“อย่าได้เผยตัว... จนกว่าใบไม้ใบสุดท้ายจะแตะพื้น”
เสียงกระซิบของฉินเฟยแผ่วเบาราวกับไอหมอก ทว่ากลับก้องกังวานในความรู้สึกของศิษย์ร่วมสำนักทั้งสามที่ซุ่มอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เหนือหุบเขาเงาอสูร ในยามนี้ ความมืดมิดของราตรีกาลไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง แต่มันคืออาภรณ์ที่ห่อหุ้มจิตสังหารของพวกเขาเอาไว้จนมิดชิด
เบื้องล่างคือขบวนเกวียนปราณที่หุ้มด้วยศิลาทมิฬกำลังเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบอย่างช้าๆ ผู้คุ้มกันเกือบสามสิบชีวิตล้วนเป็นยอดฝีมือระดับสูงของสำนักเซียนกระบี่เมฆา แต่เป้าหมายของฉินเฟยไม่ใช่พวกมัน... บุรุษในชุดคลุมสีเงินที่นั่งอยู่บนเกวียนคันกลางต่างหาก คือ 'จ้าวเทียนหลาง' มือขวาผู้กุมความลับในการถ่ายโอนปราณเซียนของเซียนกระบี่เมฆา
ฉินเฟยจ้องมองร่างนั้นผ่านเงาไม้ ดวงตาของเขาสงบนิ่งประดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึกที่ไม่มีลมพัดผ่าน หัวใจของเขาไม่ได้เต้นเร็วขึ้นแม้แต่น้อย ความโกรธแค้นจากการเห็นอาจารย์สิ้นชีพในวันวาน ถูกหลอมละลายจนกลายเป็นเพียงพลังเยือกเย็นที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นลมปราณ นี่คือสภาวะที่เขายึดมั่น... วิถีดาบไร้ลักษณ์ คือการไร้ซึ่งตัวตน ไร้ซึ่งความลังเล และไร้ซึ่งความเมตตาต่อผู้ทำลายล้างความยุติธรรม
“สิบ... เก้า...” ฉินเฟยเริ่มนับถอยหลังในใจ ขณะที่จ้าวเทียนหลางหยุดเกวียนกะทันหัน
“หยุดขบวน!” จ้าวเทียนหลางตะโกน เสียงของเขากังวานและแฝงไว้ด้วยอำนาจข่มขวัญ เขากวาดสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวไปยังพุ่มไม้เบื้องหน้า “กระแสอากาศบริเวณนี้... ผิดปกติไป ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่พยายามกลบฝังตัวเอง”
ฉินเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วมือที่จับด้ามดาบไม้ผุๆ ของเขากระชับแน่นขึ้น
“มันไหวตัวทันแล้วหรือ?” ศิษย์น้องข้างกายกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่ใช่” ฉินเฟยตอบสั้นๆ “มันแค่หวาดระแวง เพราะมันรู้ดีว่าสิ่งที่มันครอบครองอยู่คือสิ่งที่เป็นภัยต่อพิภพเซียน”
จ้าวเทียนหลางดีดตัวขึ้นจากเกวียน ร่างกายของเขาระเบิดปราณสีครามเข้มออกมาจนเกิดเป็นแรงกดดันมหาศาล เขาชักดาบยาวที่อาบไปด้วยพิษร้ายออกมาฟาดฟันเข้าใส่จุดที่ฉินเฟยซุ่มอยู่โดยไร้ความปราณี “ออกมา! อย่าให้ข้าต้องขุดรากถอนโคนพวกหนอนแมลงออกมาเอง!”
การซุ่มโจมตีที่วางแผนไว้ถูกทำลายลงในพริบตา ฉินเฟยตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาถีบตัวออกจากกิ่งไม้ ร่างกายพุ่งทะยานลงมาดุจดาวตก มือขวาชักดาบไร้ลักษณ์ออกจากฝัก แสงสีขาวนวลตาปรากฏขึ้นเพียงชั่ววูบ แต่มันกลับตัดผ่านปราณสีครามของจ้าวเทียนหลางจนแตกสลายเหมือนกระจกที่ร้าวราน
“จ้าวเทียนหลาง วันนี้คือวันชำระหนี้เลือดของอาจารย์ข้า!” ฉินเฟยตวาดลั่น
“ฉินเฟย?” จ้าวเทียนหลางเลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “นึกว่าใคร ที่แท้ก็ศิษย์ที่เหลือรอดของตาแก่นั่น เจ้าคิดว่าดาบผุๆ เล่มนั้นจะทำอะไรข้าได้หรือ? ในเมื่อเซียนกระบี่เมฆาท่านเจ้าสำนักมอบเคล็ดวิชา 'หมื่นกระบี่คืนถิ่น' ให้ข้าฝึกปรือจนถึงขั้นที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องก้มหัว”
จ้าวเทียนหลางกวัดแกว่งดาบสร้างพายุหมุนของกระบี่นับร้อยเล่มพุ่งเข้าใส่ฉินเฟย แต่น่าแปลกใจนัก ฉินเฟยไม่ได้ตั้งท่าป้องกัน เขาเพียงแต่ปิดตาลง ปล่อยให้จิตใจว่างเปล่าไร้รูปไร้ลักษณ์ ตามปรัชญาที่อาจารย์เคยพร่ำสอน—*ดาบที่ไม่มีดาบ คือดาบที่ไร้จุดบอด*
เมื่อกระบี่สีครามเข้าใกล้ร่างของฉินเฟยเพียงคืบ เขากลับตวัดดาบในมือเป็นวงกลมเพียงครั้งเดียว พลังปราณที่มองไม่เห็นกระแทกเข้ากับใจกลางพายุหมุนของจ้าวเทียนหลางจนทุกอย่างนิ่งสงบลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ราวกับว่าเวลาได้หยุดเดินไปชั่วขณะ
“วิชา... สยบสรรพสิ่ง?” จ้าวเทียนหลางถอยกรูดไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้! วิชาที่สาบสูญไปพร้อมกับการล่มสลายของสำนักจันทรานิรันดร์ ทำไมถึงมาอยู่ในมือเจ้า!”
ฉินเฟยลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้ส่องประกายด้วยโทสะ แต่กลับว่างเปล่าลึกซึ้ง “ข้าไม่ได้สืบทอดวิชาของสำนักจันทรา... ข้าเพียงแค่เข้าใจว่า ดาบที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตน”
เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาจ้าวเทียนหลางทีละก้าว แต่ละก้าวที่เหยียบลงบนพื้นดินก่อให้เกิดรอยแยกเล็กๆ ที่ลึกถึงชั้นหินแกรนิต จ้าวเทียนหลางพยายามรวมปราณทั้งหมดเพื่อสู้กลับ แต่กลับพบว่าปราณในร่างของตนถูกตรึงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ฉินเฟยปลดปล่อยออกมา
ทว่า ในขณะที่ฉินเฟยกำลังจะเงื้อดาบปลิดชีพจ้าวเทียนหลาง พลันมีเสียงปรบมือดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังโขดหิน
“ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก ศิษย์หลานข้า”
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนแต้มด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ฉินเฟยต้องชะงักงัน ดาบในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้
“ท่าน...” ฉินเฟยกัดฟันกรอด “เซียนกระบี่เมฆา!”
“เจ้ามาที่นี่เพื่อล่าตัวการ... แต่เจ้ากลับลืมไปหรือเปล่าว่าคนอย่างข้า ไม่เคยปล่อยให้หมากตัวสำคัญต้องถูกทำลายโดยไม่เตรียมตัว” เซียนกระบี่เมฆาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เกวียนที่บรรจุความลับทั้งหมดระเบิดออกเป็นเถ้าถ่าน ก่อนที่เขาจะหันมามองฉินเฟยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสาร “และที่สำคัญกว่านั้น... คนที่สั่งการให้จ้าวเทียนหลางมาที่นี่ไม่ใช่ข้า แต่เป็นคนที่เจ้าไว้ใจที่สุด”
ฉินเฟยเบิกตากว้าง เมื่อเห็นบุคคลที่ก้าวออกมาจากเงามืดเคียงข้างเซียนกระบี่เมฆา... สตรีในชุดสีน้ำเงินที่เขาเพิ่งร่วมสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 26
ยุทธการล่าตัวการ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!