กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นฉุนบางเบาของน้ำมันสนและโอโซนเทียม ลอยอบอวลอยู่ในความมืดสลัวของคลังเก็บของเก่าประจำเขตการศึกษา แสงไฟฉายแรงสูงลำหนึ่งกำลังกวาดผ่านชั้นวางหนังสือเหล็กขึ้นสนิม ทอดเงายาวเหยียดราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ที่บิดเบี้ยวไปตามผนังปูนเปลือย
"ริน ระวังทางซ้าย... ตรงรอยต่อของพื้นปูนมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลด้วยแรงดันต่ำ ความถี่แบบนี้ไม่ใช่อุปกรณ์มาตรฐานของทางการแน่นอนครับ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยจากมิลิน อาจารย์สาวลึกลับดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เธอยืนพิงเสาปูนด้วยท่าทางผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งกำลังแกะห่อขนมปังอบกรอบด้วยความรวดเร็วและเงียบเชียบ แม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย สัญชาตญาณความหิวโหยของเธอก็ยังคงทำงานอย่างแม่นยำไม่ต่างจากเรดาร์ตรวจจับวัตถุต้องสงสัย
ผม—ริน—สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วชี้ที่สวมถุงมือหนังกระชับด้ามจับของแว่นขยายแม่เหล็กในมือแน่น หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าเข้มของระบบ 'Digital Detective' ปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยตัวอักษรเรืองแสงสีทอง
[ ตรวจพบร่องรอยพลังงานความถี่สูง (High-Frequency Electromagnetic Trace) ระดับ 3 ]
[ คำเตือน: เป้าหมายมิได้ใช้กำลังกาย แต่ใช้อุปกรณ์ไฮเทคควบคุมกลไกของห้องเพื่ออำพรางร่องรอย ]
[ คำแนะนำจากระบบ: ใช้ตรรกะหักล้างรูปแบบการทำงานของวงจร มากกว่าการพึ่งพากำลังทหาร ]
ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบประกอบกับร่องรอยทางกายภาพบนพื้น คลังเก็บของเก่าแห่งนี้ถูกใช้เป็นฉากหน้าในการลักลอบดัดแปลงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย คนร้ายรายนี้มีความรู้เรื่องวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) ในระดับที่น่าทึ่ง เขาสามารถซ่อนกลไกการทำงานไว้เบื้องหลังชั้นหนังสือโบราณได้อย่างแนบเนียน
"ริน... เธอสังเกตเห็นรอยขูดขีดบนพื้นปูนตรงนั้นไหมครับ" มิลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับเคี้ยวขนมปังกรุบกรอบในปาก "มันไม่ใช่รอยลากของหนักธรรมดา แต่เป็นรอยเสียดสีของโลหะผสมไทเทเนียมที่ผ่านการเคลือบสารป้องกันสนามแม่เหล็ก... คนร้ายไม่ได้แค่ซ่อนของ แต่มันกำลังรอให้เราเดินเข้าไปในกับดักที่ตั้งเวลาไว้"
คำพูดของอาจารย์สาวทำให้ผมชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้า สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประมวลผลความเป็นไปได้ทั้งหมด หากรอยขูดขีดนั้นคือร่องรอยของกลไกเปิดปิดอัตโนมัติ แสดงว่าจุดที่เรายืนอยู่ตอนนี้คือจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิด แต่เป็นจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
"ถ้าอย่างนั้น..." ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยกแว่นขยายขึ้นส่องสำรวจโครงสร้างเพดาน "เป้าหมายไม่ได้ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ แต่มันซ่อนตัวอยู่ในระบบระบายอากาศด้านบนต่างหากครับ"
ทันทีที่สิ้นเสียงของผม เสียงกระซิบเชิงกลไกอันแหลมคมก็ดังขึ้นจากช่องลมเหนือศีรษะ ประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาศออกมาจากท่อแอร์เก่าคร่ำคร่า ร่างเงาดำทมิฬร่างหนึ่งร่อนลงมาจากความมืดอย่างเงียบเชียบ สวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทและสวมหน้ากากกันแก๊สพิษที่ออกแบบมาอย่างล้ำอนาคต ในมือของมันถืออุปกรณ์ทรงกระบอกที่ส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายกับเครื่องกำเนิดคลื่นพลังงานพลาสม่าขนาดย่อม
"แกฉลาดเกินไปแล้ว เด็กน้อย..." เสียงผ่านเครื่องแปลงเสียงของคนร้ายดังลอดออกมาจากหน้ากาก มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย็นชา "น่าเสียดายที่ความรู้อันน้อยนิดนั้น จะต้องถูกฝังไว้พร้อมกับซากปรักหักพังของตึกนี้"
คนร้ายยกอุปกรณ์ในมือขึ้นเล็งตรงมาที่ผมโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ปฏิกิริยาตอบสนองของผมถูกกระตุ้นด้วยเสียงเตือนรัวเร็วจนน่าเวียนหัวของระบบ
[ ตรวจพบการโจมตีฉับพลัน! เปิดใช้งานโหมดคำนวณวิถีหลบหลีกฉุกเฉิน ]
[ คำเตือน: อุปกรณ์ในมือเป้าหมายคือ 'Sonic Disrupter' รุ่นต้นแบบ แรงกระแทกสามารถทำลายอวัยวะภายในได้ ]
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น โลกราวกับถูกกดปุ่มให้เดินช้าลง ตรรกะในหัวของผมทำงานแข่งกับเวลา รอยต่อของพื้นปูน ช่องระบายอากาศ และองศาการยืนของคนร้ายถูกประมวลผลออกมาเป็นภาพสามมิติ ผมตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นเย็นเฉียบพร้อมกับกลิ้งหลบไปทางซ้ายสุดแรง
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระแทกสีขาวขุ่นพุ่งผ่านจุดที่ผมยืนอยู่เมื่อครึ่งวินาทีមុនอย่างเฉียดฉิว ชั้นวางหนังสือเหล็กด้านหลังแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผง เศษเหล็กและเศษกระดาษกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วบริเวณ แรงลมจากการโจมตีทำให้ผมรู้สึกชาไปทั้งแถบ
"โอ๊ะ เกือบไปแล้วนะครับ..." มิลินพึมพำเสียงเรียบ เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่เศษฝุ่นก็ยังไม่เกาะติดบนเสื้อผ้าของเธอ ร่างเพรียวบางก้าวเดินเข้าไปหาคนร้ายอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะยามบ่าย "การใช้อุปกรณ์ไฮเทคระดับนี้ในเขตชุมชน... ดูเหมือนว่าองค์กรเบื้องหลังของเธอจะเริ่มร้อนรนแล้วสินะครับ"
คนร้ายสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นว่าการโจมตีเต็มรูปแบบของตนไม่สามารถทำอะไรอาจารย์สาวลึกลับได้ มันรีบหมุนตัวกลับเพื่อจะเหนี่ยวไกอีกครั้ง แต่มันประเมินความเร็วของมิลินต่ำเกินไป
เพียงแค่พริบตาเดียว ร่างของมิลินก็หายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่และไปปรากฏตัวเบื้องหลังคนร้ายอย่างแนบเนียน นิ้วเรียวยาวดั่งงานศิลป์แตะลงที่ข้อต่อแขนขวาของคนร้ายเบาๆ คล้ายกับการสัมผัสด้วยความทะนุถนอม แต่ทว่า—
*กรอบ!*
เสียงข้อต่อโลหะและกระดูกหักดังขึ้นพร้อมกันอย่างชัดเจน อุปกรณ์ไฮเทคในมือคนร้ายร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นปูนเสียงดังสนั่น ร่างในชุดสูทสีดำทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด หน้ากากกันแก๊สพิษหลุดกระเด็นเผยให้เห็นใบหน้าชุ่มเหงื่อของชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย
ผมลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้คนร้ายพร้อมกับเปิดหน้าต่างระบบเพื่อทำการสแกนลายนิ้วมือและข้อมูลชีวมิติ
"การต่อสู้จบลงแล้วครับ บอกผมมาเสียดีๆ ว่าใครเป็นคนบงการให้พวกคุณดัดแปลงอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อใช้ก่อเหตุในเขตที่พักอาศัย" ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของคนร้าย น้ำเสียงของผมราบเรียบแต่เฉียบคมพอที่จะทำให้ความตั้งใจจะขัดขืนของอีกฝ่ายสลายหายไป
ชายวัยกลางคนหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ เลิกลั่กด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะยิ้มเยาะด้วยมุมปาก "แกคิดว่าจับฉันได้แล้วสินะ... เด็กน้อย... แกยังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืดของเมืองนี้"
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมของระบบ 'Digital Detective' ที่อยู่ตรงหน้าผมก็เกิดอาการกระพริบถี่ๆ สีฟ้าของอินเทอร์เฟซเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างกะทันหัน เสียงเตือนระดับวิกฤตดังขึ้นจนแสบแก้วหู
[ แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS! ]
[ ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต: ลายเซ็นดิจิทัลของเป้าหมายกำลังถูกลบด้วยไวรัสทำลายตัวเอง ]
[ คำเตือนจากระบบ: ต้นทางของสัญญาณไม่ได้มาจากตัวคนร้าย แต่มาจากบุคคลที่สามที่กำลังจับตาดูพวกเราผ่านกล้องวงจรปิดลับในห้องนี้! ]
ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบหันขวากลับไปมองรอบตัวในความมืดสลัว ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ ที่วางอยู่มุมห้องซึ่งควรจะเสียหายไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีแหล่งจ่ายไฟ ตัวอักษรสีเขียวเข้มวิ่งพล่านบนหน้าจออย่างรวดเร็วก่อนจะรวมตัวกันเป็นข้อความทักทายที่ทำให้ผมต้องหยุดหายใจ
*ยินดีต้อนรับสู่นักสืบ... ริน และคุณอาจารย์ผู้หิวโหย เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น*
ประตูกลเหล็กหนาหนักของคลังเก็บของเก่าปิดกระแทกใส่กันอย่างแรงด้วยกลไกอัตโนมัติจากภายนอก เสียงล็อกโลหะดังขึ้นก้องกังวาน ปิดตายเส้นทางหนีเดียวของเราในความมืดมิดที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผมในตอนนี้อย่างยิ่งนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - นักสืบแว่นขยาย
นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 7
บททดสอบ ณ คลังเก็บของเก่า
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!