กลิ่นอายของคาเคาแท้เปอร์เซ็นต์สูงผสมผสานกับความหวานละมุนของวานิลลามาดากัสการ์ยังไม่ทันจางหายจากปลายนิ้ว แรงกระแทกหนักหน่วงที่ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของร้าน "เดอ ลีลาน่า" ก็ดังขึ้นจนสั่นสะเทือนไปถึงชั้นวางมาการ์องคริสตัล
เปรี้ยง!
ไม่ใช่เสียงเคาะ... แต่เป็นการพังเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ
ลีลาน่าเงยหน้าขึ้นจากถาดเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์ที่เพิ่งแต่งหน้าเสร็จ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย็นชาขึ้นวูบหนึ่ง รอยยิ้มหวานหยดที่มักจะประดับบนริมฝีปากถูกแทนที่ด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน เธอไม่ได้ตกใจเลยสักนิด เพราะเธอกลิ่นอายความเน่าเฟะของตระกูลเดิมที่ส่งคนมาป่วนคอยสะกดรอยตามตั้งแต่เปิดร้านวันแรกแล้ว
"จับตัวนางไว้! สตรีสารเลวคนนี้ใช้มนตร์ดำนอกรีตล่อลวงผู้คน!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของเคោนต์เอ็ดเวิร์ด บิดาผู้ให้กำเนิดที่สายตาเต็มไปด้วยความโลภและริษยา ด้านข้างของเขาคือกลุ่มนักบวชแห่งศาสนจักรหลวงในชุดคลุมสีเทาเข้ม และเหล่าทหารองครักษ์ที่ชักดาบออกมาขู่ขวัญลูกค้าในร้านจนแตกตื่นวิ่งหนีกันอลวน
ลีลาน่าค่อยๆ วางไม้พายลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างใจเย็น เธอใช้ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดเช็ดมือช้าๆ สายตากวาดมองความวุ่นวายที่อีกฝ่ายจงใจสร้างขึ้นด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา
"ท่านพ่อ... อ้อ ไม่สิ ท่านเคาน์เตอร์เอ็ดเวิร์ดคะ" ลีลาน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่ก้องกังวานไปทั่วร้านที่เงียบงันลง "บุกรุกเข้ามาในยามวิกาล แถมยังพาสุนัขรับKจมาเห่าหอนเสียงดังในร้านขนมอันทรงเกียรติของฉัน แบบนี้มันเสียมารยาทเกินไปหน่อยไหมคะ หรือว่าที่บ้านตระกูลเอ็ดเวิร์ดอบรมสั่งสอนมาได้แค่นี้จริงๆ?"
"ปากกล้าจริงนะนังตัวดี!" เคาน์เตอร์เอ็ดเวิร์ดหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าบุตรสาวที่เขาเคยขับไลไสส่งราวกับหมูเหมือนหมาเมื่อหลายเดือนก่อน "มีพยานยืนยันว่า ขนมทุกชิ้นที่แกทำทำให้ผู้คนหลงใหลจนยอมกราบกราน นั่นไม่ใช่ฝีมือมนุษย์! แกใช้มนตร์ดำ เวทมนตร์นอกรีตที่ถูกสั่งห้ามในการปรุงแต่งรสชาติใช่ไหม!?"
เสียงซุบซิบจากชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่หน้าร้านเริ่มดังขึ้น ความหวาดกลัวต่อ "เวทมนตร์นอกรีต" เป็นสิ่งฝังรากลึกในอาณาจักรนี้ ใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าใช้มนตร์ดำจะมีจุดจบคือการถูกเผาทั้งเป็น
ลีลาน่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ กลับทำให้พวกนักบวชที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
"มนตร์ดำเหรอคะ?" ลีลาน่าก้าวเดินออกจากหลังเคาน์เตอร์ช้าๆ ท่วงท่าสง่างามราพกับพญาหงส์ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกส้มที่ติดตัวเธอยิ่งขับเน้นให้เธอดูโดดเด่นตัดกับความสกปรกโสมมของคนกลุ่มนั้น "ช่างน่าขันสิ้นดีค่ะท่านพ่อ... หรือควรเรียกว่าเป็นความอิจฉาริษยาจนตาบอดกันแน่คะ? เห็นร้านของฉันขายดิบขายดีจนกำไรต่อวันมากกว่ารายได้ทั้งปีของตระกูลท่าน ถึงกับต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้มาใส่ร้ายป้ายสีเลยหรือคะ"
"บังอาจ! นังเด็กนี่ต่อปากต่อคำ!" หัวหน้านักบวชก้าวออกมาข้างหน้า ชูไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นสูง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม "เจ้าสำนักตรวจสอบศาสนจักรได้รับรายงานว่า ขนมของเจ้ามีพลังงานลึกลับที่ควบคุมจิตใจผู้บริโภค จงมอบตัวและให้พวกเราทำการตรวจสอบวิญญาณเสียดีๆ มิฉะนั้น อย่าหาว่าเราไม่เตือน!"
ลีลาน่าหรี่ตาลง รังสีความกดดันอันทรงพลังแผ่ออกมาจากร่างเพรียวบางจนทุกคนในที่นั้นชะงัก เธอกำลังจะเปิดโปงความโง่เขลาของพวกมันด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์แห่งการค้าที่เธอถือครอง แต่ทว่า...
กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ ตัดผ่านความตึงเครียด
ทว่าบรรยากาศภายในร้านกลับลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทุกสายตาหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้า
ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและไร้เสียง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองกลุ่มนักบวชและเคาน์เตอร์เอ็ดเวิร์ดด้วยแววตาราวกับกำลังมองเศษฝุ่นที่ไร้ค่า
เซนเดอร์... เจ้าแห่งสมาคมการค้าผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนอาณาจักร ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
เขาย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างลีลาน่าอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของเธอไว้หลวมๆ เป็นการประกาศสถานะและความคุ้มครองอย่างชัดเจน
"พวกเจ้า... กล้าดียังไงมาขู่ภรรยา... อ้อ ยังเป็นคู่หมั้นที่ข้ากำลังจะแต่งตั้งให้เป็นราชินีแห่งการค้าคนต่อไปของข้า" เซนเดอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น แต่ทรงพลังจนหัวหน้านักบวชถึงกับหน้าถอดสี ขาแข้งอ่อนแรงลงทันทีเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังหาเรื่องใครอยู่
"ท่าน... ท่านเซนเดอร์!" เคาน์เตอร์เอ็ดเวิร์ดหน้าซีดเผือก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "นาง... นางใช้มนตร์ดำนะขอรับ ท่านถูกนางหลอกแล้ว!"
เซนเดอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย้ยหยันที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เขาหยิบบัตรเครดิตสีดำขลับที่สลักลวดลายเวทมนตร์โบราณด้วยทองคำแท้ขึ้นมาควงเล่นในมือ
"มนตร์ดำงั้นรึ?" เซนเดอร์แค่นเสียงหัวเราะต่ำๆ "ถ้าการทำกำไรวันละล้านเหรียญทองคือน้ำมือของมนตร์ดำ งั้นข้าคงต้องขอซื้อศาสนจักรของพวกเจ้ามาเปิดเป็นโรงงานผลิตลูกอมให้หมดทั้งเครือ เพื่อพิสูจน์ว่า 'มนตร์ดำ' ของนางทำเงินได้มากกว่าพวกเจ้าทั้งชีวิตรวมกันเสียอีก"
พูดจบ เซนเดอร์ก็สะบัดข้อมือ ส่งสัญญาณให้เงาดำนับสิบคนที่ซ่อนอยู่รอบร้านพุ่งเข้าประชิดตัวพวกทหารและนักบวชในพริบตาเดียว พร้อมกับที่เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของลีลาน่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "คนพวกนี้... จัดการให้ราบคาบดีไหมครับที่รัก?"
ลีลาน่ายิ้มหวานหยด ยื่นมือไปแตะปกเสื้อสูทของเขาเบาๆ "จัดการให้หมดค่ะ... เอาให้พวกมันจำไม่วันลืมเลยว่า ขนมของฉัน ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาแตะต้องได้"
________________________________________
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน•ตอนที่ 11
ศัตรูเริ่มขยับตัว
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!