“ยินดีต้อนรับค่ะพี่กรณ์ พอดีฉันเชิญเขามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ของกองนี้ค่ะ”
ประโยคต้อนรับที่พรรษชลเอ่ยด้วยรอยยิ้มราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้องประชุมเล็ก ท่ามกลางบรรยากาศที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนแทบติดลบ รินรดากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววท้าทายและดุดันยามต่อปากต่อคำ ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาของ ‘กรณ์’ ชายหนุ่มรุ่นพี่อดีตคนเคยสนิท—ผู้ที่เคยขโมยผลงานและเหยียบย่ำความเชื่อใจของเธอจนพังยศพังราวีในอดีต
รอยร้าวที่เธอพยายามเอาอิฐหนาๆ มาโบกปูนปิดตาย ถูกแรงกระแทกจากอดีตพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตาในวินาทีเดียว
“สวัสดีครับริน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ งานบทรอบนี้ท่าทางจะหนักน่าดู ถึงต้องพึ่งที่ปรึกษาอย่างพี่มาช่วยกู้สถานการณ์”
เสียงทุ้มที่แฝงความเยาะเย้ยลึกๆ ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่รินรดารู้ไส้ดีว่ามันเคลือบยาพิษมากแค่ไหน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอยืดตัวขึ้นตรง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ ก่อนจะแย้มยิ้มเย็นชาส่งกลับไปให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง แต่บทเรื่องนี้รินดูแลตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณกรณ์หรอกค่ะ เพราะเกรงว่า... สมองส่วนสร้างสรรค์ของคุณจะทำงานหนักเกินขีดจำกัดเหมือนสมัยก่อน”
คำพูดจิกกัดเจ็บแสบที่ตอกกลับไปทันควันเรียกเสียงฮือฮาเบาๆ จากทีมงานรอบโต๊ะ ประตูห้องประชุมปิดลงพร้อมกับการถอนหายใจยาวเหยียดของพรรษชล ผู้กำกับสาวก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งคู่ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มแผ่รังสีความดุดันออกมาโดยไม่ต้องพยายาม สายตาสีเข้มคมกริบกวาดมองลูกน้องในทีมก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าเชิดรั้นของนักเขียนบทตัวแสบ
“หมดเวลาทักทายกันแล้วค่ะ ถ้าไม่มีอะไรจะเสนองาน ก็แยกย้ายกันไปเคลียร์หน้าที่ของตัวเองซะ ริน... อยู่คุยกับฉันก่อน”
พรรษชลออกคำสั่งเสียงเรียบ เฉียบขาด และไม่มีช่องให้ปฏิเสธ แม้ในใจจะแอบเหลือบเห็นมือบางที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำลังกำเข้าหากันแน่นจนตัวสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม
ยามเมื่อบานประตูห้องประชุมปิดลงและผู้คนทยอยออกไปจนหมด เหลือเพียงเธอกับผู้กำกับสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน รินรดาก็เลือกที่จะระเบิดกำแพงที่พยายามสร้างขึ้นมาใส่ทันที
“คุณพรรษทำแบบนี้หมายความว่าอะไรคะ! เอาคนแบบนั้นเข้ามาในกอง เพื่อจะตบหน้าฉันทางอ้อมใช่ไหม หรือสนุกนักเหรอที่ได้เห็นฉันตกเป็นตัวตลกของคนอื่น!” น้ำเสียงที่พยายามบังคับให้มั่นคง กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้การควบคุม
พรรษชลหรี่ตาลง มองคนตรงหน้าที่ตอนนี้เหมือนแมวป่าขนพองสยองเกล้า ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับความกดดันรอบตัวทำให้รินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
“คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลหรือไงคะ รินรดา” พรรษชลโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับแก้มเนียน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่บาดลึก “ฉันเป็นผู้กำกับ โปรเจกต์นี้คือความรับผิดชอบของฉัน ถ้าบทมันมีจุดรั่วไหลและคุณยังมัวแต่ใช้ทิฐิบังตา ฉันก็ต้องหาคนอุดรอยรั่ว ไม่ใช่มานั่งฟังคุณประชดประชันเด็กอมมือแบบเมื่อกี้”
“ฉันไม่ใช่เด็กอมมือ!” รินรดาตวาดกลับ นัยน์ตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยด้วยความคับแค้นใจ ทั้งเรื่องงานที่ถูกวิจารณ์ ทั้งแผลเก่าที่ถูกขุดคุ้ย และท่าทีเย็นชาไม่แยแสของคนตรงหน้า “คุณไม่รู้หรอก... ว่าฉันต้องเจออะไรมาบ้าง คุณเอาแต่สั่งๆๆ แล้วก็เหยียบย่ำความพยายามของคนอื่น!”
คำพูดตัดพ้อที่หลุดออกมาด้วยความเปราะบาง ทำให้พรรษชลชะงักไป ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ยามที่เห็นหยาดน้ำตาเม็ดเล็กเอ่อคลอหน่วยก่อนจะร่วงเผาะลงมาตามข้างแก้มของนักเขียนสาวจอมทิฐิ ภาพลักษณ์สาวมั่นฝีปากกล้าพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าเล็กๆ ลำพัง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่
พรรษชลขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวเอื้อมออกไปราวกับจะแตะปลอบโยน แต่แล้วชะตากรรมก็เล่นตลก เมื่อจู่ๆ ประตูห้องทำงานด้านในก็ถูกผลเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มของกรณ์ที่ดังแทรกขึ้นมา
“ริน... พี่ลืมแฟ้มงาน—อุ๊ย ขอโทษทีครับ พี่ไม่คิดว่าพวกคุณกำลัง... สวีทกันอยู่”
รินรดาผละถอยหลังด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว เธอรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วจ้องมองหน้าอดีตรุ่นพี่ตัวแสบด้วยแววตาอาฆาต ก่อนจะหันขวับไปมองพรรษชลที่ตอนนี้ใบหน้าคมกลับเรียบตึงสนิทแผ่รังสีอำมหิตออกมาแทน
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากพ่นคำด่าใส่ใครสักคน ประตูห้องทำงานใหญ่อีกด้านก็ถูกเปิดผางเข้ามาด้วยฝีมือของบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
“คุณพรรษ! คุณริน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ข่าวลือเรื่องพล็อตเรื่องนี้ในกองถ่ายรั่วไหลออกไปสำนักพิมพ์คู่แข่งแล้ว แถมพวกเขายังประกาศสร้างซีรีส์แนวเดียวกันตัดหน้าเราในเดือนหน้าด้วยค่ะ!”
สิ้นเสียงรายงานนั้น รินรดาก็รู้สึกราวกับมีค้อนยักษ์ตกลงมาทุบกลางศีรษะ โลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก ขณะที่พรรษชลหันขวับกลับมาสบตากับเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน—คมกริบ เยียบเย็น และเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีใครกล้าหาญพอจะเอ่ยปากถามออกมา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา•ตอนที่ 4
รอยร้าวที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยนักเขียนบทผู้กุมชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!