เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังลอดผ่านม่านลูกไม้สีงาช้างไม่ได้ทำให้ลีลาน่ารู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย ในเมื่อเธอกำลังยืนอยู่หน้าเตาอบทองแดงที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลามาดากัสการ์ผสมผสานกับเนสดาร์กช็อกโกแลตแท้เจ็ดสิบเปอร์เซนต์ กลิ่นอายความหวานละมุนที่ลอยวนอยู่ในอากาศยามนี้ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของแขกยามวิกาล
"เกมสนุกขนาดนี้... ทำไมไม่ยอมบอกผมตั้งแต่แรกูล่ะครับ, คุณหนูของผม?"
เซนเดอร์ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาต ร่างในชุดสูทตัดเย็บประณีตสีชาโคลเข้ารูปขับเน้นไหล่กว้างและสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบสีอำพันใต้กรอบขนตาดกหนากวาดมองไปรอบห้องครัวชั่วคราวที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องปฏิบัติการเวทมนตร์แห่งรสชาติ ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงที่เธอเพิ่งสั่งซื้อด้วยเงินก้อนสุดท้ายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้หยุดอยู่ที่อุปกรณ์เหล่านั้น มันหยุดลงที่รอยเปื้อนแป้งบางเบาตรงปลายจรดรั้นของหญิงสาว
ลีลาน่าปัดมือที่เปื้อนแป้งลงบนผ้ากันเปื้อนผ้าลินินสีครีมอย่างไม่ยี่หระ เธอค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของสมาคมการค้าใต้ดิน รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนเรียวปากสีพีชของเธออย่างท้าทาย
"ถ้าบอกตั้งแต่แรก ความบันเทิงในการได้เห็นท่านดยุกแห่งตระกูลฟอลكونหน้าซีดเป็นไก่ต้มตอนที่เห็นยอดขายวันแรกคงไม่เกิดขึ้นหรอกค่ะท่านเซนเดอร์" ลีลาน่าเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่แต่นิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก "อีกอย่าง... พื้นที่ส่วนตัวของเชฟขนมหวาน ไม่อนุญาตให้สุนัขป่าเข้ามาเดินพล่อยๆ นะคะ"
เซนเดอร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้สาวใช้ทั่วทั้งคฤหาสน์คงยอมละลายกองแทบเท้า แต่สำหรับลีลาน่า มันคือรอยยิ้มของปีศาจเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะถางทางให้เธอเหยียบย่ำศัตรูได้ราบคาบ
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เธอไม่ทันได้ถอยหลังหนี ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมเย็นสะอาดจากกายหนาปะปนกับกลิ่นหอมหวานของขนม เซนเดอร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตสีมรกตของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งนั้น
"สุนัขป่าตัวนี้ไม่ได้มาเพื่อพังร้านของคุณหรอกครับ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหู ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่างอย่างห้ามไม่อยู่ "...แต่มาเพื่อชิม 'สินค้า' ที่ว่ากันว่าแพงหูฉี่ จนพวกขุนนางชั้นสูงพากันอกสั่นขวัญแขวนต่างหาก"
พูดจบ เซนเดอร์ก็ผกายร่างถอยหลังออกไปอย่างมีมารยาท พร้อมผายมือไปยังจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามบนโต๊ะทำงาน ที่ซึ่ง 'ชูครีมทองคำเคลือบคาราเมลเกลือทะเล' ผลงานชิ้นเอกชิ้นแรกของวันนอนสงบนิ่งอยู่
ลีลาน่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ เธอยอมรับว่าแรงกดดันจากผู้ชายคนนี้ไม่เคยลดน้อยลงเลยตั้งแต่ชาติภพก่อน จนกระทั่งชาตินี้ที่เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและร่ำรวยลำพัง แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอได้อยู่เงียบๆ เมื่อมีตัวแปรระดับเซนเดอร์เข้ามาเอี่ยวด้วย
"เชิญค่ะ" เธอยกมือผายไปยังจานขนมด้วยท่าทางเย่อหยิ่งไม่แพ้กัน "ชิมดูให้ดีๆ ล่ะคะ เพราะราคาของมัน... อาจจะทำให้กระเป๋าเงินของท่านสั่นสะท้านได้เลยทีเดียว"
เซนเดอร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหยิบส้อมเงินบริสุทธิ์ขึ้นมาตัดชูครีมชิ้นนั้นอย่างทะนุถนอม เปลือกนอกที่กรอบร่วนส่งเสียงกรุบเบาๆ คาราเมลสีอำพันที่เคลือบอยู่ด้านบนสะท้อนกับแสงไฟสีส้มอุ่น เผยให้เห็นเนื้อครีมคัสตาร์ดวานิลลาผสมถั่วแมคคาเดเมียที่ทะลักออกมาทันทีที่ส้อมกดลงไป
ชายหนุ่มส่งเข้าปากช้าๆ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ ลีลาน่าแอบกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว แม้เธอจะมั่นใจในฝีมือระดับเชฟมิชลินสามดาวจากโลกเก่า แต่ลิ้นของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ผ่านของอร่อยระดับโลกมาหมดแล้ว จะยอมรับผลงานของนางร้ายตกอับอย่างเธอหรือไม่... นั่นคือเดิมพัน
เซนเดอร์หลับตาลงช้าๆ สัมผัสแรกคือความกรอบหอมของแป้ง ตามด้วยความหวานละมุนตัดเค็มเล็กน้อยของเกลือทะเล และความเข้มข้นนุ่มนวลของคัสตาร์ดที่ละลายหายไปในลำคอ ทิ้งรสสัมผัสหอมกรุ่นของวานิลลาไว้เนิ่นนาน เป็นรสชาติที่ซับซ้อนแต่เข้ากันได้อย่างลงตัว ราวกับบทเพลงซิมโฟนีที่บรรเลงในสวนดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ประกายแสงบางอย่างในดวงตาสีอำพันนั้นก็ทำให้หัวใจของลีลาน่ากระตุกวูบ
"เป็นอย่างไรบ้างคะ?" เธอยังคงรักษาฟอร์ม เชิดหน้าถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "ถ้าไม่อร่อยพอก็เชิญออกไปได้..."
"อร่อยจนผมอยากผูกขาดสิทธิ์ทั้งหมดไว้คนเดียว..." เซนเดอร์วางส้อมลง เสียงโลหะกระทบจานดังชัดเจนในความเงียบ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "และราคาที่คุณตั้งไว้... มันถูกเกินไปสำหรับฝีมือระดับนี้ด้วยซ้ำ"
ก่อนที่ลีลาน่าจะได้อ้าปากเถียง เซนเดอร์ก็ควักการ์ดโลหะสีดำสนิท ประดับลวดลายสลักนูนด้วยทองคำแท้—สัญลักษณ์ของบัตรเครดิตอภิสิทธิ์สูงสุดที่ออกโดยสมาคมการค้าใต้ดิน ซึ่งมีเพียงสามใบในอาณาจักรนี้—วางลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
"ผมเหมาหมด... ทุกชิ้นที่คุณทำวันนี้ และทุกชิ้นที่คุณจะทำในวันพรุ่งนี้ด้วย" เซนเดอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม ทว่าประโยคถัดมากลับทำให้ดวงตาของลีลาน่าเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "...และนี่คือค่ามัดจำล่วงหน้า หวังว่าคุณหนูผู้โชคร้าย จะไม่ปฏิเสธลูกค้ารายใหญ่คนนี้นะครับ"
เครื่องรูดบัตรเวทมนตร์บนโต๊ะส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอที่แสดงตัวเลขยอดเงินโอนเข้าบัญชีที่ทำให้แม้แต่วิญญาณที่ผ่านโลกมาอย่างลีลาน่ายังต้องหายใจสะดุด—ศูนย์นับสัปดาห์ที่ต่อท้ายด้วยสกุลเงินทองคำแท้!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของสาวใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณหนคะ! แขก... แขกจากตระกูลดยุกและองค์รัชทายาทกำลังบุกเข้ามาที่หน้าร้านแล้วค่ะ!"
เซนเดอร์หันไปมองทางประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตาลีลาน่าที่ยังยืนนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นอีกครั้งด้วยความสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด
"ดูท่าว่า... ลูกค้าคนแรกของคุณจะยังไม่ทันได้กินให้อิ่มท้อง พวกแมลงน่ารำคาญก็บินมาขัดจังหวะเสียแล้วสิครับ"
ม่านหมอกโรแมนซ์
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทหน้าความสนุกระดับพรีเมียมกำลังรออยู่ค่ะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน•ตอนที่ 4
ลูกค้าคนแรกที่ราคาแพงหูฉี่
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!