กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินโบราณโชยเข้าจมูกจนรินต้องขมวดคิ้วแน่น แสงสว่างเดียวในที่แห่งนี้มาจากเปลวเทียนสีส้มสั่นไหวบนโต๊ะไม้ผุๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่หนาจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ ในเขตปิดตายแห่งนี้ ไม่มีคลื่นสัญญาณดิจิทัล ไม่มีหน้าจอโฮโลแกรมลอยตัว และที่สำคัญที่สุด... ระบบ 'Digital Detective' ของเขากำลังส่งเสียงเตือนด้วยสัญญาณรบกวนที่ขาดหายเป็นห้วงๆ
"ระบบออฟไลน์... การวิเคราะห์หลักฐานด้วย AI ถูกจำกัด"
เสียงแจ้งเตือนในหัวที่ขาดๆ หายๆ ทำให้ฝ่ามือของรินชื้นเหงื่อ เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะสูญเสียความเยือกเย็นได้ง่ายๆ แต่การไร้ซึ่งตัวช่วยคำนวณความน่าจะเป็นในสถานการณ์ที่ตรงหน้า มีร่างไร้ลมหายใจของขุนนางชั้นผู้ใหญ่พาดอยู่บนเก้าอี้โยก มันกดดันเสียจนหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
เบื้องหน้าของรินคือศพของบารอนโคลด์ ผู้ทรงอิทธิพลประจำเขตตะวันตก สภาพศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผลจากอาวุธภายนอก ทว่าริมฝีปากกลับเขียวคล้ำและดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"อย่ามัวแต่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำสิครับ คุณนักสืบ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืด อาจารย์มิลินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว มือเรียวยาวข้างหนึ่งกำลังแกะกระดาษห่อลูกอมสมุนไพรเข้าปาก ดวงตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้องด้วยความเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ศพมนุญาต แต่เป็นเพียงงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่จัดวางผิดที่ผิดทาง
"ผมไม่ได้สั่นครับอาจารย์... แค่บรรยากาศมัน..." รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขาดันกรอบแว่นสายตาให้เข้าที่ "ในเขตปิดตายแห่งนี้ ประตูเหล็กหนาสามชั้นถูกลงกลอนจากด้านใน หน้าต่างทุกบานถูกตอกตะปูตายสนิท ไม่มีทางที่ฆาตกรจะหลบหนีออกไปได้เลย หากมองด้วยหลักตรรกะทั่วไป นี่คือห้องปิดตายสมบูรณ์แบบที่ชวนให้นึกถึงการฆ่าตัวตาย"
"ถ้าเป็นการฆ่าตัวตายจริง แล้วถ้วยชาอุ่นๆ บนโต๊ะนั่นล่ะครับหมายความว่าอย่างไร?" มิลินเอ่ยแยضขึ้น พร้อมกับพยักเพยิดใบหน้าไปยังถ้วยกระเบื้องเคลือบที่มีควันจางๆ ลอยขึ้นมาเล็กน้อย "อุณหภูมิของน้ำชายังอุ่นอยู่ แสดงว่าเพิ่งถูกรินไม่เกินสิบนาที คนที่กำลังจะกินยาพิษฆ่าตัวตาย คงไม่เสียเวลาต้มชาใบโปรดแล้วนั่งจิบให้สำราญใจหรอกกระมังครับ"
รินพยักหน้ารับช้าๆ ความคิดวิเคราะห์เริ่มทำงานเข้ามาแทนที่ความตระหนก เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน สวมถุงมือผ้าฝ้ายอย่างระมัดระวัง แล้วก้มลงสำรวจวัตถุพยานด้วยตาเปล่า เนื่องจากระบบวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่ทำงาน เขาจึงต้องพึ่งพา "ดวงตา" และ "สมอง" ของตนเองล้วนๆ
"จริงด้วยครับ... และถ้าสังเกตที่ก้นถ้วยชาดีๆ จะเห็นคราบผงสีขาวละเอียดละลายอยู่ก้นถ้วย มันคือสารพิษจากดอกไม้อาคมชนิดหายาก 'ราตรีสีเลือด' ที่ต้องนำเข้าจากดินแดนทางเหนือเท่านั้น" รินใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะ พลางหรี่ตาลงครุ่นคิด "ปัญหาคือ ในเขตปิดตายที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และไม่มีใครเข้าออกได้เลย ใครเป็นคนเอาสารพิษนี้มาใส่ในถ้วยชาของบารอน?"
มิลินเดินเข้าไปใกล้ศพ หล่อนโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่ลำคอของศพเบาๆ ก่อนจะสูดดมกลิ่นรอบๆ ตัวผู้ตาย ครู่หนึ่งริมฝีปากบางเฉียบก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกลับและน่าค้นหา
"บางครั้ง... สิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาจไม่ได้ซ่อนอยู่ข้างนอก แต่มันถูกซ่อนไว้ในที่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุดต่างหากครับ" มิลินกล่าวพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยที่ปกเสื้อด้านหลังของบารอนโคลด์ "ลองดูนี่สิครับ คุณนักสืบ"
รินรีบขยับเข้าไปดูใกล้ๆ ที่ปกเสื้อด้านหลังมีรอยเข็มขนาดจิ๋วที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รอบๆ รอยเข็มนั้นมีคราบน้ำมันใสๆเคลือบอยู่บางๆ
"นี่มัน... กลไกเข็มพิษอัตโนมัติ?" รินเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง "มันไม่ได้ถูกใส่ไว้ในถ้วยชา แต่ถูกติดตั้งไว้ที่พนักพิงของเก้าอี้โยกตัวนี้! ทันทีที่บารอนโคลด์เอนหลังลงน้ำหนัก กลไกสปริงจะดีดเข็มพิษฝังเข้าที่ต้นคอโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ!"
"ถูกต้องครับ" มิลินผละตัวออกมายืนกอดอก มองดูเด็กหนุ่มที่กำลังปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยแววตาพึงพอใจ "และเนื่องจากเก้าอี้ตัวนี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ประจำห้องที่ไม่มีการเคลื่อนย้าย ใครก็ตามที่เข้ามาซ่อมแซมหรือทำความสะอาดห้องนี้เมื่อสามวันก่อน ก็สามารถติดตั้งกลไกนี้ไว้ล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันเกิดเหตุ"
รินพยักหน้าอย่างเห็นพ้องต้องกัน สมองของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาชื่อของผู้ต้องสงสัย บันทึกการเข้าออกของคฤหาสน์หลังนี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว และคนที่มีสิทธิ์เข้ามาร,ว,นห้องนี้มีเพียงสามคนเท่านั้น...
ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะเอ่ยชื่อผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ บรรยากาศภายในห้องใต้ดินก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวที่ริมฝีปาก เปลวเทียนบนโต๊ะดับลงพร้อมกันทั้งห้อง ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งในเสี้ยววินาที
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบ 'Digital Detective' ที่เคยขาดหายไป กลับดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหัน แต่มันไม่ใช่เสียงวิเคราะห์คดีปกติ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบ
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมพลังงานสูงกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้]
[เป้าหมาย: ไม่ใช่ร่องรอยของมนุษย์... กำลังเข้าประชิดในระยะ 3 เมตร]
รินชักกริชสั้นออกจากฝักในมือซ้ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยับเข้าไปยืนขนาบข้างอาจารย์มิลิน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย เขากวาดสายตามองฝ่าความมืดไปยังประตูทางเข้าที่ควรจะปิดสนิท
ทว่า... ประตูเหล็กหนาสامชั้น ค่อยๆ ถูกดันเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเสียดสีของโลหะที่ดังแสบแก้วหู
เงาร่างหนึ่งก้าวเท้าเดินเข้ามาในแสงสว่างจางๆ จากช่องประตู ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดลึก แต่สิ่งที่ทำให้รินต้องหยุดหายใจ คือกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลปริศนานี้ มันรุนแรงเสียจนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปครับ... นักสืบตัวน้อย" เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากเงาดำนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏขึ้น
- นักสืบแว่นขยาย -
นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 15
คดีฆาตกรรมในเขตปิดตาย
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!