"หากเจ้ายังไม่ชักดาบออกมา ข้าจะถือว่านั่นคือคำประกาศยอมจำนนต่อมรรคาวิถีของข้า... หรือต่อความตายของตัวเจ้าเอง"
เสียงของเซียนกระบี่เมฆาก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันในหุบเขาพันธนาการ เส้นสายปราณสีครามที่ไหลเวียนรอบกายเขาไม่ได้ดูนุ่มนวลเหมือนนามฉายา หากแต่แฝงไว้ด้วยคมเขี้ยวที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของผู้ที่อยู่ตรงหน้าให้ดับสูญ
ฉินเฟยยืนนิ่ง ดาบในมือของเขายังคงอยู่ในฝักไม้เก่าคร่ำคร่า สองเท้าปักแน่นอยู่บนผืนดินที่แตกระแหงจากการปะทะครั้งก่อน เขามองดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเมตตาของอาจารย์อาผู้เคยอบรมสั่งสอนเขามาตลอดหลายปี บัดนี้แววตานั้นกลับเหลือเพียงความกระหายอำนาจที่บิดเบี้ยว
"มิตรภาพที่ท่านเคยสอนข้า ว่าด้วยเรื่องความเที่ยงธรรมและความเสียสละ... บัดนี้ท่านลืมเลือนมันไปหมดสิ้นแล้วหรือ" ฉินเฟยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นดั่งขุนเขาที่กดทับลงบนหัวใจของทั้งสองฝ่าย
เซียนกระบี่เมฆาแค่นยิ้ม มุมปากที่ยกขึ้นดูเหยียดหยาม "ความเที่ยงธรรมคือห่วงโซ่ที่ล่ามไว้สำหรับคนอ่อนแอ ข้าได้เห็นสัจธรรมแล้ว ฉินเฟย... ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้ที่อ่อนกว่า การเป็นผู้กลืนกินย่อมดีกว่าการเป็นเหยื่อที่รอวันถูกสับกระดูก"
พริบตานั้น ร่างของเซียนกระบี่เมฆาก็เลือนหายไปราวกับสายหมอกที่ถูกลมพัดพา ปราณกระบี่ที่คมกริบดุจเศษกระจกนับพันเล่มพุ่งเข้าหาฉินเฟยจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เพียงแค่การจู่โจม แต่เป็นการปิดล้อมพื้นที่มิติเพื่อไม่ให้เขาได้หลบหนี
ฉินเฟยไม่ได้ถอยหลัง เขาสูดลมหายใจลึก สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดเพี้ยนไปจากวิถีดั้งเดิมของวิชาเมฆาฟ้าผ่า เขาหลับตาลง ชั่ววินาทีนั้นโลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงแมลงในพงหญ้า เสียงใบไม้ที่ร่วงหล่น หรือแม้แต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวของเซียนกระบี่เมฆาที่พุ่งเข้ามาใกล้ ทุกอย่างถูกประมวลผลผ่านดวงตาแห่งจิต
*เคร้ง!*
เพียงแค่เสียงดาบกระทบฝักที่สั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ฉินเฟยไม่ได้ชักดาบออกมาเต็มรูปแบบ หากเพียงแค่รั้งคมดาบออกมาเพียงหนึ่งนิ้ว แรงปะทะที่มหาศาลทำให้พื้นดินใต้เท้าของเขายุบตัวลงไปลึกกว่าสามศอก กลิ่นอายคาวเลือดลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
"เจ้ากล้าต้านรับด้วยวิถีดาบที่ยังไม่ออกฝักงั้นรึ!" เซียนกระบี่เมฆาคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารวมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วแล้วฟาดฝ่ามือลงบนตัวดาบของฉินเฟย
ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากแขนขวาขึ้นไปถึงหัวใจ ฉินเฟยรู้สึกได้ถึงกระดูกที่เริ่มร้าว แต่นัยน์ตาของเขายังคงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขาฝืนกลืนเลือดที่พุ่งขึ้นมาที่ลำคอลงไป
"ท่านไม่ได้สู้กับข้า..." ฉินเฟยกระซิบแผ่วเบา แต่เสียงนั้นกลับดังชัดในโสตประสาทของคนตรงหน้า "ท่านกำลังสู้กับเงาที่ท่านสร้างขึ้นเองต่างหาก เงาที่หวาดกลัวความพ่ายแพ้จนต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปสิ้น"
"หุบปาก!"
เซียนกระบี่เมฆาเงื้อกระบี่คู่กายขึ้น เหนือศีรษะของเขามวลพลังปราณมหาศาลควบแน่นจนกลายเป็นกระบี่ขนาดยักษ์ที่ปกคลุมด้วยเมฆาสีเลือด มันคือท่าไม้ตายที่อาจารย์เคยใช้สังหารอสูรบรรพกาล แต่บัดนี้มันถูกนำมาใช้เพื่อปลิดชีพศิษย์ผู้มีสายเลือดแห่งวิถีที่แท้จริง
ฉินเฟยตัดสินใจแล้ว หากการต้องหยุดยั้งความคลั่งไคล้นี้ต้องแลกด้วยการลงมือกับผู้มีพระคุณ เขาก็พร้อมจะแบกรับบาปนั้นไว้เพียงผู้เดียว
เขาค่อยๆ ชักดาบออกจากฝักอย่างแช่มช้า ทว่าทุกกระบวนท่ากลับดูสอดประสานกับธรรมชาติรอบข้างราวกับหยั่งรากลึก นี่คือวิถีดาบไร้ลักษณ์... วิถีที่ไม่มีรูปลักษณ์ตายตัว แต่ทรงพลังเกินกว่าที่สวรรค์จะกำหนดได้
เมื่อคมดาบสีเงินยวงพ้นจากฝัก ความเงียบงันก็เข้าครอบงำสรรพสิ่ง ดาบของเขาไม่ได้พุ่งเข้าหาเซียนกระบี่เมฆาโดยตรง แต่มันกลับกรีดอากาศสร้างเป็นคลื่นพลังที่ว่างเปล่า ซึ่งทำหน้าที่ดูดกลืนปราณกระบี่ของเซียนกระบี่เมฆาเข้าไปในความว่างเปล่านั้น
แรงปะทะมหาศาลเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่อง แรงดันอากาศผลักร่างของทั้งคู่กระเด็นไปคนละทาง เซียนกระบี่เมฆากระอักเลือดออกมาคำโต แววตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าปราณเซียนที่ตนสั่งสมมานับร้อยปีถูกกระแสพลังของฉินเฟยดูดหายไปจนเกือบหมดสิ้น
"นี่... นี่มันวิชาอันใดกัน..." เซียนกระบี่เมฆาพึมพำ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาจากการสูญเสียพลัง
ฉินเฟยประคองร่างที่บาดเจ็บสาหัสของตนเองขึ้นมา เขายืนหยัดอยู่เบื้องหน้าอดีตอาจารย์ด้วยความสงบนิ่ง แม้ในใจจะเจ็บปวดจนแทบขาดใจ แต่ใบหน้าของเขายังคงความเคร่งขรึมไว้ได้อย่างสมบูรณ์
"วิชานี้ไม่มีชื่อครับท่านอาจารย์... เพราะมันคือความว่างเปล่าที่ท่านเคยพร่ำสอนข้า"
ทว่าในวินาทีที่ฉินเฟยกำลังจะเดินเข้าไปประคองร่างที่อ่อนแรงนั้น เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากเงามืดหลังโขดหินใหญ่ ปรากฏร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีดำสนิท ผู้ถือครองเศษเสี้ยววิญญาณของมารร้ายที่สาบสูญไปนับพันปี
"ช่างเป็นศิษย์ที่กตัญญูเหลือเกิน... ฉินเฟย" นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ฉินเฟยต้องชะงักฝีเท้า "แต่น่าเสียดายที่ท่านอาจารย์ของเจ้า ไม่ใช่คนที่เจ้าควรจะสงสารในเวลานี้ เพราะสิ่งที่เขากำลังดูดกลืนอยู่... ไม่ใช่ปราณเซียน แต่เป็นคำสาปแห่งอเวจีที่ข้าฝังไว้ในตัวเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มคิดคดต่อวิถีดาบต่างหาก"
สิ้นคำกล่าว ร่างของเซียนกระบี่เมฆาก็เริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเป็นสีนิลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และเขาก็หันปลายดาบกลับมาที่คอหอยของฉินเฟยด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ฉินเฟยเคยพบมาในชีวิต
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปบนวิถีแห่งดาบกับผม กระบี่ไร้ลักษณ์นะครับ
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 37
ดาบตัดสินมิตรภาพ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!