นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 9

ความหิวโหยที่ไม่ธรรมดาของมิลิน

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ปะปนมากับกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างแห่งนี้ ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสะดุดใจเท่ากับเสียงกลืนน้ำลายที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในความเงียบ "มิลิน... คุณไหวหรือเปล่าครับ" ผมเอ่ยถามพร้อมกับขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์เคลือบสารพิเศษของระบบ *Digital Detective* สะท้อนแสงสีฟ้าจาง ๆ จากหน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ของรอยกระสุนและคราบสารเคมีรอบตัวถูกวิเคราะห์และประมวลผลอย่างรวดเร็ว แต่ความสนใจทั้งหมดของผมกลับไม่ได้อยู่ที่หลักฐานตรงหน้า มันอยู่ที่ผู้หญิงข้างกาย อาจารย์มิลินยืนนิ่งอยู่หน้ากองวัตถุพยานชิ้นสำคัญ มือเรียวบางที่มักจะสวมถุงมือหนังสีดำเพื่อเก็บกวาดหลักฐานอย่างเนียบเนียน บัดนี้กำลังสั่นระริกเล็กน้อย ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่ได้มองมาที่ผม แต่มันจ้องเขม็งไปยัง "ชิ้นส่วนโลหะ" ที่เปื้อนคราบสารเคมีประหลาด ซึ่งเป็นเบาะแสเดียวของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในย่านการค้านี้ "ริน..." เสียงของเöpf่อขapแผ่วเบาและแหบพร่ากว่าปกติ มันไม่ใช่เสียงของอาจารย์ผู้ปราดเปรื่องและเย็นชาอย่างที่เคยเป็น "ฉัน... หิว" คำว่าหิวจากปากของมิลินไม่เคยมีความหมายธรรมดา ตลอดเวลาที่ผมร่วมงานกับเธอในฐานะผู้ช่วยและคู่หู ผมได้เรียนรู้ว่าพลังพิเศษที่ขับเคลื่อนร่างกายของอาจารย์สาวผู้นี้ไม่ใช่พลังงานเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ "การกลืนกินและย่อยสลายข้อมูลเชิงกายภาพ" ยิ่งคดีมีความซับซ้อนและมีร่องรอยพลังงานหลงเหลือมากเท่าไหร่ ความกระหายใคร่รู้ในระดับเซลล์ของเธอก็จะยิ่งแผดเผาจนน่ากลัว *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของผม พร้อมกับหน้าต่างสถานะสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาเตือนสอย [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบค่าความผัน ผวนทางชีวภาพของเป้าหมาย 'มิลิน' เกินขีดจำกัดปลอดภัย 85%] [คำเตือน: ร่างกายกำลังเข้าสู่สภาวะ 'การเผาผลาญขั้นวิกฤต' หากไม่ได้รับพลังงานทดแทนภายใน 10 นาที ความทรงจำระยะสั้นอาจถูกรีเซ็ต] หัวใจของผมกระตุกวูบ รีเซ็ตความทรงจำงั้นหรือ? นั่นหมายความว่าเธออาจจะลืมผม ลืมคดีนี้ หรือแม้แต่ตัวตนของเธอเอง "คุณมิลิน มองผมครับ" ผมก้าวเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่บางภายใต้เสื้อโค้ทตัวยาวของเธอเบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาผ่านเนื้อผ้า "เราได้หลักฐานครบแล้วครับ กลับไปที่สำนักงานกันเดี๋ยวนี้ ผมจะเตรียมอาหารที่คุณต้องการให้เอง" มิลินค่อย ๆ หันกลับมามองผม ใบหน้าเนียนใสที่มักจะเรียบเฉยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนซีดเซียว ดวงตาสีเทาคู่นั้นสั่นระริกราวกับกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณดิบที่พยายามจะฉีกกระชากตัวตนของเธอให้แหลกKเละ "นายไม่เข้าใจหรอก... ริน" เธอกระซิบ เสียงนั้นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "สิ่งที่ฉันหิว... มันไม่ใช่แค่อาหารธรรมดา... และคดีนี้... มันไม่ใช่การฆาตกรรมทั่วไป" พูดจบ นิ้วเรียวของเธอก็ยื่นไปแตะที่ชิ้นส่วนโลหะเปื้อนคราบเลือดนั้นโดยตรง ทันใดนั้นเอง ปฏิกิริยาที่รุนแรงก็เกิดขึ้น! แสงสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาจากวัตถุพยานราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่ร่องรอยพลังงานธรรมดา แต่เป็น "รหัสพันธุกรรมดิจิทัล" ที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนา พลังงานมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของมิลินผ่านปลายนิ้ว เปลือกตาของเธอปิดลงช้า ๆ ร่างกายแอ่นโค้งขึ้นเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดปนความสุขสำราญที่บิดเบี้ยว บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวตามคลื่นความถี่พลังงานที่ระเบิดออกมา รินผถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินที่ตอนนี้ผนังปูนเริ่มปรากฏรอยร้าวจากการดูดกลืนพลังงาน *ติ๊ง!* [ระบบตรวจพบการปลดล็อกข้อมูลลับระดับ S: แหล่งที่มาของพลัง 'ผู้กลืนกินความจริง'] [คำเตือน: เป้าหมายกำลังดูดซับข้อมูลความทรงจำของผู้ตาย หากกระบวนการเสร็จสิ้น ความลับเบื้องหลังองค์กร 'Project Ouroboros' จะถูกเปิดเผย แต่ความเสี่ยงที่จิตสำนึกของเป้าหมายจะถูกครอบงำมีสูงถึง 99%] ผมกัดฟันกรอด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น หากปล่อยให้เธอดูดซับต่อไป เธออาจจะปลอดภัยจากภาวะขาดพลังงาน แต่เธออาจจะสูญเสียความเป็นตัวเองไปตลอดกาล หรือถ้าผมเข้าไปขัดจังหวะตอนนี้ ทั้งเธอและผมอาจจะถูกแรงระเบิดจากพลังงานย้อนกลับกวาดล้างจนไม่เหลือซาก มือขวาของผมยกขึ้นเตรียมกดใช้ทักษะพิเศษของระบบเพื่อตัดวงจรพลังงาน แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มิลินก็ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเทาคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันเปล่งประกายด้วยแสงสีแดงฉานน่าขนลุก มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของอาจารย์สาวคนนี้มาก่อน มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้แจ้งและความกระหายที่ไม่มีวันสิ้นสุด "ขอบใจนะ... ริน สำหรับความเป็นห่วง" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป ราวกับไม่ใช่เสียงของมิลินคนเดิม "แต่ว่านะ... เหยื่อตัวจริงกำลังเดินมาทางนี้แล้วล่ะ" ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยถามอะไร ฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงปรบมือช้า ๆ ที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วความมืดมิด "ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมเสียจริง... อาจารย์มิลิน และก็นักสืบฝึกหัดผู้โง่เขลา" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผมในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%