กลิ่นอับชื้นของอิฐเผาผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดเบื้องหน้า พื้นรองเท้าหนังบูทของผมเหยียบย่ำลงบนเศษซากเอกสารคดีเก่าที่ถูกฉีกกระชากจนแหลقละเอียด ที่นี่คือชั้นใต้ดินลับของตึกทำการเก่าแก่ใจกลางเมือง—รังใหญ่ขององค์กรเงาที่พวกเราตามล่ามาตลอดหกเดือนเต็ม
"ระวังตัวด้วยนะครับริน แรงกดดันทางจิตวิทยารอบตัวเราตอนนี้มันสูงเกินค่าเฉลี่ยปกติถึงสามเท่าตัวแล้ว"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบดังมาจากด้านข้าง อาจารย์มิลินปรายตามองความมืดเบื้องหน้า ดวงตาคู่สวยของเธอสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากอินเตอร์เฟซระบบที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วง แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ หญิงสาวในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวตัวเก่งก็ยังคงลุคเยือกเย็นเอาไว้ได้ แต่นิ้วมือเรียวยาวที่กำลังกุมด้ามมีดสั้นเงินบริสุทธิ์กลับสั่นระริกเล็กน้อย—อาการ "หิวโหย" ของพลังพิเศษเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธออีกครั้งแล้ว
ผมเหลือบมองหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่เหนือสายตา
[ ตรวจพบพื้นที่อันตรายระดับ S: เขตอาคมปิดกั้น ]
[ คำเตือน: พลังงานความมืดหนาแน่น ผู้ใช้จะสูญเสียมานา (Mana) เร็วกว่าปกติ 50% ]
[ ระบบ 'Digital Detective' ทำการปรับเทียบตรรกะพื้นฐาน... เสร็จสิ้น ]
"ผมพร้อมแล้วครับอาจารย์" ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติและปรับโฟกัสสายตาผ่านแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมคางหมู ทักษะ *[เนตรตรรกะ (Logic Eye)]* ทำงานอัตโนมัติ ร่องรอยการเดินเท้า รอยขีดข่วนบนกำแพง และคลื่นพลังงานความร้อนที่หลงเหลืออยู่ ถูกถอดรหัสออกมาเป็นเส้นทางสีแดงฉานพาดผ่านความมืดทึบเบื้องหน้า ศัตรูไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ไกล พวกมันกำลังรอต้อนรับพวกเราอยู่ในโถงกว้างกลางคุกใต้ดินแห่งนี้
ก้าวเท้าพ้นมุมอผนังปูนเปลือย แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบไหวก็สาดส่องกระทบกับร่างนับสิบที่ยืนเรียงรายอยู่
ใจกลางห้องโถงนั้น ร่างของชายสวมหน้ากากโลหะสีเงินยวงก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปาก เขาคือหัวหน้าสาขาขององค์กรเงา ผู้กุมกุญแจสำคัญในการไขปริศนาการเสียชีวิตของครอบครัวผม
"ในที่สุดหนูตัวน้อยก็วิ่งเข้ามาในกรงด้วยตัวเองสินะ... นักสืบผู้เก่งกาจ" เสียงแหบพร่าเอ่ยตบมือเยาะเย้ย ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงใต้ดิน "แกคิดจริงๆ หรือว่าตรรกะปัญญาอ่อนของแก จะล้มล้างอำนาจที่สั่งสมมานับทศวรรษได้?"
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาจุดอ่อน
*ช่องว่างระหว่างการก้าวเท้าซ้ายของมันกว้างกว่าปกติสองนิ้ว... มีการลงน้ำหนักที่ข้อเท้าขวา แสดงว่าเพิ่งได้รับบาดเจ็บจากการปะทะครั้งก่อน*
"ตรรกะอาจจะไม่ได้สร้างปาฏิหาริย์หรอกครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ นิ่ง แต่หนักแน่น มือขวาจับด้ามปืนพกสั้นที่บรรจุกระสุนพิเศษซึ่งหลอมจากแร่ตรรกะบริสุทธิ์ "...แต่มันเพียงพอที่จะชี้ให้เห็นจุดจบของคุณแล้ว"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว การต่อสู้ก็ระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาที!
ชายสวมหน้ากากพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ คลื่นพลังงานสีดำทมิฬแผ่ขยายออกรอบตัวมันราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด แรงกดดันมหาศาลซัดเข้าใส่จนผมแทบหายใจไม่ออก แต่ทว่า ในวินาทีที่ทุกอย่างรอบตัวคล้ายจะเคลื่อนไหวช้าลงตามจังหวะการทำงานของสมองที่ถูกเร่งเร้าด้วยอะดรีนาลีน
"ริน! ระวังด้านซ้าย!" เสียงเตือนของมิลินดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างบางที่พุ่งทะยานเข้าไปขวางกั้นคมดาบมืดที่จ้วงแทงเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบไปทั่วห้อง
อาจารย์มิลินตวัดมีดสั้นในมือปัดป้องการโจมตีอย่างดุเดือด แต่ความหิวโหยที่สะสมมานานทำให้ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าสวย ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมได้ยาก
"อาจารย์ ถอยไปก่อนครับ!" ผมตะโกนลั่น พร้อมกับตัดสินใจทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย
ผมไม่ได้ใช้กำลังเข้าหักหาญ แต่เลือกที่จะใช้ *[การวิเคราะห์จุดตาย (Fatal Analysis)]* สแกนโครงสร้างเสาหินรับน้ำหนักใจกลางห้องโถงที่ถูกเจาะจงโดยระบบ หากทำลายจุดเชื่อมต่อโครงสร้างนี้ด้วยมุมองศาที่ถูกต้อง แรงสั่นสะเทือนจะถล่มเพดานลงมาตัดกำลังของศัตรูได้ทันทีโดยไม่ต้องเสี่ยงปะทะตรงๆ
"ระบบ... คำนวณวิถีและแรงกระแทก ณ จุดศูนย์ถ่วงที่ 45 องศา เดี๋ยวนี้ครับ!"
[ ทำการคำนวณสำเร็จ... โอกาสสำเร็จ 98.4% ]
[ เปิดใช้งานสกิลพิเศษ: กระสุนตรรกะทะลวงจุดอ่อน ]
ปัง!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนแสงสีฟ้าพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างแม่นยำราวกับมีชีวิต มันพุ่งชนเข้าที่รอยร้าวของเสาหินหลักอย่างจัง แรงระเบิดมหาศาลทำให้โครงสร้างหันปูนถล่มครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล เสียงกรีดร้องและเสียงเศษหินถล่มดังระคนกันจนแทบไม่ได้ยินเสียงใดๆ
ฝุ่นควันค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของชายสวมหน้ากากที่นอนจมกองเลือดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง มันบาดเจ็บสาหัสและขยับตัวแทบไม่ได้
ผมก้าวเดินเข้าไปช้าๆ ยืนมองศัตรูตัวฉกาจที่พ่ายแพ้ด้วยตรรกะและความร่วมมืออันลงตัวของพวกเรา ภารกิจใกล้จะสำเร็จลุล่วงแล้ว แต่ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากสอบถามความจริงเกี่ยวกับคดี
ร่างของอาจารย์มิลินที่ยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ กลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ความกระหายที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม เธอเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่คนเดิม
ก่อนที่ผมจะทันได้ยื่นมือเข้าไปประคอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบงันมานานก็ดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ—มันไม่ใช่เสียงสีฟ้าคุ้นเคย แต่เป็นสีแดงฉุกเฉินที่กะพริบถี่รัว
[ ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยพิบัติ: "ผู้กลืนกินความจริง" กำลังตื่น 100% ]
[ แจ้งเตือนด่วน: ร่างกายของเป้าหมาย (มิลิน) สูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะทั้งหมด ]
[ คำสั่งฉุกเฉิน: กำจัดหรือถูกกลืนกิน ]
พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้องโถง และจากเงื้อมเงาของความมืดมิดนั้น ร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับอาจารย์มิลินทุกประการ แต่แผ่ไอทมิฬน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า กำลังก้าวเท้าเหยียบย่างขึ้นมาจากขุมนรกเบื้องล่างด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันตรายในตอนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 25
Climax: บุกรังศัตรู
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!