นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 10

กับดักในงานเลี้ยงสวมหน้ากาก

ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
"หากท่านเดินหมากตานี้ผิดแม้แต่ช่องเดียว... ความลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมผืนนั้น จะไม่ได้ถูกเปิดเผยให้ใครได้ยินอีกตลอดกาลนะครับ ริน" เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เจือด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นแนบใบหู พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่จิ้มลงบนปกเสื้อสูทสีดำสนิทของผมอย่างแผ่วเบา มิลิน อาจารย์สาวลึกลับผู้มีเรือนผมยาวสลวยราวน้ำinค้างในยามราตรี ขยับหน้ากากเวนิสสีขาวขอบทองของเธอให้เข้าที่ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้หน้ากากนั้นกำลังกวาดมองไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมา ที่ซึ่งเหล่าผู้มีอิทธิพลของเมืองกำลังเคล้นคลายยิ้มสวมหน้ากากเข้าหากัน ราวกับฝูงปลาฉลามที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำอันมืดมิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกการ์เดเนียผสมผสานกับกลิ่นไวน์ชั้นเลิศลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ แต่ประสาทสัมผัสของผมกลับไม่ได้เคลิบเคลิ้มไปกับมันเลยแม้แต่น้อย หัวใจของผมเต้นระรัวอยู่ในอก จังหวะการหายใจถูกควบคุมให้อยู่ในระดับสม่ำเสมอตามหลักสูตรการแทรกซึมที่ระบบ *Digital Detective* ได้วิเคราะห์และจำลองไว้ให้ในหัว ภายใต้หน้ากากครึ่งหน้าที่ผมสวมอยู่ หยาดเหงื่อกาฬเริ่มซึมผ่านไรผมลงมาอย่างเงียบเชียบ นี่ไม่ใช่แค่เกมสังคมชั้นสูง แต่คือสนามรบที่เดิมพันด้วยหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากของผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในย่านการค้า "ผมทราบแล้วครับอาจารย์... ระบบกำลังประเมินความเสี่ยงจากมุมอับสายตาทางด้านซ้ายมือ รัศมีสามเมตรมีบอดี้การ์ดสวมหน้ากากนกฮูกยืนคุมเชิงอยู่สองคน การจะเข้าไปถึงตู้เซฟหลังภาพวาดสีน้ำมันรูปเทพีแห่งความยุติธรรม จำเป็นต้องใช้จังหวะที่ดนตรีคลาสสิกเปลี่ยนท่วงทำนองในอีกสี่สิบวินาทีข้างหน้า" ผมกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความราบเรียบเอาไว้ให้มากที่สุด สายตาคมกริบภายใต้แว่นตาเลนส์ใสสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคריสตัลเบื้องบน ในสมองของผม แผนผังคฤหาสน์สามมิติที่ถูกประมวลผลผ่านหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วของระบบกำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว [แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบความกดอากาศในห้องโถงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ระดับความเครียดของผู้ใช้บริการ (ริน) อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ แนะนำให้ใช้ทักษะ 'สายตานักสืบเพ่งเล็ง' (Detective's Focused Gaze) เพื่อสแกนหาตัวจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensor) บริเวณกรอบประตูบานที่สาม] หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงเด้งขึ้นมาเตือนสติผมแวบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ผมกวาดตามองผ่านเลนส์แว่นไปยังเป้าหมายอย่างแนบเนียน และนั่นทำให้ผมต้องขบกรามแน่นด้วยความระมัดระวัง เส้นใยอินฟราเรดสีแดงจางๆ ที่แทบมองไม่ด้วยตาเปล่า กำลังทอดตัวสลับไขว้กันไปมาอยู่เบื้องหน้าบานประตูไม้สักทอง หากเดินพลาดไปแม้แต่เซนติเมตรเดียว ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของคฤหาสน์หลังนี้จะทำงานทันที และพวกเราจะกลายเป็นหนูกลوبในถังข้าวสารที่ไม่มีทางหนีรอด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ท้องของมิลินก็ส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ ออกมาจนผมต้องเหลือบมองด้วยความระอาปนเป็นห่วง อาจารย์สาวขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าภายใต้หน้ากากแสดงความหงุดหงิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ริน... เจ้าพวกนี้จัดงานเลี้ยงได้น่าเบื่อสิ้นดีแถมยังไม่มีอะไรตกถึงท้องฉันตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ ถ้าภารกิจนี้จบลงช้ากว่ากำหนดสามนาที ฉันจะกินขนมปังอบชีสของนายให้เกลี้ยงห้องพักเป็นบทลงโทษ" มิลินกระซิบด้วยน้ำเสียงหิวกระหายที่แฝงไว้ด้วยความอันตรายตามแบบฉบับของเธอ "ครับๆ ไว้เสร็จเรื่องนี้ ผมจะทำสเต็กเนื้อชั้นดีให้ท่านอาจารย์ทานเป็นกรณีพิเศษเลยครับ แต่ตอนนี้... ขอสมาธิให้ผมก่อนนะครับอาจารย์" ผมสูดหายใจเข้าลึก and ก้าวเท้าออกไปตามจังหวะเสียงไวโอลินที่เริ่มเร่งเร้าขึ้น การเคลื่อนไหวของผมถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวลอดผ่านช่องว่างของเส้นอินฟราเรดอย่างเฉียดฉิว ร่างกายแนบชิดไปกับผนังห้องโถงที่ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรงดงาม สายตาจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนสวมหน้ากากรูปเสือดาว ซึ่งกำลังยืนจิบไวน์อยู่ไม่ไกลจากเป้าหมาย เขาคือ 'ท่านเคานต์บารอน' ผู้มีอิทธิพลมืดที่กุมหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ ทันใดนั้น ชายสวมหน้ากากเสือดาวก็หันขวับมาทางผมอย่างกะทันหัน ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองอยู่! หัวใจของผมกระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยดังลั่น แต่ด้วยความรวดเร็วที่ฝึกฝนมา ผมแสร้งยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบพร้อมกับโค้งศีรษะให้เขาอย่างสุภาพ ราวกับแขกผู้ร่วมงานคนหนึ่งที่กำลังชื่นชมการตกแต่งภายในบ้านของเขา ชายคนนั้นหรี่ตามองผมผ่านหน้ากากอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสนทนากับคู่สนทนาต่ออย่างไม่ติดใจอะไร ผมลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก เม็ดเหงื่อไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าอย่างเห็นได้ชัด การแทรกซึมเข้ามาในถ้ำเสือแห่งนี้มันอันตรายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่าตัวนัก มือขวาของผมเอื้อมไปแตะที่บานประตูห้องทำงานลับของเคานต์บารอนอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วสัมผัสกับกลไกแม่เหล็กไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ ผมดึงอุปกรณ์ถอดรหัสขนาดจิ๋วที่ได้รับจากระบบออกมาต่อเข้ากับช่องเชื่อมต่อลับทันที หน้าจอโฮโลแกรมแสดงเปอร์เซ็นต์การถอดรหัสที่ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นอย่างช้าๆ: *45%... 68%... 89%...* เสียงเพลงในห้องโถงใหญ่เริ่มเบาลง บ่งบอกว่าช่วงเวลาพักเบรกกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว และนั่นหมายความว่าผู้ดูแลคฤหาสน์อาจจะเดินตรวจตราผ่านมาทางนี้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า [แจ้งเตือนจากระบบ: การถอดรหัสเสร็จสมบูรณ์ 100% ประตูห้องทำงานลับกำลังเปิดออก] เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูไม้สักที่แง้มเปิดออกอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายของกระดาษโบราณและเอกสารลับโชยออกมาปะทะจมูก รินส่งสัญญาณมือให้มิลินคอยระวังต้นทาง ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าเข้าไปในความมืดภายในห้องนั้นอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากภารกิจสาดส่องกระทบเข้ากับโต๊ะทำงานกลางห้อง บนนั้นมีแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำวางอยู่โดดเดี่ยว พร้อมกับตราประทับประจำตระกูลที่ยืนยันว่านี่คือหลักฐานชิ้นเอกที่พวกเราตามหา ผมรีบหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทว่า... ทันทีที่สายตาของผมกวาดผ่านบรรทัดแรกของเอกสาร แสงสว่างในห้องทำงานก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด! ความมืดมิดเข้าปกคลุมรอบตัวในเสี้ยววินาที กลิ่นฉุนของควันบางอย่างลอยอบอวลขึ้นมาในอากาศ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคนที่กำลังก้าวเข้ามาปิดล้อมทางเข้าออกเอาไว้ทุกด้าน "ระวังตัวด้วยครับริน...!" เสียงอุทานของมิลินดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงกระทบกันของวัตถุหนักๆ และเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่ดังสะท้อนไปทั่วทางเดิน ผมกำแฟ้มเอกสารในมือแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยระดับสูงสุดกรีดร้องอยู่ในหัว และก่อนที่ผมจะได้ขยับตัวทำอะไร เสียงปรบมือช้าๆ และเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของห้องทำงานนั้น... "ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ข้าเตรียมไว้ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ... เจ้าหนูนักสืบ" --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับผมในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - นักสืบแว่นขยาย
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%