"อย่าก้าวเท้าซ้าย... นั่นคือจุดตายของค่ายกล"
เสียงกระซิบแผ่วเบาของฉินเฟยดังก้องในความเงียบสงัดของหุบเขาเมฆา เขาหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าม่านหมอกสีขาวขุ่นที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ยอดเขาเบื้องหน้า แต่มองทะลุผ่านระลอกคลื่นแห่งปราณที่สั่นไหวอยู่รอบตัว ฝ่ามือขวาที่กำด้ามกระบี่ไว้แน่นเริ่มมีไอความเย็นระเหยออกมา
เบื้องหน้าของเขาคือ 'ค่ายกลพันดาบ' อันเลื่องชื่อของสำนักเมฆา ศิษย์สำนักสามร้อยชีวิตยืนกระจายตัวอยู่ตามตำแหน่งดวงดาว กระบี่ในมือของพวกเขาสั่นระริก ปล่อยรังสีสังหารออกมาในจังหวะเดียวกับลมหายใจที่สอดประสานกัน
"ฉินเฟย เจ้าคิดว่าวิถีดาบไร้ลักษณ์ของเจ้า จะต้านทานกระบวนท่าที่หลอมรวมจากชีวิตของคนทั้งสำนักได้งั้นหรือ?"
เสียงกังวานของเซียนกระบี่เมฆาดังมาจากทุกทิศทาง ทรงอำนาจและเยือกเย็นราวกับเทพเจ้าที่มองลงมาจากสรวงสวรรค์
ฉินเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแค่หลับตาลง วินาทีนั้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะเงียบงันลง ความแค้นที่เคยแผดเผาอยู่ในอกเมื่อครั้งเห็นอาจารย์สิ้นชีพถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำแข็งที่แหลมคม เขาสัมผัสได้ถึงกระแสปราณที่ไหลเวียนในค่ายกล... มันไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่มันมีความ 'กังวล' ซ่อนอยู่
"ค่ายกลของเจ้าไร้ที่ติในเชิงทฤษฎี" ฉินเฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรฉายแววเย็นเยียบ "แต่สิ่งที่เจ้าลืมไปคือ ดาบที่แข็งแกร่งที่สุด คือดาบที่ยอมรับความว่างเปล่า"
ฉินเฟยก้าวเท้าออกไป ก้าวแรกคือความว่างเปล่า ก้าวที่สองคือจุดตัดของสายลม ในพริบตาที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่เขตค่ายกล กระบี่นับพันเล่มก็พุ่งเข้าใส่เขาดุจห่าฝนโลหะ เสียงหวีดหวิวของคมดาบตัดอากาศดังก้องไปทั่วหุบเขา
แต่ฉินเฟยกลับไม่ขยับกายเพื่อป้องกัน เขาเลือกที่จะเดินตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ท่วงท่าของเขานุ่มนวลราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน กระบี่ทุกเล่มที่พุ่งผ่านกายเขาดูเหมือนจะเฉียดผิวหนังไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ร่างของเขาพลิ้วไหวราวกับภาพลวงตา ท่ามกลางวงล้อมที่แน่นขนัด เขากลับดูเหมือนคนเดินเล่นในสวนดอกไม้
"ทำลายจุดศูนย์กลางไม่ได้... ก็แค่เดินผ่านมันไป" เขารำพึงกับตัวเอง
ความมั่นใจของเหล่าศิษย์สำนักเมฆาเริ่มสั่นคลอน เมื่อเห็นเป้าหมายที่ควรจะถูกบดขยี้กลับทะลวงผ่านแนวป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่า รังสีดาบของฉินเฟยเริ่มแผ่ขยายออกไป มันไม่ใช่รังสีที่ดุดัน แต่เป็นรังสีที่ไร้ลักษณ์ ไร้ขอบเขต ยากจะคาดเดาว่าจะโจมตีมาจากทิศทางใด
"เจ้าอย่าได้ใจไป!" เซียนกระบี่เมฆาคำราม เสียงนั้นเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความเกรี้ยวกราด ทันใดนั้น หมอกสีขาวรอบตัวฉินเฟยก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ดาบพันเล่มในค่ายกลเริ่มเปล่งแสงสีเลือดและหมุนวนจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา
แรงกดดันจากปราณมหาศาลถาโถมลงมาจนพื้นดินใต้เท้าฉินเฟยแตกร้าว นี่ไม่ใช่ค่ายกลธรรมดา แต่มันคือการ 'สังเวย' พลังชีวิตของศิษย์ทั้งสามร้อยคนเพื่อกลั่นเป็นกระบวนท่าเดียว
ฉินเฟยหยุดฝีเท้าลงเป็นครั้งแรก เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด มือซ้ายของเขายกขึ้นแตะที่สันกระบี่
"หากเจ้าเลือกที่จะทำลายข้าด้วยวิถีแห่งการสังเวย... ข้าก็จักแสดงให้เห็นว่า ดาบที่ไร้ลักษณ์นั้น แท้จริงแล้วคืออะไร"
เขากระชากดาบออกจากฝักอย่างแช่มช้า ทว่ากัมปนาทที่เกิดขึ้นนั้นราวกับฟ้าถล่ม ดาบของเขาไม่ได้มีแสงสว่างเจิดจ้า แต่มันกลับดูดกลืนแสงทุกอย่างรอบตัวจนเหลือเพียงความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว ดาบเล่มนั้นเปรียบเสมือนหลุมดำที่กลืนกินวิถีดาบทุกรูปแบบในโลกใบนี้
"ไร้ลักษณ์... สลาย!"
คลื่นพลังงานสีเทาจางๆ แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง เมื่อมันปะทะกับพายุหมุนสีเลือด สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การระเบิด แต่เป็นการ 'สลาย' เสียงหวีดร้องของเหล็กกล้าที่ถูกบิดเบี้ยวและแตกสลายดังระงมไปทั่วหุบเขา ศิษย์สำนักเมฆาทุกคนทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากของพวกเขาเมื่อกระแสปราณย้อนกลับ
ค่ายกลมรณะที่ไม่มีใครเคยฝ่าได้มาตลอดพันปี บัดนี้เหลือเพียงเศษเหล็กที่แตกละเอียดเกลื่อนกลาดพื้นดิน
ฉินเฟยเดินผ่านซากความพินาศนั้นไปอย่างสงบนิ่ง เขามายืนอยู่เบื้องหน้าประตูใหญ่ของตำหนักเมฆา ร่างกายของเขามีบาดแผลเล็กน้อยจากรังสีดาบที่หลุดรอดเข้ามา แต่แววตาของเขายังคงแน่วแน่และดุดันยิ่งกว่าคมดาบ
"เจ้าทำลายค่ายกลข้าได้... แต่เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะรอดออกไปจากที่นี่ได้?"
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉินเฟย ไม่ใช่เซียนกระบี่เมฆา... แต่เป็นชายชราในชุดสีเทาที่คุ้นตา เขาคนนี้เคยเป็นหนึ่งในสิบยอดฝีมือที่เขาเคารพที่สุด
ชายชราคนนั้นชักกระบี่ขึ้นมา ปลายกระบี่จ่อตรงมาที่ลำคอของฉินเฟย มือที่จับกระบี่สั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งที่ฉินเฟยไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
"อาจารย์... ท่านยังไม่ตายหรือ?" ฉินเฟยพึมพำ น้ำเสียงที่เคยสุขุมสั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีแห่งกระบี่ในบทนี้นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 41
ค่ายกลพันดาบ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!