เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 28

คำสารภาพของศัตรู

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
“ข้าไม่ได้ต้องการชีวิตเจ้า แต่ข้าต้องการ ‘ความจริง’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยเลือดบนคมกระบี่ของเมฆา... เจ้าจะคายมันออกมาเอง หรือจะให้วิถีดาบไร้ลักษณ์ของข้า เป็นผู้กรีดเอาความลับนั้นออกมาจากวิญญาณของเจ้า?” เสียงของฉินเฟยราบเรียบ ทว่าทรงพลังดุจระฆังยักษ์ที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตใต้สำนึกของบุรุษเบื้องหน้า ในห้องคุมขังใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว 'เว่ยจื่อ' มือขวาผู้ภักดีของเซียนกระบี่เมฆา บัดนี้ร่างกายของเขาถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนที่สลักอักขระกักขังปราณ ลมหายใจของเขาหอบถี่ ผิวหนังตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลที่เกิดจากแรงกดดันของปราณกระบี่ที่ฉินเฟยปล่อยออกมาเพื่อข่มขวัญ เว่ยจื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความหวาดหวั่น เขาสั่นศีรษะเบาๆ มุมปากที่มีเลือดซึมออกมาแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว “ฉินเฟย... เจ้าคิดว่าการทรมานคนใกล้ตายจะทำให้เจ้าได้สิ่งที่ต้องการงั้นหรือ? เจ้าไม่มีวันเข้าใจ... สิ่งที่ท่านเจ้าสำนักทำ ไม่ใช่ความชั่วร้าย แต่คือการ 'ชำระล้าง' โลกใบนี้ให้บริสุทธิ์!” ฉินเฟยขยับตัวเพียงเล็กน้อย รัศมีรอบกายเขาเปลี่ยนไปโดยพลัน จากความสงบนิ่งดุจผืนน้ำ กลายเป็นคมดาบที่พร้อมจะสะบั้นทุกสรรพสิ่ง เขาไม่ได้ก้าวเดิน ทว่าเพียงแค่ขยับปลายนิ้ว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็พุ่งเข้าปักลงที่หัวไหล่ของเว่ยจื่อจนเกิดเสียงดัง 'ฉึก!' เลือดสดๆ กระเซ็นลงพื้นหิน “การชำระล้างด้วยศพของเพื่อนร่วมสำนักนับพันคนรึ?” ฉินเฟยถามน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าเห็นอาจารย์ข้าสิ้นใจต่อหน้าต่อตา เพราะวิชาดูดกลืนปราณที่เจ้าภาคภูมิใจนักหนา ข้าไม่ได้มาเพื่อฟังคำสอนสั่งของคนทรยศ แต่มาเพื่อถามว่า... บันทึกเต๋าสวรรค์ที่หายไป มันอยู่ในมือของใคร” เว่ยจื่อหัวเราะร่า เสียงหัวเราะกลายเป็นไอเลือดที่สำลักออกมา เขาโน้มตัวลงจนโซ่ตรวนตึงเปรี๊ยะ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว “บันทึกนั่น... ไม่เคยหายไปไหน แต่มันอยู่ในที่ที่เจ้าคาดไม่ถึงที่สุด ฉินเฟย... เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นศิษย์ที่อาจารย์รักที่สุดมิใช่หรือ? แล้วเจ้าไม่เคยสงสัยเลยหรือว่า... เหตุใดในคืนที่อาจารย์ของเจ้าถูกสังหาร ดาบประจำกายของเขาถึงหักสะบั้นด้วยวิชาของสำนักเราเอง!” ฉินเฟยชะงัก สายตาที่เคยเยือกเย็นสั่นไหววูบชั่วขณะหนึ่ง นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาคาดคิดมาก่อน เขาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของเว่ยจื่อ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มเลื่อนลอยของอีกฝ่าย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร! อย่าบังอาจใส่ร้ายอาจารย์ข้าด้วยคำพูดสกปรกของเจ้า!” “ใส่ร้าย?” เว่ยจื่อแค่นยิ้ม “คนที่เจ้าเคารพนักหนา... แท้จริงแล้วคือคนแรกที่ทรยศต่อกฎเหล็กของสำนัก เพื่อที่จะบรรลุวิชาเซียนไร้พ่าย เขาจึงเป็นคนสร้างกระบวนท่าที่เจ้ากำลังใช้อยู่นี้ขึ้นมาเพื่อ ‘สังเวย’ ศิษย์ของตัวเอง... รวมถึงเจ้าด้วย!” อากาศภายในห้องคุมขังดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นฉับพลัน ฉินเฟยรู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์ทุบลงกลางอก ความเชื่อมั่นที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน ปราณรอบกายเขาปั่นป่วนจนทำให้โซ่ตรวนรอบข้างเริ่มแตกหัก “ไม่จริง... เจ้าโกหก!” ฉินเฟยตะโกน เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วห้อง “ถ้าไม่เชื่อ... เจ้าลองตรวจดูที่ใต้ฝ่าเท้าของรูปปั้นบรรพชนในห้องโถงหลักดูสิ” เว่ยจื่อกล่าวพลางหลับตาลง ราวกับปลดปล่อยความลับที่แบกรับมานาน “ที่นั่น... เจ้าจะพบเศษเสี้ยวของวิญญาณที่อาจารย์ของเจ้ากักขังไว้ เพื่อรอเวลาที่จะใช้มัน ‘ยึดร่าง’ ใครสักคนที่เป็นภาชนะสมบูรณ์แบบ... ซึ่งคนผู้นั้น ก็คือเจ้า ฉินเฟย” เว่ยจื่อกระอักเลือดก้อนใหญ่ ก่อนจะสิ้นใจตายไปต่อหน้าต่อตาฉินเฟย ร่างกายของเขาสลายกลายเป็นเถ้าถ่านจากการโดนวิชาทำลายวิญญาณที่เซียนกระบี่เมฆาฝังไว้ป้องกันการแพร่งพรายความลับ ฉินเฟยยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ช่างบาดลึกยิ่งกว่าคมกระบี่ใดๆ ในโลก หากอาจารย์ที่เขาเทิดทูนคือปีศาจที่รอคอยการกลับมาในร่างของเขา แล้วเส้นทางที่เขาเลือกเดินมาตลอดล่ะ? มันคือสัจธรรม หรือคือกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก? เขาหันหลังเดินออกจากห้องคุมขังด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ทว่าในจังหวะที่เขาก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากในเงามืดด้านหน้า เป็นจังหวะการเดินที่หนักแน่นและสง่างามดุจราชันย์ “เจ้าเพิ่งรู้ความจริงงั้นหรือ ศิษย์รัก?” ร่างในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาเดินออกมาจากความมืด ใบหน้าของบุคคลผู้นั้นช่างงดงามและสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับเย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว ฉินเฟยหยุดกะทันหัน หัวใจเต้นรัวดุจกลองศึก เมื่อเห็นใบหน้าที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกชั่วกาลนาน... ใบหน้าของอาจารย์ที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! “อาจารย์... ท่าน... ท่านยังมีชีวิตอยู่?” ฉินเฟยเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุดในชีวิต ชายผู้นั้นยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะชักกระบี่ที่เปล่งประกายสีครามออกมา “ไม่ใช่แค่ชีวิต... แต่ข้าคือ ‘ทุกสิ่ง’ ที่เจ้ากำลังจะกลายเป็นต่างหากล่ะ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%