หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสั่นระรัวติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบนับตั้งแต่เสียงตะโกนหน้าห้องกระจกดังขึ้น รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อพินนิ้วขึ้นสีขาว แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่แข็งกร้าวแต่ไหวระริก ข้อความตัวอักษรและพาดหัวข่าวออนไลน์พรั่งพรูเข้ามาไม่หยุดหย่อน—*“นักเขียนบทมือทอง ดีกรีอดีตลูกรักช่องดัง ก๊อปปี้พล็อตซีรีส์ฟอร์มยักษ์?”*
มันคือข่าวโคมลอยที่บิดเบือนความจริงอย่างสิ้นเชิง เป็นฝีมือของใครบางคนที่ต้องการทำลายโปรเจกต์นี้ก่อนที่จะได้ออกอากาศ และเป้าหมายสูงสุดคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดินอีกครั้ง
“ริน”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่เอ่ยเรียกเบาๆ ทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย พรรษชลยืนอยู่ตรงนั้น—ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องตัดต่อยามดึกดื่น มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สาดกระทบใบหน้าคมคาย ผู้กำกับสาวไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น แววตาของพรรษชลนิ่งสนิทและลุ่มลึก ราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ไว้ภายใน
“คุณพรรษเห็นข่าวหรือยังคะ” รินรดาเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาของน้ำเสียง “ตลกดีนะคะ วงการนี้นี่มันใจร้ายเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน พอเห็นใครกำลังจะไปได้ดี ก็ต้องหาทางกระชากขาลงมาให้ได้”
พรรษชลไม่ตอบทันที ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างช้าๆ ระยะห่างระหว่างพวกเธอถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนระเกะระกะทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานตรงหน้า ห่างจากเข่าของรินรดาเพียงคืบเดียว
“มองฉันค่ะ ริน” พรรษชลเอ่ยเสียงเรียบแต่มั่น
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาดุดันของผู้กำกับสาวในยามปกติเวลานี้กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนประหลาด มันเป็นความอ่อนโยนที่พรรษชลไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น และยิ่งทำให้กำแพงในใจของรินรดาสั่นคลอนอย่างรุนแรง
“ฉันไม่ได้แคร์ข่าวไร้สาระพวกนั้นหรอกนะคะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น ทิฐิพยายามค้ำจุนความเปราะบางภายใน “ฉันผ่านอะไรมาเยอะกว่าจะมายืนตรงนี้ แค่คำครหาปลอมๆ มันทำอะไรฉันไม่ได้—อุ๊บ!”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อพรรษชลเอื้อมมือมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้มั่น ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดกดลงที่ข้างแก้มอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มจะทาบทับลงมาปิดเรียวปากที่กำลังรั้นเถียงอย่างถือดี
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด ความตกใจทำให้ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ จูบแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ—ไม่มีการล่วงเกิน ไม่มีรุกราน มีเพียงความอบอุ่นที่ส่งผ่านความเหนื่อยล้าสะสมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พรรษชลไม่ได้ขยับไปมากกว่าการแนบริมฝีปากแช่นิ่งไว้ ราวกับต้องการใช้ความเงียบงันและสัมผัสนี้ซ่อมแซมรอยร้าวในใจของเธอ
กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวพรรษชลผสมกับความอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายกลับเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ทิฐิที่เคยสร้างเป็นกำแพงสูงลิ่ว พังทลายลงในพริบตาเดียว
เมื่อพรรษชลค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาทั้งคู่ยังคงประสานกันแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้กันจนรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวในใจของอีกฝ่าย รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม มือบางที่เคยกำโทรศัพท์แน่น ค่อยๆ คลายออกแล้วยกขึ้นวางทابลงบนลาดไหล่กว้างของคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
“เหนื่อยก็พักบ้างนะคะ ริน” พรรษชลกระซิบเสียงแผ่วเบาชิดริมฝีปาก “ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว... มีฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน”
คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในห้องหัวใจที่ถูกล็อกกุญแจไว้นานแสนนาน รินรดากะพริบตาไล่ความร้อนผื้นที่เอ่อคลอหน่วยตา เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากที่ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต
ทว่า—
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ร่างของโปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าตื่นตระหนกในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสง
“คุณพรรษครับ! คุณริน! แย่แล้วครับ ตอนนี้ฝ่ายบริหารสั่งเรียกตัวด่วนเรื่องข่าวฉาว—!”
พรรษชลผุดลุกขึ้นยืนบังร่างของรินรดาไว้ทันที สายตาดุดันคมกริบถูกตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่รินรดารีบยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากลวกๆ หัวใจที่เพิ่งสงบกลับเต้นระส่ำระสายด้วยความตึงเครียดระลอกใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา•ตอนที่ 16
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!