เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 45

วิชาดาบไร้เงา

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
ความเงียบงันในหุบผาสุสานกระบี่หนาทึบเสียยิ่งกว่าความมืดมิดเบื้องหน้า ดวงตาของฉินเฟยเบิกกว้าง รูม่านตาหดเกร็งจนเหลือเพียงเท่าปลายเข็ม ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอตลอดการเดินทางข้ามผ่านมหันตภัยนับร้อย กลับติดขัดอยู่ที่ลำคอราวกับมีลิ่มเลือดอุดตัน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัวต่ออภินิหาร แต่เป็นเพราะคลื่นอารมณ์ที่โถมซัดเข้าใส่ราวกับเขื่อนแตก บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในชุดคลุมสีขาวเปื้อนฝุ่นควัน สภาพราวกับกาลเวลาไม่เคยแผ้วพานผ่าน เนื้อตัวสะอาดสะอ้านและแววตาสงบนิ่งคู่นั้น... คือเซียนกระบี่เมฆา อาจารย์ผู้ล่วงลับที่เขาฝังร่างและดวงวิญญาณไว้ด้วยน้ำตาเมื่อสิบปีก่อน "อาจารย์..." เสียงของฉินเฟยแหบพร่า เล็ดลอดออกมาจากไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น ฝ่ามือที่กุมด้ามดาบไร้ลักษณ์สั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในวันที่โลหิตสาดกระเซ็น กลิ่นคาวเลือดของสำนักที่ถูกเผาลาญ และภาพอาจารย์ถูกกระบี่มารทะลวงอกตอกตรึงไว้กับแผ่นผา หวนกลับมาคมชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทว่า คนที่ยืนอยู่ตรงนี้กลับมีลมหายใจ มีชีพจร และมีไอพลังที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเมื่อครั้งอดีตเสียอีก ริมฝีปากของเซียนกระบี่เมฆายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกล้ำและยากจะหยั่งถึง เขากวาดสายตามองศิษย์รักตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอื้อนเอยด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่าเสียงหัวใจตนเอง "เจ้าช้าลงไปมากนะ... ฉินเฟย" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ ฉินเฟยผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว สติที่เคยสุขุมเยือกเย็นเกือบจะแตกซ่าน แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง จิตวิญญาณแห่งวิถีดาบที่เขาบำเพ็ญเพียรมาแรมปีก็ส่งเสียงเตือนภัยขึ้นในห้วงสำนึก *ภาพลวงตา? หรือวิญญาณอาฆาต? ไม่... นี่คือตัวจริง* "ท่านอาจารย์..." ฉินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว แววตาที่เคยหวั่นไหวเริ่มแปรเปลี่ยนกลับมามีความแข็งกร้าวและคมปลาบ "ท่านตายไปแล้วต่อหน้าต่อตาข้า ข้าฝังร่างท่านด้วยมือของข้าเอง ผู้ที่ยืนอยู่ตรงนี้... เป็นใครกันแน่!" เซียนกระบี่เมฆาไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าหาฉินเฟย ทุกย่างก้าวที่อีกฝ่ายเดิน ปราณรอบกายกลับกดทับลงมาบนบ่าของฉินเฟยราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก มันไม่ใช่จิตสังหาร แต่มันคือ "เต๋า" ที่เหนือชั้นกว่า ปราณกระบี่ที่ไร้รูปร่างแต่ทรงพลังมหาศาลกำลังบีบให้ฉินเฟยต้องปลดปล่อยพลังต้านทานโดยสัญชาตญาณ "ความตายคืออะไร ชีวิตคืออะไร ฉินเฟย เจ้าถือดาบมาสิบปี เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า สิ่งที่เจ้าเห็นด้วยตา มักเป็นสิ่งลวงตาที่หลอกลวงแม้กระทั่งจิตใจของตนเอง" เซียนกระบี่เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ ฉินเฟยขบกรามแน่น ปราณในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ดาบในมือเริ่มส่งเสียงคำรามเบาๆ คล้ายพยัคฆ์ตื่นจากหลับใหล ปรัชญาเต่าที่เขาเพียรศึกษามาตลอดชีวิตกำลังถูกท้าทายด้วยความจริงตรงหน้า หากอาจารย์ยังไม่ตาย เช่นนั้นสิบปีที่ผ่านมาที่เขาจมอยู่กับความแค้นและความรู้สึกผิดเล่าคืออะไร? หากอาจารย์ตายไปแล้ว เช่นนั้นตัวตนที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้คือปีศาจจำแลงกายมาเพื่อทำลายจิตใจเขาใช่หรือไม่? ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนลมปราณปั่นป่วน ฉินเฟยรู้สึกราวกับว่าแก่นแท้ของวิถีดาบที่ตนยึดถือมาตลอดกำลังจะพังทลายลง หากเขายังลังเล เขากwจะกลายเป็นทาสของภาพลวงตา และหากเขาลงมือผิดพลาด เขาอาจจะต้องฆ่าอาจารย์ของตนเองเป็นครั้งที่สอง! "ข้าไม่สนว่าท่านจะเป็นใคร..." ฉินเฟยเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความกลัว เขาไม่ได้มองที่รูปลักษณ์ภายนอกอีกต่อไป แต่ใช้ "จิต" สัมผัสแก่นแท้เบื้องหน้า "วิถีดาบไร้ลักษณ์ ไม่ยึดติดแม้แต่ความเป็นตาย! หากท่านคือมารที่ปลอมตัวมา... ดาบในมือข้าจักพิฆาตมาร! หากท่านคืออาจารย์จริง... จงรับกระบี่นี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าวิถีที่ท่านถ่ายทอดให้ข้า มิใช่เรื่องหลอกลวง!" สิ้นคำพูด ดาบไร้ลักษณ์ในมือของฉินเฟยก็พลัน "หายไป" ไม่ใช่การเก็บเข้าฝัก แต่มันสลายกลายเป็นความว่างเปล่า ผสานกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว นี่คือขั้นสูงของการไร้ลักษณ์ ดาบที่ไร้รูป ดาบที่ไร้เงา ดาบที่มีอยู่ทุกหนแห่งแต่ไม่มีใครมองเห็น! เซียนกระบี่เมฆาชะงักไปเล็กน้อย ประกายความชื่นชมฉายชัดขึ้นในแววตาเป็นครั้งแรก ร่างของอาจารย์ไม่ได้หลบหนีหรือชักอาวุธออกมาทัดทาน ทว่ากลับยืนนิ่งราวกับยอมจำนนต่อความว่างเปล่าที่ศิษย์รักบรรลุถึง ในชั่วพริบตานั้น หุบผาสุสานกระบี่ทั้งหุบเขาก็เงียบสงบลงอย่างประหลาด สายลมที่เคยพัดโชยหยุดนิ่งสนิท แม้แต่เศษใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นก็ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ คมดาบที่ไร้รูปร่างพุ่งเข้าหาเซียนกระบี่เมฆาราวกับสายฟ้าที่ไร้เสียง รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ทะลวงผ่านห้วงเวลาและมิติโดยตรง *ฉับ!* คมดาบผ่านทะลุร่างของเซียนกระบี่เมฆาไปอย่างราบคาบ ไม่มีหยดโลหิต ไม่มีเสียงร้องคร่ำครวญ ทว่าร่างนั้นกลับสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ ลอยล่องกระจายหายไปในอากาศราวกับกลุ่มควันยามเช้า ฉินเฟยยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ปราณในร่างสงบลง ลมหายใจกลับมาเป็นปกติ ทว่าความรู้สึกเคว้งคว้างกลับเข้าเกาะกุมหัวใจ เขาทำลายภาพลวงนั้นแล้ว บรรลุขั้นสูงของการไร้ลักษณ์ตามที่มุ่งหวังแล้ว แต่ทำไม... ในใจกลับไม่มีความปีติยินดีเลยแม้แต่น้อย? "เจ้าทำได้ดีมาก... ศิษย์น้อง" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังของฉินเฟย โดยที่เขาไม่ทันได้รู้สึกถึงการมาเยือนแม้แต่น้อย! ฉินเฟยสะท้านเฮือก รีบหมุนตัวกลับไปมองด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่เซียนกระบี่เมฆา แต่เป็นร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากกระดูกสัตว์อัปลักษณ์ ดวงตาคู่นั้นคมปลาบราวกับเหยี่ยว และที่สำคัญที่สุด... บนมือของมันกำลังถือกระบี่เล่มหนึ่ง ซึ่งอาบย้อมไปด้วยโลหิตที่ยังคงหยดติ๋งลงสู่พื้นดิน โลหิตนั้น... เป็นสีทองของเซียนกระบี่เมฆา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงวิถีดาบอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%