คราบเขม่าสีเทาบนกระดาษกรองสารเคมี ไม่เคยโกหกใคร—นั่นคือสัจพจน์ที่อาจารย์มิลินพร่ำสอนผมเสมอมา ในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและเอกสารสำนวนคดีที่กองสูงท่วมหัว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นด้ายสีแดงและสีน้ำเงินโยงใยระโยงระยางราวกับใยแมงมุม
"คุณริน... ชิ้นส่วนที่สามของจิ๊กซอว์ไม่ได้อยู่ตรงรอยต่อระหว่างเขตการปกครองอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้แต่แรกหรอกนะครับ"
ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะขยับกรอบแว่นสายตา เลื่อนปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[ ติ๊ง! ตรวจพบการวิเคราะห์เชิงตรรกะระดับสูง ]
[ ดัชนีความเชื่อมโยงของเบาะแส: 78.4% ]
[ ปลดล็อกทักษะย่อย: 'การคาดการณ์วิถีอาชญากรรม (Criminal Trajectory)' สำเร็จ ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบ 'Digital Detective' ดังขึ้นในโสตประสาท ยืนยันว่าสมมติฐานที่ผมใช้เวลาขบคิดมาตลอดสามคืนนั้นมาถูกทางแล้ว ระบบไม่ได้มอบพลังวิเศษในการต่อสู้ที่รุนแรงให้ผม แต่มันมอบ "ดวงตา" ที่มองเห็นร่องรอยซึ่งมนุษย์ปุถุชนมักมองข้าม และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการไขปริศนา
เบื้องหน้าผมคือคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสามคดีในรอบสองเดือนที่ผ่านมา เหยื่อทุกรายเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับกลาง และถูกพบในสภาพที่ไร้ร่องรอยการต่อสู้ ราวกับพวกเขายอมเดินไปสู่ความตายด้วยความสมัครใจ ตำรวจท้องถิ่นสรุปว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอาชญากรใต้ดินที่ใช้ยาหลอนประสาท แต่มุมมองของนักสืบอย่างผมและอาจารย์มิลินกลับมองเห็นรอยแผลที่ลึกกว่านั้นมาก
ก๊อกๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มจะเดินเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง อาจารย์มิลินหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นกวาดมองกระดานไวท์บอร์ดที่มีเส้นด้ายโยงใยอย่างรวดเร็ว เธอยังคงถือห่อกระดาษไขที่บรรจุขนมปังอบกรอบไว้ในมือ และเคี้ยวอย่างเงียบเชียบ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายสวนทางกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องโดยสิ้นเชิง
"คุณรินดูหมกมุ่นเกินไปแล้วนะครับ" อาจารย์มิลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความใส่ใจไว้อย่างแนบเนียน "พลังงานในร่างกายของคุณกำลังลดลง... ถ้าไม่อยากเป็นลมล้มพับไปก่อนที่ความจริงจะปรากฏ ผมแนะนำให้ทานนี่เสียหน่อย"
เธอยื่นห่อขนมปังมาให้ผม แม้ในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ อาจารย์ก็ยังไม่ลืมเรื่องความหิวโหย (ไม่ว่าจะเป็นของเธอเองหรือความห่วงใยที่ส่งผ่านมาทางของกินก็ตาม) ผมรับมาด้วยรอยยิ้มบางๆ
"ขอบพระคุณครับอาจารย์... แต่ผมคิดว่าเราเจอจุดร่วมของคดีแล้วล่ะครับ" ผมผายมือไปยังกระดานไวท์บอร์ด "ลองดูเส้นด้ายสีแดงนี่สิครับ จุดเกิดเหตุทั้งสามแห่งไม่ได้เชื่อมโยงกันด้วย 'สถานที่' หรือ 'เวลา' แต่มันเชื่อมโยงด้วย 'ความถี่คลื่นพลังงาน' ต่างหาก"
อาจารย์มิลินหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอกลืนขนมปังในปากลงคออย่างช้าๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้กระดานไวท์บอร์ดมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรลอยมาแตะจมูก "อืม... น่าสนใจมากครับ คุณกำลังจะบอกว่า ฆาตกรไม่ได้เลือกเหยื่อจากภูมิหลัง แต่เลือกจาก 'ความถี่ของพลัง' ที่เหยื่อปล่อยออกมาในขณะที่ใช้ทักษะ?"
"ถูกต้องครับ" ผมพยักหน้ารับด้วยแววตาที่เปล่งประกายความมั่นใจขึ้นมาบ้าง "เหยื่อทั้งสามคนต่างก็มีทักษะประเภท 'สะท้อนแสง' หรือ 'ควบคุมคลื่น' ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการปรับจูนคลื่นสมองในระดับความถี่เฉพาะตัว และเมื่อนำข้อมูลจากระบบมาประมวลผลร่วมกับบันทึกการเข้า-ออกอาคารในเขตย่านการค้า... เราจะพบว่ามีบุคคลปริศนาคนหนึ่งปรากฏตัวอยู่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรของทุกจุดเกิดเหตุเสมอ"
ผมแตะนิ้วลงบนหน้าจอโฮโลแกรม ภาพจำลองสามมิติของชายปริศนาสวมฮู้ดสีดำผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น แม้ใบหน้าจะถูกความมืดอำพรางไว้ แต่รูปร่างและจังหวะการก้าวเดินนั้นชัดเจนเสียจนแทบไม่ต้องเดา
"ฆาตกรเงา..." ผมพึมพำชื่อที่ตั้งขึ้นเองในใจ "เขาไม่ได้ใช้กำลัง ไม่ได้ใช้อาวุธมีคม แต่เขาใช้ 'เสียง' หรือบางทีก็คือ 'คลื่นความถี่' ที่สามารถควบคุมจิตใจของเหยื่อให้เดินมาหาเขาด้วยความสมัครใจ เพื่อ... สูบเอาพลังงานทั้งหมดในตัวเหยื่อไป"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ จากพัดลมระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์ อาจารย์มิลินนิ่งเงียบไปนาน เธอเอามือแตะคางราวกับกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด ก่อนที่มุมปากบางเฉียบนั้นจะยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง
"คุณเติบโตขึ้นมากจริงๆ นะครับ คุณริน" อาจารย์มิลินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "การวิเคราะห์นี้นับว่าเฉียบคมสมกับเป็นผู้ครองระบบ 'Digital Detective' แล้วล่ะครับ... แต่คุณลืมคิดไปอย่างหนึ่ง"
หัวใจของผมกระตุกวูบ "อะไรนะครับอาจารย์?"
"ถ้าฆาตกรต้องการสูบพลังงานเพื่ออะไรบางอย่าง ทำไมเขาถึงทิ้งศพไว้ให้พวกเราตามหาล่ะครับ?" อาจารย์มิลินหันมาสบตาผมโดยตรง แววตาสีรัตติกาลคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิท "ในทางอาชญาวิทยา อาชญากรที่ฉลาดและมีพลังระดับนั้น จะไม่ทิ้งหลักฐานชิ้นโบแดงไว้ให้เราแกะรอยได้ง่ายๆ เว้นแต่ว่า... ศพเหล่านั้นไม่ได้ถูกทิ้งไว้เพื่ออำพรางคดี"
"...แต่ถูกทิ้งไว้เพื่อเป็น 'เหยื่อล่อ'!" ผมอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก เมื่อตรรกะทุกอย่างประกอบเข้าหากันจนสมบูรณ์
[ ติ๊ง! ตรวจพบความเข้าใจอันตรายระดับ S ]
[ คำเตือน: เป้าหมายรับรู้การสืบสวนของคุณแล้ว ]
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมาในหน้าจอระบบ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวจากอุปกรณ์ตรวจจับความปลอดภัยภายนอกอาคาร ไฟฟ้าภายในห้องทำงานกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงสลัวจากระบบสำรองฉุกเฉิน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่จากด้านนอกห้องทำงาน หากแต่มาจาก "ระเบียงกระจกด้านนอก" ที่อยู่สูงจากพื้นดินถึงสิบชั้น!
เงาสูงโปร่งในชุดฮู้ดสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่หลังกระจกใส เม็ดฝนด้านนอกสาดซัดกระทบตัวอาคาร แต่หยดน้ำเหล่านั้นกลับลอยวนรอบตัวของมันราวกับสนามพลังแม่เหล็ก ดวงตาสสีทองอร่ามคู่หนึ่งเรืองแสงวาบทะลุกระจกเข้ามา จับจ้องตรงมาที่ผมด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผมในตอนนี้อย่างยิ่งนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - นักสืบแว่นขยาย
นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 8
ทฤษฎีความน่าจะเป็นของฆาตกรเงา
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!