เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 32

พันธมิตรผู้ทรยศ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"เจ้าวางยาพิษลงในสุรานี้... ตั้งแต่เมื่อใด?" เสียงของฉินเฟยราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งร่องรอยของการสั่นไหว เขาไม่ได้แตะต้องจอกสุราที่วางอยู่เบื้องหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองไปยังบุรุษเบื้องหน้า—'มู่เฉิน' สหายร่วมสาบานที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานับสิบปี มู่เฉินชะงักมือที่กำลังรินสุรา รอยยิ้มที่เคยดูจริงใจแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เขาไม่เคยเผยให้เห็น มันเป็นความเย็นชาแบบเดียวกับที่ฉินเฟยเคยเห็นในแววตาของศัตรูที่ต้องการปลิดชีพอาจารย์ของเขา "ท่านยังคงเฉลียวฉลาดเสมอมา ฉินเฟย" มู่เฉินวางกาน้ำชาลงช้าๆ เสียงกระทบของกระเบื้องเคลบดังกังวานในความเงียบสงัดของห้องโถง "ข้าเพียงแค่รอเวลา... เวลาก็เป็นดั่งอาวุธชนิดหนึ่ง หากใช้เป็น มันก็สามารถสังหารได้โดยไม่ต้องชักกระบี่" "เราเคยให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้ายอดเขาเซียน ว่าจะปกป้องวิถีดาบไร้ลักษณ์ด้วยชีวิต" ฉินเฟยกล่าวพลางลุกขึ้นช้าๆ ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งทว่ากดดันราวกับภูผาที่พร้อมจะทลายลงมา "เหตุใดอำนาจที่เซียนกระบี่เมฆามอบให้ ถึงมีค่ามากกว่าเกียรติยศที่เจ้าเคยรักษามาทั้งชีวิต?" มู่เฉินหัวเราะร่า รอยหัวเราะที่ฟังดูแหลมคมและเสียดแทง "เกียรติยศหรือ? มันกินไม่ได้ฉินเฟย! ท่านแบกรับวิถีแห่งความไร้ลักษณ์เอาไว้ จนหลงลืมไปว่าโลกใบนี้หมุนด้วยความแข็งแกร่ง ใครมีอำนาจ ผู้นั้นคือสัจธรรม ใครมีพลัง ผู้นั้นคือเทพเซียน! เซียนกระบี่เมฆาสัญญาจะแบ่งปันเคล็ดวิชา 'กลืนกินดารา' ให้ข้า... นั่นคือหนทางสู่ความเป็นอมตะที่แม้แต่ตัวท่านก็ไม่อาจปฏิเสธได้" ฉินเฟยไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา เขาเพียงแต่มองเห็นกระแสปราณที่บิดเบี้ยวรอบกายของมู่เฉิน มันคือปราณพิษสีม่วงคล้ำที่เซียนกระบี่เมฆาถนัดนัก นี่มิใช่เพียงการทรยศธรรมดา แต่มันคือการขายวิญญาณเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าโดยไม่สนใจวิธีการ "วิถีดาบไร้ลักษณ์มิใช่การไร้ตัวตน แต่คือการไร้ซึ่งความยึดติด" ฉินเฟยกล่าวเบาๆ ขณะที่มือของเขากำด้ามกระบี่ข้างกาย "หากเจ้าคิดว่าพิษร้ายจะหยุดยั้งข้าได้ เจ้าก็คงไม่รู้จักความหมายของคำว่า 'ไร้ลักษณ์' จริงๆ" ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไป ความกดอากาศพุ่งสูงขึ้นจนโต๊ะหินอ่อนเริ่มมีรอยร้าว มู่เฉินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นฉินเฟยเริ่มปล่อยไอสังหารที่ไม่ใช่ไอปราณธรรมดา แต่มันคือบรรยากาศที่ว่างเปล่า... ว่างเปล่าจนน่ากลัว "เจ้าจะลงมือกับข้าจริงๆ หรือฉินเฟย?" มู่เฉินแค่นยิ้ม มือของเขาเริ่มชักกระบี่ประจำกายออกมา "อย่าลืมสิว่ารอยแผลที่ไหล่ซ้ายของท่าน ยังไม่หายดีจากการต่อสู้ครั้งก่อน!" ฉินเฟยไม่ตอบ แต่ร่างของเขาพุ่งวูบราวกับภูตผี พริบตานั้นกระบี่ของเขาไม่ได้ถูกชักออกมาจากฝัก แต่เป็นตัวฝักกระบี่นั่นเองที่กลายเป็นอาวุธ มันฟาดฟันเข้าใส่จุดชีพจรบนข้อมือของมู่เฉินด้วยจังหวะที่เหนือความคาดหมาย *เคร้ง!* ประกายไฟแลบแปลบ มู่เฉินถอยกรูดไปสามก้าว เขาหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นตระหนก "เจ้า... เจ้าทะลวงผ่านระดับปราณเซียนขั้นที่เก้าไปแล้วงั้นหรือ?" ฉินเฟยยืนสงบนิ่งท่ามกลางเศษหินที่แตกกระจาย สายตาของเขามองมู่เฉินราวกับมองคนแปลกหน้าที่ไร้ค่า "ข้าไม่ได้ทะลวงด่านเพียงเพราะต้องการพลัง ข้าแค่หยุดยึดติดกับร่างกายที่บาดเจ็บ มู่เฉิน... เจ้าแพ้ตั้งแต่วันที่เจ้าเลือกจะทรยศต่อหัวใจของตัวเองแล้ว" ในขณะที่การปะทะกำลังจะทวีความรุนแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องโถง พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคย—เงาร่างที่ควรจะตายไปแล้วภายใต้คมกระบี่ของฉินเฟยในปีก่อน ประตูห้องโถงถูกผลักออกอย่างรุนแรง เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวเปื้อนเลือด ใบหน้าของนางคือภาพหลอนที่ฉินเฟยฝังลึกไว้ในความทรงจำ... 'ศิษย์น้องหลิน' นางเดินเข้ามาด้วยสายตาว่างเปล่า มือหนึ่งกุมกระบี่ที่อาบไปด้วยปราณสีม่วงของเซียนกระบี่เมฆา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เย็นเยียบ "ศิษย์พี่ฉิน... ท่านอาจารย์ฝากมาบอกว่า... การที่ท่านยังอยู่ คือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสำนัก" ฉินเฟยชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่การทรยศจากเพื่อนรัก แต่มันคือแผนการที่วางไว้เพื่อทำลายจิตวิญญาณของเขาให้แตกสลายอย่างสมบูรณ์! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางแห่งกระบี่กับผมในตอนนี้นะครับ กระบี่ไร้ลักษณ์จะรอพบทุกท่านในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%