"หากเจ้ายังกุมความลับเรื่องวิชาดาบนั้นไว้เพียงลำพัง อย่าหวังว่าจะได้ออกจากโถงบรรพชนแห่งนี้ไปโดยมีลมหายใจครบถ้วน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของเจ้าสำนักอัคคีสวรรค์ดังก้องไปทั่วโถงหินที่อับชื้น แรงกดดันจากปราณระดับเซียนแผ่ซ่านจนตะเกียงน้ำมันในห้องวูบไหวราวกับจะดับลงทุกขณะ แต่ทว่า ‘ฉินเฟย’ กลับยืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน สายตาของเขามิได้เหลือบมองคมดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอของตนแม้แต่น้อย
"เจ้าสำนักซ่ง... ท่านช่างมีสายตาที่กว้างไกลนัก" ฉินเฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ร่องรอยของความหวาดกลัว "แต่ท่านกลับมองข้ามความจริงประการหนึ่งไป นั่นคือ 'ดาบ' ของข้า มิได้เกิดจากการแย่งชิงหรือการกลืนกินลมปราณของผู้ใด แต่มันเกิดจากการยอมรับความว่างเปล่าภายในจิตใจ... สิ่งที่ท่านไขว่คว้าจนหัวหมุนมาตลอดชีวิต ท่านกลับไม่มีวันได้ครอบครอง"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในโถงกลับตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น เจ้าสำนักซ่งกำด้ามดาบจนเส้นเลือดปูดโปน ความระแวงเริ่มกัดกินจิตใจของเหล่าเจ้าสำนักที่เหลือซึ่งยืนล้อมวงอยู่ ข่าวลือเรื่องวิชาดาบไร้ลักษณ์ที่สามารถทะลวงด่านเซียนได้เพียงชั่วข้ามคืน กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่เผาผลาญความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรให้กลายเป็นธุลี
"อย่าไปฟังคำยุยงของมัน!" เจ้าสำนักเมฆาจันทร์เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด "มันกำลังพยายามแยกพวกเรา เพื่อให้ศิษย์ของเซียนกระบี่เมฆาฉวยโอกาสกวาดล้างสำนักพวกเราทีละแห่ง ข้าได้ข่าวมาว่าในคืนนี้ ขบวนขนส่งเสบียงของสำนักท่านถูกคนของเมฆาโจมตีจนราบคาบ ท่านยังจะนิ่งเฉยอยู่อีกหรือ?"
ฉินเฟยหรี่ตาลง เขาสังเกตเห็นรอยเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของเจ้าสำนักซ่ง ความระแวงคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุด และดูเหมือนว่า 'เมล็ดพันธุ์แห่งความระแวง' ที่เขาแอบหย่อนไว้จะเติบโตงดงามยิ่งกว่าที่เขาคาดคิด
"พวกท่านต่างหากที่ทำลายตัวเอง" ฉินเฟยกล่าวต่อด้วยความเยือกเย็น "เซียนกระบี่เมฆาไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยซ้ำ เพียงแค่ปล่อยให้ความโลภและความกลัวในใจพวกท่านทำงาน... ข้าเพียงแค่ถือครองเคล็ดวิชาที่พวกท่านต้องการ แต่พวกท่านกลับหันดาบเข้าหากันเองเพียงเพราะกลัวว่าผู้อื่นจะแข็งแกร่งกว่า นี่หรือคือวิถีแห่งเซียนที่พวกท่านบำเพ็ญเพียรกันมานับร้อยปี?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาในโถงต่างจับจ้องไปที่ดาบของกันและกัน ความเชื่อใจที่เคยมีให้กันบัดนี้เปราะบางประดุจแก้วที่ร้าวราน
ฉินเฟยอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังชั่งใจ ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ปราณดาบไร้ลักษณ์ที่เขาสั่งสมมาเริ่มหมุนวนอยู่ภายในกาย ราวกับสายน้ำที่ไร้ทิศทาง เขาไม่ได้คิดจะสู้กับคนทั้งหมดนี้ แต่เขาต้องการให้พวกมันทำลายกันเอง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโถงหิน ทุกคนหยุดชะงักและหันไปมอง
ร่างสูงโปร่งในชุดสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาอย่างองอาจ สายตาคู่คมกริบกวาดมองเหล่าเจ้าสำนักที่หน้าซีดเผือด เขามิใช่ใครอื่นนอกจาก 'เซียนกระบี่เมฆา' ผู้ที่ควรจะเก็บตัวอยู่ในหุบเขาไร้ลักษณ์ ทว่าเขากลับมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลาที่เปราะบางที่สุด
"ข้าไม่คิดว่าการสนทนาของพวกท่านจะออกรสออกชาติถึงเพียงนี้" เซียนกระบี่เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยไอสังหารที่เย็นยะเยือก "พวกท่านกำลังถกเถียงเรื่องวิชาดาบของข้า... หรือกำลังแบ่งเค้กส่วนแบ่งหลังจากที่ข้าจะสังหารเด็กหนุ่มผู้นี้กันแน่?"
คำพูดนั้นทำเอาเหล่าเจ้าสำนักถึงกับชะงัก เจ้าสำนักซ่งเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของนักฆ่าชุดดำโผล่ออกมาจากเงามืดรอบโถงนับสิบคน พวกเขาทั้งหมดถูกล้อมไว้เสียแล้ว!
ฉินเฟยกระชับด้ามดาบในมือแน่น หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่เขากลับรู้สึกถึงสัจธรรมบางอย่างที่อาจารย์เคยสอนไว้... *เมื่อความวุ่นวายถึงขีดสุด นั่นคือเวลาที่ความไร้ลักษณ์จะปรากฏ*
เซียนกระบี่เมฆาเดินตรงมาที่ฉินเฟย รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของพรานที่ต้อนเหยื่อจนมุม "เจ้าคิดว่าความลับของเจ้าจะช่วยเจ้าได้งั้นหรือ ฉินเฟย? ดาบไร้ลักษณ์ของอาจารย์เจ้า มันตายไปพร้อมกับซากศพของเขาที่หุบเขาหมื่นพิษแล้ว... แต่ก่อนที่เจ้าจะตาย ข้ามีบางอย่างจะให้เจ้าดู"
เขาสะบัดมือเรียกหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกคุมตัวออกมาจากเงามืด นางคือคนรักที่ฉินเฟยคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่อาจารย์ถูกสังหาร!
ฉินเฟยที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง กลับชะงักงันจนดาบในมือสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ แววตาที่ว่างเปล่าของเขาวูบไหวด้วยความแค้นและโศกเศร้าที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ เซียนกระบี่เมฆาไม่ได้ต้องการเพียงแค่พลัง แต่มันต้องการ 'ทำลาย' จิตวิญญาณของเขาให้แหลกสลายก่อนที่จะปลิดชีพ
ความจริงที่คาดไม่ถึงกำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีข้างหน้า และดาบที่ฉินเฟยยึดมั่นกลับกลายเป็นเพียงภาระที่หนักอึ้งเมื่อต้องเลือกระหว่างสัจธรรมหรือชีวิตของคนสำคัญ...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 18
รอยร้าวแห่งอำนาจ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!