เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 29

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"วางกระบี่ของเจ้าลงเสีย ฉินเฟย... การดิ้นรนในหุบเขาไร้ทางออกเช่นนี้ มีเพียงความตายที่รอรับเจ้าอยู่" เสียงทุ้มต่ำดังกังวานก้องหุบเขาหินผา เสียงนั้นมิได้มาจากบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แต่มันแฝงมากับกระแสลมปราณที่กดทับลงบนบ่าของฉินเฟยจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ฉินเฟยมิได้ตอบโต้ทันที เขายืนนิ่งดั่งศิลาจารึก มือขวาที่กุมด้ามดาบไร้ลักษณ์ยังคงสงบนิ่ง ทว่าดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวกลับกวาดมองไปรอบอาณาบริเวณ "เซียนกระบี่เมฆา... ท่านเองก็แก่ตัวลงมากแล้วนะ ถึงขั้นต้องใช้เสียงปราณข่มขวัญศัตรูจากในเงามืดเชียวหรือ? หรือว่าฐานที่มั่นที่ท่านอวดอ้างนักหนาว่าไร้พ่าย แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงกรงขังที่ท่านหวาดกลัวจะถูกบุกรุกกันแน่" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ชายชุดขาวสะอาดตาจะก้าวออกมาจากม่านหมอกเบื้องหน้า เขาผู้นี้คือ เซียนกระบี่เมฆา ใบหน้าของเขาราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าในดวงตากลับฉายแววอำมหิตที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน "วาจาคมคายนัก" เซียนกระบี่เมฆาแค่นยิ้ม "เจ้าคิดว่ากลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำจะใช้ได้ผลกับผู้ที่ครองยุทธภพมานานปีอย่างข้าหรือ? หุบเขานี้คือสุสานของคนโง่เขลา และเจ้าจะเป็นศพที่หกสิบสามที่ข้าจะฝังไว้ใต้รากไทรต้นนั้น" ฉินเฟยเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาเผยอยิ้มที่มุมปาก "หากข้าโง่เขลา... แล้วเหตุใดท่านถึงยอมก้าวเท้าออกมาจากค่ายกลเมฆาจันทร์ลวงตาที่ท่านอุตส่าห์สร้างขึ้นด้วยเลือดของยอดฝีมือถึงเก้าคนเล่า?" คำพูดนั้นทำเอาเซียนกระบี่เมฆาชะงักไปครู่หนึ่ง จิตสังหารที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นไหวราวกับถูกกระทบด้วยก้อนหิน ฉินเฟยรู้ดีว่าวิชาของอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่ดาบ แต่คือการควบคุมกระแสพลังงานรอบตัว หากดึงให้ออกจากจุดยุทธศาสตร์ที่เป็น 'ใจกลาง' พลังปราณของฝ่ายตรงข้ามย่อมลดทอนลงมหาศาล "เจ้าไม่ได้ล่อข้าออกมาเพื่อสู้... แต่เจ้าต้องการเวลา" เซียนกระบี่เมฆาหรี่ตาลง สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขากำลังร่ำร้องว่ามีบางอย่างผิดปกติ "เจ้าส่งใครไปที่นั่น? ค่ายกลเมฆาจันทร์ลวงตาไม่อาจทำลายได้ด้วยกำลัง แต่มันทำลายได้ด้วย... การเปลี่ยนทิศทางของกระแสปราณ" ฉินเฟยชักดาบออกจากฝักอย่างช้าๆ เสียงคมดาบเสียดสีกับฝักดาบดังกรีดกรายในโสตประสาทของทั้งคู่ ดาบของเขาไม่ได้มีรัศมีสีทองเจิดจ้า แต่กลับดูมืดมัวและไร้รูปร่าง ราวกับกลืนกินแสงสว่างรอบข้างเข้าไป "ท่านคิดว่าข้ามาเพียงลำพังหรือ? ท่านพลาดไปอย่างหนึ่ง เซียนกระบี่เมฆา... ท่านละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดในวิถีดาบ นั่นคือ 'ความไม่ยึดติด'" ฉินเฟยพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเงาพราย ดาบไร้ลักษณ์วาดผ่านอากาศเป็นเส้นสายที่ดูเรียบง่าย แต่กลับรุนแรงจนชั้นบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เซียนกระบี่เมฆาจำต้องถอยร่น เขาไม่ได้ตกใจกับกระบวนท่าของฉินเฟย แต่เขากำลังกังวลถึง 'หัวใจหลัก' ของวิชาตนที่อาจถูกรบกวน "เจ้าไม่มีทางทำลายมันได้!" เซียนกระบี่เมฆาคำราม พลางสะบัดชายแขนเสื้อ ปราณกระบี่นับพันสายพุ่งเข้าใส่ฉินเฟยประดุจสายฝน ทว่าฉินเฟยกลับไม่หลบหลีก เขาใช้เพียงแผ่นหลังและท่วงท่าที่ดูคล้ายการร่ายรำ ปัดป้องการโจมตีเหล่านั้นออกไปด้วยวิถีดาบที่ไร้ลักษณ์และไร้ร่องรอย นี่คือแผนซ้อนแผนที่แท้จริง ขณะที่เซียนกระบี่เมฆากำลังยุ่งอยู่กับการสยบฉินเฟย ณ หน้าผาห่างออกไปสามลี้ ศิษย์ร่วมสำนักที่ฉินเฟยแอบวางหมากไว้กำลังเทของเหลวสีดำสนิทลงในบ่อน้ำพุพลังปราณที่เชื่อมต่อกับค่ายกลเมฆาจันทร์ลวงตา... มันไม่ใช่ยาพิษ แต่มันคือ 'ปราณขั้วตรงข้าม' ที่จะเปลี่ยนกระแสพลังงานในค่ายกลให้กลายเป็นกับดักที่กัดกินเจ้าของเสียเอง ฉินเฟยปะทะกับเซียนกระบี่เมฆาอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่คมดาบกระทบกัน ประกายไฟสีเขียวหม่นจะสาดกระเซ็น ทั้งคู่กำลังเล่นเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตและความเป็นความตายของสำนัก "เจ้า..." เซียนกระบี่เมฆากระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากค่ายกลที่พังทลายลงในใจกลางสำนัก "เจ้าทำลายฐานรากของข้า..." "ฐานรากของท่านไม่ใช่หินผาหรือค่ายกลหรอกครับ" ฉินเฟยหยุดดาบไว้ห่างจากลำคอของศัตรูเพียงนิ้วเดียว ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาฆาต เหลือเพียงความนิ่งงันที่น่าสะพรึงกลัว "ฐานรากของท่านคือความโลภ... และในเมื่อท่านโลภมากจนลืมแม้กระทั่งรักษาสมดุลของตัวเอง วันนี้ย่อมถึงคราวที่วิถีของท่านต้องจบลง" ทว่าในวินาทีที่ฉินเฟยกำลังจะเผด็จศึก เสียงหัวเราะแผ่วเบาของเซียนกระบี่เมฆาก็ดังขึ้น ราวกับเขารอคอยเวลานี้มาตลอด "เจ้าคิดว่าข้าจะโง่เขลาถึงขั้นทิ้งหัวใจหลักไว้ให้เจ้าทำลายโดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือ? หึ... หันไปมองข้างหลังเจ้าเสียสิ ฉินเฟย" ฉินเฟยชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างประหลาด กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่เคยหอมอบอวลอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดสิบปีที่ผ่านมา... กลิ่นของอาจารย์ที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมวันนั้น เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังโขดหิน ผู้นั้นสวมชุดสีเทาใบหน้าซ่อนอยู่ในหมวกคลุม ทว่าวิชาดาบที่อีกฝ่ายกำลังกำอยู่ในมือนั้น... คือวิชาดาบไร้ลักษณ์ขนานแท้ ที่ฉินเฟยจำได้แม่นยำยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง ทุกท่านครับ การเดินทางครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเข้าสู่ความจริงที่โหดร้ายที่สุด ขอบพระคุณที่ร่วมติดตามวิถีดาบนี้ไปพร้อมกับข้านะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%