เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา•ตอนที่ 11

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าคุณยังมองหน้าฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะตัดฉากเลิฟซีนในสตูดิโอออกให้หมด เหลือไว้แค่ฉากพระเอกนางเอกยืนมองหน้ากันเฉยๆ สามชั่วโมงเต็มค่ะ ผู้กำกับพรรษชล” เสียงทุ้มหวานติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ รินรดากระแทกปากกาลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายขณะจ้องมองร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง วินาทีที่ลมหายใจของเธอเกือบสะดุดกึกไปเมื่อครู่—เมื่อรู้ว่าผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาในห้องตัดต่อยามวิกาลไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'พี่กรณ์' อดีตรุ่นพี่คนสนิทผู้เคยแทงข้างหลังเธอจนเกือบเอาชื่อไม่รอดในวงการ—มันคือความตื่นตระหนกชั่วเสี้ยววินาที แต่ก่อนที่ความเปราะบางจะทันได้กัดกินหัวใจ ร่างสูงโปรดของพรรษชลก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับผู้มาใหม่ได้อย่างพอดิบพอดี ไหล่กว้างของคนเป็นผู้กำกับบังสายตาคุกคามคู่นั้นมิดชิด ราวกับป้อมปราการเหล็กกล้าที่ถูกสร้างขึ้นอย่างกะทันหัน และตอนนี้ เมื่อการเผชิญหน้าอันน่าอึดอัดผ่านพ้นไปโดยที่พรรษชลไล่แขกไม่ได้รับเชิญออกไปอย่างไร้เยื่อใย ห้องตัดต่อก็เหลือเพียงแค่พวกเธอสองคน... กับความรู้สึกที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าบทละครที่กำลังเขียนอยู่เสียอีก พรรษชลถอนหายใจยาว ไหล่ที่เคยเกร็งเครียดผ่อนคลายน้อยลง ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองรินรดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “พูดจาไม่น่ารักเลยนะคะ นักเขียนบท” พรรษชลเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามุมปากกลับหยักขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก “เมื่อกี้ถ้าฉันไม่ยืนบังไว้ คุณคงสติหลุดกลางกองอำนวยการไปแล้วมั้งคะ” “ใครบอกว่าฉันสติหลุดกันคะ!” รินรดาเถียงกลับทันควัน หน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด ทิฐิสูงลิ่วถูกงัดขึ้นมาค้ำคอทันทีเมื่อโดนจี้จุด “ฉันแค่... ตกใจที่คนหน้าด้านแบบนั้นยังกล้าโผล่มาเหยียบที่นี่ต่างหากล่ะคะ!” “แต่เขาก็เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของโปรเจกต์เรานะคะ” พรรษชลพูดย้ำเตือนความจริงด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แม้ลึกๆ ในใจจะนึกอยากซัดหน้าตาแก่ตัณหากลับนั่นสักหมัดสองหมัดที่กล้าทำให้คนตรงหน้ามีสีหน้าหวาดหวั่นแบบนั้น “ในฐานะผู้กำกับ ฉันจัดการเองค่ะ คุณมีหน้าที่เขียนบทให้ดีก็พอ” คำพูดเรียบๆ แต่มั่นคงนั้นทำเอารินรดาชะงักไป ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก หัวใจที่เคยถูกปิดตายด้วยกำแพงหนาเตอะ กลับถูกความอบอุ่นสายหนึ่งเจาะทะลวงเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ผู้หญิงคนนี้กลายมาเป็น... เซฟโซน ให้เธอยืนพิงได้อย่างสนิทใจขนาดนี้ “ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะคะ?” พรรษชลเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป นัยน์ตาสีเข้มทอประกายล้อเลียน “กลัวตกหลุมรักผู้กำกับคนนี้เข้าแล้วหรือไง” “หลงตัวเองค่ะ!” รินรดาแหวใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอยื่นมือไปคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะมาเปิดหน้าจอโปรเจกต์งานอย่างรวดเร็ว “มาเคลียร์บทฉากที่สิบเอ็ดนี่ค่ะ ฉันแก้ไดอะล็อกใหม่ตามที่คุณคอมเมนต์เมื่อกลางวันแล้ว ลองอ่านดูซิว่าจะติอะไรอีกไหม” พรรษชลโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อรินรดากางหน้าจอให้ดู ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวของคนตัวเล็ก กลิ่นดอกไม้หอมหวานที่ลอยวนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ทำให้สมาธิของผู้กำกับการสาวเริ่มกระเจิงทีละน้อย กลายเป็นว่า... การทำงานร่วมกันในช่วงหลังมานี้ เข้าขากันได้อย่างน่าประหลาดใจ บทที่เคยแก้แล้วแก้อีก กลับได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ไดอะล็อกที่รินรดาเขียนมีความคมคาย เฉียบคม และสะท้อนอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่พรรษชลก็สามารถตีความและถ่ายทอดมันออกมาผ่านมุมกล้องได้อย่างไร้ที่ติ พวกเธอเข้าขา ลื่นไหล และทำงานสอดประสานกันราวกับเต้นรำอยู่บนฟลอร์เดียวกัน โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดมากมาย แต่ในขณะที่งานราบรื่น... ความรู้สึกส่วนตัวกลับวุ่นวายยิ่งกว่าพายุฝน “ตรงนี้...” นิ้วเรียวยาวของพรรษชลยื่นเข้าไปชี้บนหน้าจอแท็บเล็ต ปลายเลิฟแมนิเคอร์เฉดนู้ดเฉียดผ่านหลังมือของรินรดาที่ถือเครื่องอยู่เบื้องล่างเพียงนิดเดียว ทว่าสัมผัสแผ่วเบานั้นกลับทำให้ผิวเนื้อของรินรดาร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก “คุณเขียนว่า *‘ความรักก็เหมือนเงา ยิ่งวิ่งไล่ก็ยิ่งหนี แต่พอหยุดยืนนิ่ง มันกลับโอบกอดเราไว้เอง’* ...หมายถึงใครเป็นเงาคะ?” รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าใบหน้าของพรรษชลอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปาก แววตาคู่คมที่มักจะนิ่งสงบเสมอเวลานี้กลับไหววับและเต็มไปด้วยความหมายลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ยากเย็น “...ก็... ก็หมายถึงตัวละครในเรื่องสคะคะ” รินรดาตอบเสียงตะกوتตะกะ ทิฐิที่มีมลายหายไปไหนหมดไม่รู้ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู “จริงเหรอคะ?” พรรษชลกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชวนให้สติหลุดลอย “แต่ฉันคิดว่า... คุณกำลังเขียนถึงตัวเองต่างหากล่ะคะ รินรดา” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบกายอีกครั้ง ไม่มีเสียงพูดคุยเรื่องงาน ไม่มีเสียงปฏิเสธจากปากของนักเขียนสาวจอมทิฐิ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความรู้สึกหวั่นไหวตีรวนขึ้นมาจนสมองขาวโพลน มือบางที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ พรรษชลขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือข้างหนึ่งยกขึ้นท้าวขอบโต๊ะ กักร่างของรินรดาให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเคลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ “ถ้าฉันบอกว่า... อยากเป็นคนหยุดวิ่งไล่ แล้วโอบกอดคุณไว้จริงๆ...” พรรษชลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตาสะท้อนภาพของรินรดาเพียงคนเดียว “คุณจะยังผลักไสฉันเหมือนที่ทำกับคนอื่นไหมคะ?” รินรดานิ่งงัง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ คำสารภาพที่ราบเรียบแต่น่าฟังกว่าบทละครเรื่องไหนๆ ทำให้กำแพงในใจที่สร้างมาแรมปีสั่นคลอนจนแทบพังทลาย เธอนั่งนิ่งค้าง สบตากับคนตรงด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้—ระหว่างความกลัวที่จะเจ็บปวดอีกครั้ง กับความโหยหาความอบอุ่นที่กำลังโอบล้อมเธอไว้ในเวลานี้ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่รินรดากำลังจะขยับริมฝีปากเพื่อเอื้อนเอ่ยคำตอบบางอย่างที่ติดอยู่ริมอก... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต “พรรษ! ฉันหาเธอตั้งนาน... อ้าว ขอโทษค่ะ ฉันรบกวนเวลาทำงานหรือเปล่าเนี่ย?” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างระหงของนางเอกสาวเบอร์ต้นของค่ายที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องตัดต่ออย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองผู้กำกับสาวและนักเขียนบทที่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง พรรษชลขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ก่อนจะหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นเยียบ “มีธุระอะไรดึกดื่นขนาดนี้คะ ลลินา” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังไต่ระดับความร้อนแรงนี้นะคะ บทหน้าเตรียมรับแรงกระแทกความฟินชุดใหญ่ได้เลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%