นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 3

คะแนนความจริงที่ต้องแลกด้วยเหงื่อ

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"ถ้าคุณยังลังเลที่จะก้าวเท้าไปข้างหน้าต่ออีกเพียงก้าวเดียว คดีนี้ก็คงจะปิดลงในฐานะความอัปยศของสำนักงานนักสืบไปตลอดกาล... ริน" เสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราطيعใบมีดโกนของอาจารย์มิลินดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บของใต้ดินของสถานีตำรวจเก่า กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงในชุดโค้ดสีดำตัวยาวของเธอ ดวงตาคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ตัวผมด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความคาดหวัง—ความคาดหวังที่หนักอึ้งเสียจนแผ่นหลังของผมชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองไปทั่วโต๊ะไม้ผุกร่อนเบื้องหน้า บนนั้นมีวัตถุพยานสามชิ้นที่ถูกเก็บไว้ในถุงซิปล็อก: นาฬิกาข้อมือพังๆ เรือนหนึ่ง คราบดินโคลนแห้งกรังที่ติดอยู่บนรองเท้าหนังราคาแพง และเศษกระดาษโน้ตที่ถูกฉีกขาดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ในสายตาของตำรวจท้องถิ่น นี่คืออุบัติเหตุ... การพลัดตกจากหน้าผาของนักบัญชีหนุ่มผู้ติดการพนัน แต่สำหรับผม ผู้ที่มีหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า นี่คือ 'สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม' ที่ระบบกำลังบังคับให้ผมต้องสะสางมันให้เสร็จสิ้นภายในเวลาเที่ยงคืนนี้ มิฉะนั้น บทลงโทษจากการทำภารกิจแรกไม่สำเร็จอาจหมายถึงการถูกรีเซ็ตความทรงจำทั้งหมด... หรือร้ายยิ่งกว่านั้น คือการสูญเสียโอกาสในการล้างมลทินให้กับการตายของพ่อแม่ผมเอง [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจหลัก 'บททดสอบแห่งเงา' เริ่มต้นขึ้น] [เงื่อนไข: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของ "คุณวิกรม" และระบุตัวฆาตกรตัวจริง] [เวลาที่เหลือ: 04 ชั่วโมง 12 นาที] [รางวัล: แต้มประสบการณ์ +500, ปลดล็อกสกิล 'วิเคราะห์ร่องรอยขั้นสูง', และ... อาหารมื้อพิเศษสำหรับผู้ช่วยอาจารย์ (มิลิน)] ตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบเตือนอยู่มุมขวาบนของขอบเขตการมองเห็น ทำให้หัวใจของผมเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบแว่นขยายทรงกลมขึ้นมาสวม ไอน้ำจากความเครียดทำให้เลนส์ขึ้นฝ้าชั่วขณะ ผมดึงสติกลับมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับจังหวะการหายใจให้ช้าลงตามหลักการที่เคยร่ำเรียนมา ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลดิบและอคติของมนุษย์ สิ่งเดียวที่ไม่เคยโกหกก็คือ 'หลักฐานทางกายภาพ' ครับ "อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแม้จะยังมีความประหม่าเจืออยู่บ้าง แต่ก็เริ่มมีความมั่นคงขึ้นมาทีละน้อย "ตำรวจสรุปว่าผู้ตายเมาสุราแล้วเดินพลัดตกหน้าผาช่วงกิโลเมตรที่ 12 ของถนนสายเก่า... แต่พวกเขามองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดไปอย่างน่าขัน" มิลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นปัดผมหน้าที่ปรกลงมาทัดหู ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "สิ่งสำคัญที่ว่า... คืออะไรล่ะ ริน? อย่าบอกนะว่าคุณแค่นั่งนับรอยเปื้อนบนรองเท้าคู่นั้น" "ไม่ใช่แค่รอยเปื้อนครับอาจารย์ แต่เป็น 'ทิศทาง' ของมันต่างหาก" ผมขยับแว่นตาให้เข้าที่แล้วชี้ไปยังถุงซิปล็อกที่บรรจุรองเท้าหนัง "ถ้าผู้ตายเดินเซและล้มกลิ้งลงไปตามลาดเขาจริง โคลนที่ติดอยู่บริเวณส้นเท้าและพื้นรองเท้าควรจะมีลักษณะกระเซ็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือมีการไถลของเนื้อดินตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่ลองดูนี่สิครับ... คราบโคลนบริเวณขอบด้านในของรองเท้าข้างขวา มีร่องรอยการถูกกดทับด้วยของเหลวที่มีความหนืดสูง และทิศทางการไหลของมันสวนทางกับแรงดึงดูดขณะเดิน" ผมหยุดพูดชั่วครู่เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของอาจารย์สาว เธอยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมกริบจับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในตลาดมืด แต่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นกลับคลี่ยิ้มบางเบาอย่างแทบจะมองไม่เห็น นั่นคือสัญญาณว่าผมกำลังเดินมาถูกทาง "แปลว่า..." มิลินต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลง "รองเท้าคู่นี้ไม่ได้ถูกใช้งานในขณะที่เหยื่อกำลังเดินอยู่บนหน้าผา... แต่ถูกสวมใส่ *หลังจาก* ที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อจัดฉากตบตา" "ถูกต้องครับ!" ผมพยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย "ฆาตกรพยายามทำให้คดีนี้ดูเหมือนอุบัติเหตุ จึงนำรองเท้าของผู้ตายมาเปื้อนโคลนแล้วสวมทับเข้าไปทีหลัง แต่เนื่องจากความรีบร้อนและตื่นตระหนก ทำให้พวกเขาไม่ได้สังเกตว่า องค์ประกอบของดินบริเวณนั้นเป็นดินเหนียวแดงจากเขตก่อสร้างห่างออกไปสามกิโลเมตร ไม่ใช่ดินทรายร่วนปนหินกรวดของหน้าผาจุดเกิดเหตุ" บรรยากาศในห้องใต้ดินเงียบงัดลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบaของผม และเสียงท้องร้องเบาๆ ที่ดังมาจากร่างของอาจารย์มิลิน—ซึ่งเธอแกล้งทำเป็นกระแอมไอแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อนเสียงนั้นอย่างแนบเนียน [ระบบประเมินผล: ความแม่นยำในการวิเคราะห์ 85%] [ท่านได้รับ +150 คะแนนความจริง (Truth Points)] [คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยในรัศมี 50 เมตร... ระดับอันตราย: ปานกลาง] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีส้มกะพริบเตือนภัย รินสะดุ้งเฮือกเมื่อตระหนักว่าเราไม่ได้อยู่กันตามลำพังในห้องเก็บของแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว ฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเดินตรงเข้ามายังประตูกลอนไม้ที่ปิดตายจากด้านนอก แสงไฟฉายสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่าๆ เข้ามา กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยเข้ามาแตะจมูก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำหยาบกระด้างที่ตะโกนก้องเข้ามาในความมืด "เฮ้ย! ใครอยู่ในนั้นวะ! ออกมาตรวจค้นเดี๋ยวนี้!" ผมหันไปสบตากับอาจารย์มิลินโดยอัตโนมัติ ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ใบหน้าของหญิงสาวกลับปรากฏแววตาตื่นเต้นระคนกระหายใคร่รู้ราวกับเด็กสาวที่กำลังค้นพบของเล่นชิ้นใหม่ ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ดูท่าทางว่า..." มิลินกระซิบเบาๆ ข้างหูผม ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอจนขนลุกซู้ด "ภารกิจแรกของคุณ จะไม่ได้จบลงแค่การดูศพแล้วล่ะนะ ริน" ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูไม้บานเก่าก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากบานพับด้วยแรงมหาศาล ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อน ใบหน้ามีแผลเป็นยาวพาดผ่านแก้มขวา และในมือของเขาไม่ได้ถือกระบอง... แต่เป็นปืนพกสั้นที่เล็งตรงมายังศีรษะของผมโดยตรง! "พวกแกเป็นใคร... และเข้ามาจุ้นจ้านอะไรตรงนี้!" เสียงคำรามของชายคนนั้นดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดินแคบๆ ขอบเขตการมองเห็นของผมสว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยหน้าต่างระบบสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นระหว่างผมกับปากกระบอกปืน [ภารกิจเสริมฉุกเฉิน: เผชิญหน้ากับ 'หนอนบ่อนไส้' ประจำสถานีตำรวจ] [เงื่อนไข: เปิดโปงหลักฐานมัดตัวคนร้ายภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นจะถูกกำจัด] [สถานะตัวละครปัจจุบัน: อันตรายถึงชีวิต] ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย มือขวาเอื้อมไปจับด้ามแว่นขยายแน่น ในขณะที่สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อเตรียมรับมือกับวินาทีชี้ชะตาที่กำลังจะมาถึงตรงหน้าครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%