เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 4

ศิษย์ผู้น่าสมเพช

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"หัวของเจ้ามีค่าเพียงสามตำลึงเงิน... น่าเวทนาเสียจริงที่ข้าต้องเสียเวลาลงมือกับขยะเดินดินเช่นนี้" คมดาบซิ่นจื่อที่ขึ้นสนิมกรังของหัวหน้ากลุ่มโจร 'พยัคฆ์ทมิฬ' จ่อเข้าที่คอหอยของฉินเฟย แรงกดหนักหน่วงจนเลือดซึมออกมาเป็นเส้นสายบางๆ ท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาไผ่หมอก กลิ่นคาวเลือดจากศพของศิษย์ร่วมสำนักที่เพิ่งถูกสังหารเมื่อครู่ยังคงตลบอบอวล ฉินเฟยไม่ได้ขัดขืน เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน สายตาว่างเปล่าดุจสระน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ในมือของเขาไม่มีแม้แต่อาวุธ มีเพียงไม้ไผ่เหลาแหลมเล่มหนึ่งที่เพิ่งหยิบติดมือมาจากการถากถางสวนเมื่อยามสาย "เจ้าเงียบทำไม? กลัวจนปัสสาวะราดแล้วหรือ?" หัวหน้าโจรแสยะยิ้ม ฟันที่หลอหายไปสองซี่เผยให้เห็นความวิปริตในแววตา มันกวาดสายตามองไปรอบตัว เห็นกลุ่มโจรลูกน้องอีกหกคนกำลังหัวเราะร่าขณะรื้อค้นหีบสมบัติของสำนักที่ถูกทิ้งร้าง "ข้าเพียงแต่กำลังนึก..." ฉินเฟยเอ่ยขึ้น เสียงของเขาราบเรียบ แผ่วเบา แต่กลับแทรกซึมเข้าไปในประสาทสัมผัสของศัตรูอย่างประหลาด "นึกว่าเหตุใดคนตายจึงชอบพูดมากนัก" คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของหัวหน้าโจรแข็งค้าง มันยังไม่ทันได้ขยับนิ้วสั่งการ ฉินเฟยก็ขยับตัว... ไม่ใช่การหลบหลีก ไม่ใช่การป้องกัน แต่เป็นการ 'แทรก' เข้าไปในช่องว่างของวิถีดาบ เพียงพริบตาเดียว แสงวูบวาบจากไม้ไผ่ในมือของฉินเฟยกรีดผ่านอากาศโดยไร้เสียง ลมปราณที่สะสมมานับสิบปีไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่มันถูกบีบอัดจนเข้มข้นอยู่ที่ปลายไม้ไม้ไผ่เพียงจุดเดียว นี่คือ 'วิถีดาบไร้ลักษณ์' ที่แท้จริง—การไร้รูปแบบคือรูปแบบที่รวดเร็วและร้ายกาจที่สุด ฉับ! เสียงเนื้อถูกเฉือนดังขึ้นเบาหวิว หัวหน้าโจรเบิกตากว้าง มือที่ถือดาบตกลงข้างตัว เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกจากเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของมัน ร่างของมันเซถอยหลังไปสามก้าว ล้มลงกระแทกพื้นดินราวกับท่อนไม้ที่ถูกตัดราก "ท่านพี่!" ลูกน้องโจรที่เหลือหยุดชะงัก รอยยิ้มบนหน้าพวกมันแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก พวกมันชักอาวุธขึ้นมาล้อมฉินเฟยไว้ แต่ละคนมีวิชาฝีมือระดับล่าง แต่เมื่อรวมตัวกันก็สร้างแรงกดดันได้มหาศาล ทว่าฉินเฟยกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง พวกเขาเปรียบเสมือนฝุ่นผงที่กำลังพยายามจะดับแสงตะวัน "พวกเจ้าจะตามมันไป หรือจะเลือกมีชีวิตรอดกลับไปบอกนายของพวกเจ้าว่า... หุบเขานี้ไม่ใช่ที่สำหรับสุนัข" ฉินเฟยกล่าวพลางปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อ "ฆ่ามัน! ล้างแค้นให้หัวหน้า!" พวกมันพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน ทั้งดาบ ทั้งหอก และแส้โซ่ตรวนที่ฟาดฟันเข้ามาจากทุกทิศทาง ทว่าในสายตาของฉินเฟย กระบวนท่าเหล่านั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ราวกับตาข่ายที่ขาดวิ่น *ห้วงคำนึงถึงอาจารย์ผุดขึ้นมา... ความอ่อนแอของข้าในวันนั้น คือจุดกำเนิดของความแข็งแกร่งในวันนี้* ฉินเฟยหลับตาลง ไม่ใช้สายตามอง แต่ใช้ 'จิต' สัมผัสความเคลื่อนไหวรอบข้าง เขาหมุนตัวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกก้าวย่างกลับสอดประสานกับวิถีแห่งธรรมชาติ ไม้ไผ่ในมือวาดวงกลมสกัดกั้นอาวุธของศัตรูอย่างแม่นยำ ทุกการปะทะเกิดเสียงกังวานดุจระฆังเทพเซียน เขากำลังสอนบทเรียนราคาแพงแก่พวกโจรเหล่านี้... ไม่ใช่ด้วยการทำลาย แต่ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความว่างเปล่าของการแย่งชิง เพียงไม่กี่ลมหายใจ โจรทั้งหกคนทรุดลงกับพื้น อาวุธในมือหักสะบั้นด้วยแรงสะท้อนจากลมปราณที่ฉินเฟยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พวกมันต่างสำลักเลือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เพราะพวกมันเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนเองเพิ่งเผชิญหน้ากับปีศาจที่ไร้ซึ่งความปรานี ทว่าในขณะที่ฉินเฟยกำลังจะเดินจากไป รังสีอำมหิตสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากยอดเขา ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านทำให้ใบไม้ไผ่ร่วงหล่นลงมาเป็นทางยาว "ศิษย์ผู้น่าสมเพช... เจ้ายังคงยึดติดอยู่กับการฆ่าฟันเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้หรือ" เสียงที่คุ้นเคยและชวนให้สะอิดสะเอียนดังขึ้น ฉินเฟยชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งกลับเต้นรัวด้วยความเคียดแค้น เขาหันกลับไปมองยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นบนยอดเขาหิน เป็นชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับซ่อนความอำมหิตไว้เกินหยั่งถึง มันคือ เซียนกระบี่เมฆา... ผู้ที่สังหารอาจารย์ของเขาด้วยมือตนเอง "ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เจ้าแย่งชิงไป" ฉินเฟยเอ่ย เสียงของเขาเปี่ยมด้วยเจตจำนงสังหารที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เซียนกระบี่เมฆาหัวเราะร่า มือขวาค่อยๆ ดึงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากฝัก แสงสีฟ้าครามสว่างจ้าไปทั่วหุบเขาจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี "งั้นก็เข้ามา... มาดูว่าศิษย์ทรยศเช่นเจ้า จะเอาชีวิตที่เปราะบางนี้ มาชดใช้หนี้เลือดได้อย่างไร" ฉินเฟยกระชับไม้ไผ่ในมือแน่น เลือดหยดหนึ่งจากปลายไม้ไผ่หยดลงสู่พื้นดิน พร้อมกับที่ความจริงอันน่าตกใจบางอย่างเพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อเขาเห็นตราประทับบนอกเสื้อของศัตรูที่เพิ่งเผยออกมาจากการเคลื่อนไหว... ตราประทับที่บ่งบอกว่าเซียนกระบี่เมฆาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มันได้รับความช่วยเหลือจากศัตรูที่ฉินเฟยไม่มีวันคาดคิดถึงมาก่อนในสำนักของตนเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายดาบที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและสัจธรรมนี้ครับ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%