัน ร่างบางหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รีบก้มลงหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเปิดบังใบหน้าตัวเองแก้เก้อ ส่วนพรรษชลไอออกมาเบาๆ สองครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่พุ่งพล่านอยู่ในอก ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทเป็นท่านผู้กำกับคนเดิมในเวลาชั่วพริบตา พรรษชลหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำทีเป็นสนใจงานตรงหน้า แต่ทว่าปลายนิ้วที่วางอยู่บนโต๊ะกลับสั่นระริกเล็กน้อยจากจังหวะหัวใจที่ยังไม่ยอมสงบลง ทว่า… ในวินาทีที่ทีมงานสาวกำลังจะหันหลังเดินกลับออกไปเพื่อปิดประตูปล่อยให้พวกเธออยู่กันตามลำพังอีกครั้ง สายตาของพรรษชลก็บังเอิญเหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนป๊อปอัปบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรินรดาที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ มันเป็นข้อความจากบุคคลที่รินรดาเคยบอกว่า *“ไม่มีวันกลับไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด”* ส่งตรงเข้ามา พร้อมกับรูปถ่ายคู่ของรินรดากับใครอีกคนในอดีตที่ทำเอาลมหายใจของผู้กำกับสาวสะดุดกึกทันที! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มพื้นที่ปลอดภัยในหัวใจของ "ดอกเดซี่ริมทาง" ด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%