“เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าวิถีเซียนงั้นหรือ... เมฆา?”
เสียงของฉินเฟยแหบพร่าคล้ายใบไม้แห้งที่ถูกบดขยี้ภายใต้รองเท้าบูต เขาไม่ได้ตวาด แต่สุ้มเสียงนั้นกลับสั่นประสาทผู้ฟังได้รุนแรงกว่าคมดาบใดๆ รอบกายเขาในขณะนี้ไม่มีสายลมพัดผ่าน มีเพียงไอสังหารสีดำสนิทที่แผ่ออกมาจากร่างราวกับหมึกที่หยดลงในน้ำใส
เบื้องหน้าของเขาคือเซียนกระบี่เมฆา ผู้ซึ่งบัดนี้ยืนอยู่เหนือซากปรักหักพังของหอตำราตระกูลฉิน มือขวาของมันถือกระบี่เทพเจ้าที่อาบไปด้วยโลหิตของเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก มันหัวเราะร่าด้วยความเย่อหยิ่ง ดวงตาหรี่ลงมองเด็กหนุ่มที่มันเคยเหยียดหยามว่าไร้ค่า
“ความแค้นทำให้เจ้าตาบอดไปแล้วหรือฉินเฟย? ดาบที่ไร้ลักษณ์ของเจ้าในยามนี้ ก็เป็นได้เพียงเศษเหล็กที่รอวันแตกสลายเท่านั้น” เมฆาเอ่ยพลางตวัดกระบี่สร้างคลื่นพลังทำลายล้างพุ่งเข้าใส่หน้าอกฉินเฟย
ฉินเฟยไม่ได้ขยับหลบ ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระบี่จะแทงทะลุหัวใจ ภาพเหตุการณ์ในวันที่อาจารย์ของเขาสิ้นใจปรากฏขึ้นอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดในวันนั้นย้อนกลับมาเตะจมูก ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความเจ็บปวดที่เขาเคยกดทับไว้ในก้นบึ้งของจิตวิญญาณไม่ได้มอดไหม้ไปตามกาลเวลา แต่มันกลับสะสมจนกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นเลิศ
“ข้าไม่ได้โกรธแค้น...” ฉินเฟยพึมพำ ดวงตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับมีประกายสีแดงฉานคล้ายเลือดไหลวน “ข้าแค่เพิ่งเข้าใจว่า... สัจธรรมที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากความเมตตา แต่เกิดจากความเด็ดขาดที่ไร้ซึ่งจุดจบ!”
*ฉับ!*
ฉินเฟยคว้าคมกระบี่ของเมฆาไว้ด้วยมือเปล่า เลือดสีแดงสดไหลอาบฝ่ามือลงสู่พื้นดิน แต่มันกลับเดือดพล่านราวกับถูกไฟแผดเผา ไอพลังปราณเซียนที่หลับใหลอยู่ภายในชีพจรของฉินเฟยเริ่มไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่พลังเซียนสีขาวสะอาดตา แต่เป็นพลังปราณสีดำทมิฬที่ผสมผสานความอาฆาตพยาบาทเข้ากับวิถีดาบไร้ลักษณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
เมฆาถึงกับหน้าถอดสี “เป็นไปไม่ได้! เจ้ากล้าใช้ ‘พลังเพลิงมาร’ ปลุกเร้าปราณเซียนงั้นหรือ? เจ้าจะกลายเป็นปีศาจไปชั่วกัลปาวสาน!”
“จะเป็นปีศาจหรือเซียน... สำหรับข้ามันก็แค่ชื่อเรียกของคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อเข่นฆ่า” ฉินเฟยกระชากกระบี่ของศัตรูทิ้งอย่างไม่ใยดี ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดจากการทะลวงด่านเซียนด้วยพลังความแค้น แต่มันกลับส่งผลให้รัศมีพลังรอบตัวเขาทวีความรุนแรงจนชั้นบรรยากาศรอบหุบเขาถึงกับร้าวราน
เขาชักดาบข้างเอวออกมาช้าๆ ดาบที่เคยไร้ลักษณ์บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำที่เย็นเยียบจนถึงกระดูก มันคือการรวมตัวกันของจิตสังหารที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปี การเคลื่อนไหวของเขาไม่ใช่วิชาดาบที่งดงามหรือพลิ้วไหว แต่มันคือวิถีแห่งการทำลายล้างที่ตรงไปตรงมาและไร้ปรานี
“จงลิ้มรสความแค้นที่ข้าแบกรับไว้คนเดียวตลอดมา”
ฉินเฟยก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างกายเขาก็หายไปจากสายตาของเมฆา ความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว ดาบสีดำฟาดฟันลงมาดุจสายฟ้าที่ไร้ที่มา เมฆายกกระบี่ขึ้นรับอย่างลนลาน แต่แรงกระแทกกลับมหาศาลจนทำให้กระบี่เทพเจ้าของมันร้าวทันทีที่ปะทะ
เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วหุบเขา ทุกการปะทะส่งคลื่นพลังทำลายล้างกวาดล้างพรรณไม้รอบด้านจนราบเป็นหน้ากลอง ฉินเฟยไม่ได้สู้เพื่อเอาชนะ เขาเพียงต้องการปลดปล่อยความอัดอั้นที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน ทุกดาบที่เขาฟาดออกไปคือเสียงกรีดร้องของวิญญาณอาจารย์ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงนึกคิด
“เจ้าอ่อนแอลงแล้ว เมฆา...” ฉินเฟยกล่าวขณะที่ใช้ปลายดาบจ่อที่ลำคอของอีกฝ่าย “เพราะเจ้าสู้ด้วยความโลภ ส่วนข้า... สู้ด้วยชีวิตที่เหลืออยู่เพียงลมหายใจสุดท้าย”
เมฆาหอบหายใจถี่ สายตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด แต่มันกลับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ? เปลวเพลิงความแค้นที่เจ้าใช้... มันกำลังกัดกินวิญญาณของเจ้าเอง และเมื่อเจ้าฆ่าข้า... เจ้าก็จะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้สติปัญญาไปตลอดกาล!”
ฉินเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง เงาของปีศาจเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาอย่างช้าๆ แต่แล้วในจังหวะที่เขากำลังจะตัดสินใจจบชีวิตศัตรู แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็บังเกิดขึ้นจากใต้ดินเบื้องล่าง พื้นดินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นกรงขังโบราณที่สั่นระริกราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะตื่นขึ้น
ร่างของเซียนกระบี่เมฆาถูกกระชากด้วยโซ่สีทองที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน มันดึงร่างของเมฆาลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ฉินเฟยพยายามจะคว้าตัวมันไว้ แต่เขากลับพบว่ามือของเขาติดค้างอยู่กับหน้ากากประหลาดที่หลุดออกมาจากผ้าคลุมของเมฆาเมื่อครู่
เมื่อเขาหยิบหน้ากากนั้นขึ้นมาดู รอยสักรูปกระบี่ที่หลังมือของเขาก็เริ่มเรืองแสงสีม่วง และมีเสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างประหลาดดังก้องอยู่ในหัวเขา... เสียงนั้นเป็นเสียงของอาจารย์ที่ควรจะตายไปนานแล้ว
“ศิษย์รัก... เจ้าปล่อยให้ความแค้นนำทางเจ้ามาหาข้าแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ฉินเฟยเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ปรากฏตัวออกมาจากรอยแยกของมิติ มันไม่ใช่เซียนกระบี่เมฆา แต่เป็นร่างของอาจารย์เขาที่ควรจะสิ้นใจไปนานแล้ว พร้อมกับดาบสีขาวบริสุทธิ์ที่จ่อมาที่หัวใจของเขาพอดี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 27
เปลวเพลิงแห่งความแค้น
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!