“เสแสร้งไปก็เท่านั้นแหละค่ะ ลีลาน่า... เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกตระกูลสลัดทิ้งอย่างไร้ค่า ไม่เช่นนั้นคงไม่มาเร่ขายขนมกระจอกๆ อยู่ในงานประมูลชั้นต่ำแบบนี้หรอก”
น้ำเสียงเย้ยหยันที่คุ้นเคยดังแทรกผ่านความจอแจของห้องโถงจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ด์ เสียงหัวเราะคิกคักของบรรดาสตรีชนชั้นสูงที่ยืนล้อมรอบราวกกับฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์ทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งน่ารังเกียจเป็นเท่าตัว
ลีลาน่าไม่แม้แต่จะปรายตาแลไปยังเจ้าของเสียง เธอเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงหมุนแก้วคริสตัลบรรจุแชมเปญสีอำพันเบาๆ รสชาติซ่าบซ่านของแอลกอฮอล์เคล้าความหวานละมุนของผลไม้ป่าไม่ได้ทำให้เธอมึนเมา ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นให้สมองอันชาญฉลาดของเธอทำงานได้อย่างเฉียบคมยิ่งขึ้น
ดยุกเคาท์ ‘ลูคัส โวน ฟอนไคเซอร์’ อดีตคู่หมั้นผู้เคยประกาศกร้าวกลางงานเลี้ยงน้ำชาของราชสำนักเมื่อครึ่งปีก่อนว่า *“สตรีที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์ธาตุแสงและมีแต่ความริษยาอย่างเธอ ไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างฉัน”* กำลังยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาสมเพชเวทนา ข้างกายเขามี ‘มีเรีย’ บุตรีอนุจากตระกูลบารอนตกอับผู้สวมชุดฟูฟ่องปักเลื่อมระยิบระยับจนแสบตา เกาะแขนเขาแน่นราวกับกลัวว่าของเล่นชิ้นนี้จะหลุดมือ
“นั่นสินะคะคุณลูคัส... ขนมที่ทำจากน้ำพักน้ำแรงของฉัน มันคง ‘กระจอก’ มากจริงๆ ในสายตาของคนที่กินมรดกตระกูลอื่นจนอ้วนพีแบบพวกคุณ”
ลีลาน่าเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ระบายอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีกลีบกุหลาบไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเยືือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก
มีเรียสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจกับความมั่นใจที่เอ่อล้นออกมาจากร่างของอดีตคุณหนูตกอับ นางรีบซุกตัวเข้าหาอกหนาของลูคัสทันiที พร้อมกับทำเสียงกระเง้ากระงอด “ท่านลูคัสคะ... ดูนางสิคะ ปากคอเราะร้ายขึ้นเป็นกองเลย สงสัยคงจะแค้นใจมากที่ท่านถอนหมั้น แล้วไปคว้าตำแหน่งทายาทดยุกมาครองได้สำเร็จ”
“หุบปากซะ มีเรีย” ลูคัสปรายตามองคู่เขี่ยก่อนจะหันกลับมาจ้องลีลาน่าด้วยความหงุดหงิด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ คุกคามด้วยส่วนสูงและอำนาจที่ตระกูลโวนไคเซอร์ครอบครอง “ลีลาน่า เลิกเล่นละครตบตานี่เสียที ถ้าเธอมาเพื่อขอทานความเมตตาจากฉันล่ะก็... คุกเข่าลงตรงนี้ เลียรองเท้าให้มีเรียต่อหน้าทุกคนสีย แล้วฉันอาจจะเมตตาโยนเศษเงินก้อนโตให้เธอไปตั้งตัวใหม่ที่ชายแดน”
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมมุมหนึ่งของห้องโถง สายตานับร้อยคู่จับจ้องมายังจุดเกิดเหตุ เสียงกระซิบกระซาบดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกรัง หลายคนรอสมน้ำหน้า หลายคนรอดูความพินาศของอดีตคุณหนูผู้โชคร้าย
ทว่า... ลีลาน่ากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินกังวานก้องไปทั่วบริเวณ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือไปด้วยความขบขันอย่างแท้จริงราวกับกำลังฟังเรื่องตลกฝืดที่เด็กน้อยเล่าให้ฟัง
“คุกเข่า? เลียรองเท้า?” ลีลาน่าทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง นางวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวลูคัสทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาและดอกมะลิป่าลอยแตะจมูกอดีตคู่หมั้นจนเขาสะดุ้งถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ลูคัสคะ... สมองที่กลวงโบ๋ของท่าน คงไม่เหลือพื้นที่ให้ประมวลผลเรื่องง่ายๆ สินะคะ” ลีลาน่าเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม “ตระกูลโวนไคเซอร์ของท่านในตอนนี้... เหลือ ‘อะไร’ บ้างเหรอคะ? นอกจากเปลือกนอกที่ใกล้จะเน่าเฟะเต็มที”
“เธอว่ายังไงนะนังสารเลว!” ลูคัสหน้าถอดสี เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหน้าง้างขึ้นทำท่าจะตบลงมาบนใบหน้าเนียนนุ่มของหญิงสาว
*หมับ!*
ข้อมือของลูคัสถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแรง ไม่ใช่ฝีมือของลีลาน่า แต่เป็นมือหนาของบุรุษอีกคนที่มีอורהความเย็นชาแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วรัศมีสามเมตร เซนเดอร์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาหินอ่อน ดวงตาสีเทาเข้มดุจพายุหิมะจ้องมองลูคัสด้วยแววตานิ่งสนิทที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกเป็นผุยผง
“หากท่านกล้าแตะต้องปลายนิ้วของนางแม้แต่น้อย...” เซนเดอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มแต่ทรงพลัง กดดันจนบรรดาแขกเหรื่อรอบข้างถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง “ข้าจะทำให้ตระกูลโวนไคเซอร์กลายเป็นเพียงชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมภายในสามวัน”
ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ลูคัสหน้าซีดเผือดเมื่อจำใบหน้าของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในสมาคมการค้าข้ามอาณาจักรผู้นี้ได้ เขาถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
ลีลาน่ายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ นางก้าวข้ามร่างที่สั่นเทาของอดีตคู่หมั้นไปอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปหยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่สลักลวดลายเวทมนตร์ทองคำเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมาถือไว้ในมือ
เซนเดอร์ส่งยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะพยักหน้าให้กับการเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
“เอาล่ะค่ะท่านผู้ดู...” ลีลาน่าประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่สะท้อนไปทั่วห้องโถง “ในเมื่อตระกูลโวนไคเซอร์บอกว่าฉันไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อขนมในงานนี้...”
นางยื่นบัตรสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินนั้นให้กับผู้จัดการประมูลที่ยืนรอรับคำสั่งด้วยความเคารพสูงสุด พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับช็อกตาค้าง ลมหายใจสะดุดกく
**“ช่วยรูดซื้อ ‘กิจการทั้งหมด’ ของตระกูลโวนไคเซอร์... รวมทั้งคฤหาสน์หลักของพวกเขาทั้งหมด ให้ฉันทีค่ะ”**
*ติ๊ด!*
เสียงอนุมัติวงเงินจากเครื่องรูดบัตรเวทมนตร์ดังขึ้นก้องกังวาน พร้อมกับแสงสีทองสว่างวาบไปทั่วห้องโถงต้อนรับ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนความสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ! — ม่านหมอกโรแมนซ์
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน•ตอนที่ 17
การเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!