ความหนาวเหน็บระดับกระดูกแหลกสลายไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในถ้ำน้ำแข็งพันปีแห่งนี้ แต่มันคือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่กัดกินจิตวิญญาณ ฉินเฟยหลับตาลง นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาที่ถูกหุ้มด้วยน้ำแข็งใสราวกับกระจก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบไร้ร่องรอย กลิ่นอายของปราณในกายวนเวียนดั่งสายน้ำนิ่งที่ซ่อนกระแสน้ำเชี่ยวไว้ใต้ผิวเผิน
“เจ้าคิดว่าความตายกับความว่างเปล่า ต่างกันตรงไหน?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้วงจิตสำนึก มิใช่เสียงจากโลกภายนอก แต่มันคือเสียงก้องจากความทรงจำ—เสียงของอาจารย์ที่ถูกเซียนกระบี่เมฆาสังหารในวันนั้น ฉากสีเลือดสาดทับภาพลักษณ์ของอาจารย์ยังคงชัดเจนในใจของฉินเฟยเสมอมา
ฉินเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแค่ขยับริมฝีปากเบาบาง ปล่อยให้ความเงียบเข้าทำหน้าที่แทนคำตอบ จิตของเขาขณะนี้มิได้อยู่ที่ถ้ำน้ำแข็ง หากแต่กำลังท่องไปในห้วงลึกของกระบวนท่าดาบที่ไร้ลักษณ์ เมื่อดาบไม่มีรูป ย่อมไม่มีที่ให้ศัตรูโจมตี เมื่อใจไร้ลักษณ์ ย่อมไม่มีที่ให้กิเลสครอบงำ
ทว่า ทันใดนั้น ความรู้สึกถึงการถูกจ้องมองก็แล่นพล่านขึ้นมากลางสันหลัง หยาดเหงื่อที่ยังไม่ทันหยดก็กลายเป็นน้ำแข็งเกาะพราวบนผิวหน้า ฉินเฟยไม่ได้ลืมตา แต่สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่มาพร้อมกับความร้อนแรงผิดธรรมชาติ—พลังปราณของเซียนกระบี่เมฆา
“เจ้ากำลังหาทางบรรลุญาณหยั่งรู้ด้วยการขังตัวเองไว้ในสุสานน้ำแข็งเช่นนี้งั้นหรือ ฉินเฟย?”
เสียงนั้นแหบพร่าและกดดัน กระจกน้ำแข็งรอบถ้ำเริ่มร้าวรานจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเงาร่างที่ปรากฏขึ้นที่หน้าปากถ้ำ เงาร่างนั้นสูงใหญ่ สง่างาม แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความทะเยอทะยานที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง
ฉินเฟยลืมตาขึ้น ชั่วพริบตานั้น แววตาของเขามิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันลึกซึ้งดุจเหวนรกและนิ่งสงบดุจทะเลสาบยามไร้ลม
“การบำเพ็ญเพียรในถ้ำน้ำแข็ง มิใช่การหนีโลกภายนอก แต่คือการเผชิญหน้ากับ ‘อัตตา’ ของตนเอง” ฉินเฟยกล่าวเสียงเรียบ นิ่งสงบดุจผืนน้ำแข็ง “ท่านเจ้าสำนัก... ท่านมาที่นี่ เพื่อชิงวิชาดาบไร้ลักษณ์ หรือเพื่อมาดูว่าศิษย์ที่ท่านเคยเหยียบย่ำยังคงมีลมหายใจอยู่กันแน่?”
เซียนกระบี่เมฆาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะดังสะท้อนจนน้ำแข็งที่ผนังถ้ำร่วงกราวลงมาเป็นผง “ข้ามาเพื่อดูว่า ดาบที่ไร้ฝักอย่างเจ้า จะหักลงเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า... อาจารย์ของเจ้าตายเพราะความอ่อนแอของตัวเอง มิใช่เพราะคมดาบของข้า”
ประโยคนั้นดั่งคมมีดที่กรีดลึกลงบนแผลเก่า ฉินเฟยรู้สึกถึงความสั่นคลอนในจิตใจ พลังปราณที่เคยนิ่งสงบเริ่มปั่นป่วนคล้ายพายุที่กำลังก่อตัว แต่เขากลับหลับตาลงอีกครั้ง ฝืนบังคับความรู้สึกให้ไหลไปตามวิถีแห่งเต๋า เขาเริ่มตระหนักได้ว่านี่คือ 'ด่านทดสอบ' สุดท้ายของญาณหยั่งรู้
หากเขายังยึดติดกับความแค้น เขาจะไม่มีวันบรรลุ หากเขายังยึดติดกับความรัก เขาจะติดอยู่ในกับดักของจิต
“ความอ่อนแอคือรากฐานของความแข็งแกร่งเสมอ” ฉินเฟยพึมพำขณะที่ดาบในมือสั่นไหวเบาๆ เขาไม่ได้ชักดาบออกมา แต่กระแสปราณดาบกลับพุ่งพล่านไปทั่วถ้ำ “ข้าขอบพระคุณท่าน ที่เป็นกระจกสะท้อนความมืดมิดในใจข้าให้ชัดเจนถึงเพียงนี้”
ทันใดนั้น ฉินเฟยก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ ลมปราณรอบกายเปลี่ยนจากเย็นจัดเป็นร้อนระอุจนน้ำแข็งรอบตัวระเหยกลายเป็นไอหมอกหนาทึบ บรรยากาศภายในถ้ำเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กฎเกณฑ์ของเวลาและมิติรอบตัวเขาราวกับถูกบิดเบือน จิตของเขาหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งตัวตน ก้าวข้ามผ่านสภาวะของมนุษย์สู่สิ่งที่สูงส่งยิ่งกว่า
เซียนกระบี่เมฆาขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความหวาดระแวง เขาชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีทองสาดส่องไปทั่วถ้ำ “เจ้าบรรลุญาณหยั่งรู้แล้วงั้นหรือ? ไม่... นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
“ญาณหยั่งรู้นี้ มิใช่การหยั่งรู้เรื่องราวของผู้อื่น” ฉินเฟยกล่าว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป แฝงไว้ด้วยอำนาจลี้ลับที่ทำเอาเซียนกระบี่เมฆาต้องก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว “แต่มันคือการหยั่งรู้ว่า... ทุกการกระทำของท่านในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นของการดับสูญของท่านเอง”
ฉินเฟยไม่ได้ขยับตัว แต่ทว่ากระบี่ในมือของเซียนกระบี่เมฆากลับร้าวรานจากภายใน เสียงโลหะลั่นดังก้องไปทั่วถ้ำ น้ำแข็งที่เคยหนาทึบบัดนี้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นเส้นทางออกไปสู่หุบเขาลึกเบื้องหน้า ทว่าที่หน้าปากถ้ำนั้นเอง กลับมีร่างของชายชราคนหนึ่งยืนขวางอยู่... ชายชราผู้ที่ฉินเฟยจำได้ดีว่าเขาได้ตายไปต่อหน้าต่อตาเมื่อสามปีก่อน
ร่างนั้นค่อยๆ หันมาหาฉินเฟย ดวงตาที่ไร้แววของเขาส่งกระแสความเย็นเยียบที่เหนือกว่าน้ำแข็งพันปี “ศิษย์ข้า... เจ้าบรรลุถึงขั้นไร้ลักษณ์แล้วสินะ แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่า วิถีดาบไร้ลักษณ์นั้น หากไม่มีศัตรูให้สังหาร... เจ้าจะต้องกลายเป็นดาบเสียเอง”
กระบี่ของเซียนกระบี่เมฆาในมือหักสะบั้นลงทันทีที่ร่างชายชรานั้นขยับปาก ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เหตุการณ์สังหารอาจารย์เริ่มเผยโฉมออกมาพร้อมกับเจตนาที่แท้จริงของวิถีดาบที่ฉินเฟยกำลังถือครองอยู่... มันคือวิถีแห่งการคืนชีพ หรือวิถีแห่งการทำลายล้างกันแน่?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 21
การบำเพ็ญเพียรในถ้ำน้ำแข็ง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!