"เจ้าคิดหรือว่าคมดาบที่สั่นไหวด้วยความแค้น จะสามารถตัดผ่านม่านหมอกแห่งสัจธรรมได้?"
เสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนหินบดเสียดสีกันดังก้องไปทั่วหุบเขาแห่งความว่างเปล่า ฉินเฟยหยุดฝีเท้าลงทันที ปลายนิ้วสัมผัสที่ด้ามดาบไร้ลักษณ์จนขึ้นข้อขาว แม้ดวงตาจะยังคงมองไปข้างหน้า แต่สัมผัสรับรู้รอบกายเขากลับตื่นตัวถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวไม่เพียงแค่กดดัน แต่มันกำลัง ‘กิน’ พลังปราณของเขาไปทีละน้อย
เบื้องหน้าของเขาคือ 'พยัคฆ์อัคนีทมิฬ' สัตว์อสูรเฝ้าประตูผู้มีร่างมหึมาขนาดเท่าขุนเขา ขนสีนิลวับวาวราวกับถูกหลอมมาจากเหล็กไหล ดวงตาสองข้างประดุจเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ กลิ่นอายสังหารของมันหนาแน่นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว
ฉินเฟยไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ ปรับสมดุลปราณภายในให้ไหลเวียนดั่งสายน้ำที่ไร้รูปแบบ นี่คือวิถีดาบไร้ลักษณ์—ไร้รูป ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอยของการมีตัวตน
"ความแค้นหรือ? ข้าเพียงมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกพรากไป" ฉินเฟยกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาของเขาสะท้อนเงาของพยัคฆ์อัคนีทมิฬที่เริ่มขยับตัว กรงเล็บยักษ์ขุดลึกลงไปในพื้นหินจนแตกร้าว
*โฮก!*
เสียงคำรามของมันไม่ได้เป็นเพียงคลื่นเสียง แต่มันคือพายุเพลิงที่พุ่งเข้าใส่ฉินเฟยโดยตรง ฉินเฟยไม่ได้ถอยหนี เขาก้าวเท้าเพียงครึ่งก้าว กายาเคลื่อนไหวราวกับเงาจางๆ ในภาพวาดพู่กันจีน ดาบไร้ลักษณ์ในมือถูกชักออกจากฝักอย่างแช่มช้า ทว่ากลับทิ้งรอยแยกของมิติไว้เบื้องหลัง
*ฉัวะ!*
คมดาบวาดผ่านอากาศดั่งสายฟ้าฟาด แม้พยัคฆ์อัคนีทมิฬจะเร็วปานปีศาจ แต่มันกลับไม่สามารถอ่านทิศทางดาบที่ไร้จุดหมายของฉินเฟยได้ เลือดสีทองหยดหนึ่งกระเซ็นลงบนพื้นหิน แต่มันกลับกลายเป็นไอระเหยไปในทันที
สัตว์อสูรตนนี้นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะร่วนด้วยเสียงที่ทำให้ขุนเขาสั่นสะเทือน "เจ้าใช้วิชาดาบที่ไม่มีรูปทรง... น่าสนใจ เจ้าสำนักเซียนกระบี่เมฆาพร่ำสอนศิษย์ว่าดาบต้องคมและสง่างาม แต่เจ้ากลับเลือกที่จะใช้ดาบที่เหมือนความว่างเปล่า"
"เพราะความว่างเปล่า คือสิ่งที่ไม่มีใครเอาชนะได้" ฉินเฟยกล่าวพลางกระชับดาบแน่นขึ้น เหงื่อหยดหนึ่งไหลผ่านขมับของเขา
ฉินเฟยพุ่งตัวเข้าหาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้เพียงพลังปราณ แต่เขาสอดแทรก ‘จิตสังหาร’ ที่เขากดทับเอาไว้ตลอดหลายปีลงไปในกระบวนท่า ดาบของเขาเปลี่ยนจากสายน้ำที่เชี่ยวกรากเป็นคมมีดแห่งความโดดเดี่ยวที่เยือกเย็นที่สุด พยัคฆ์อัคนีทมิฬขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น เปลวเพลิงรอบตัวมันเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีน้ำเงินเข้ม พลังทำลายล้างมหาศาลปะทะเข้ากับดาบของฉินเฟยจนเกิดแสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
แรงกระแทกส่งผลให้ฉินเฟยกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ปลายเท้าครูดไปกับพื้นจนเกิดรอยลึก โลหิตอุ่นๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของเขา
"เจ้ายังไม่บรรลุถึงขั้นไร้ลักษณ์จริงๆ" สัตว์อสูรเฝ้าประตูกล่าว "เจ้ายังแบกความทรงจำเรื่องอาจารย์เจ้าไว้ที่ปลายดาบเล่มนั้น น้ำหนักของความทรงจำทำให้ดาบของเจ้าเชื่องช้า"
ฉินเฟยเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างประหลาด ความว่างเปล่าที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความสงบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เขาหลับตาลง ชั่วขณะนั้นเอง เสียงรอบข้างเงียบสนิทราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เขาไม่ได้มองด้วยดวงตา แต่เขามองด้วย ‘วิญญาณ’
เขาเห็นกระแสพลังของพยัคฆ์อัคนีทมิฬ... เห็นจุดรวมปราณที่กลางหน้าอกของมัน... และเห็นโชคชะตาของเขาที่กำลังผูกพันอยู่กับดาบเล่มนี้
"เจ้าพูดถูก" ฉินเฟยลืมตาขึ้น แววตาคมกริบดั่งกระบี่ที่เพิ่งหลุดจากเตาหลอม "ความทรงจำอาจทำให้ดาบหนัก แต่มันคือเหตุผลที่ข้าต้องเดินต่อ"
ฉินเฟยทะยานร่างขึ้นฟ้า ร่างกายของเขาราวกับหายไปจากมิติแห่งนี้เหลือเพียง 'เส้นแสงสีเงิน' ที่ลากผ่านตัวพยัคฆ์อัคนีทมิฬไปอย่างรวดเร็วและงดงามราวกับกลอนบทหนึ่ง พยัคฆ์ยักษ์ชะงักค้าง ร่างของมันค่อยๆ ปรากฏรอยร้าวสีทองเป็นเส้นตรงกลางอก
ทันใดนั้นเอง... เสียงปรบมือแผ่วเบาดังขึ้นจากเงามืดหลังประตูหินที่เพิ่งเปิดออก เงาร่างหนึ่งก้าวออกมา ชายผู้มีใบหน้าสง่างามราวกับเทพเซียน ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งหมื่นปี
"ช่างเป็นวิชาดาบที่งดงามนัก ฉินเฟย" เซียนกระบี่เมฆายิ้มให้เขา แววตานั้นไม่มีความชื่นชม มีเพียงความกระหายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม "เจ้าฆ่าสัตว์อสูรเฝ้าประตูได้ดีมาก แต่เจ้าลืมไปหรือไม่... ว่าคนที่ฆ่าอาจารย์ของเจ้าในวันนั้น ไม่ใช่แค่ความอ่อนแอของเจ้า แต่มันคือ 'ข้า' ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้านี่เอง"
ฉินเฟยตัวแข็งทื่อ ดาบในมือสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อคำพูดนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาท ความจริงที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิตปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอย่างโหดร้าย และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... คือเบื้องหลังของเซียนกระบี่เมฆา มีร่างหนึ่งที่คุ้นตาเดินออกมาด้วยท่าทางเหม่อลอย
นางคือศิษย์พี่หญิงที่เขาเข้าใจว่าตายไปนานแล้ว แต่วันนี้ นางกลับยืนอยู่ข้างกายศัตรู พร้อมกับใบหน้าที่ปราศจากแววตาของผู้มีชีวิต!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 20
อุปสรรคด่านฟ้า
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!