เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 8

หมู่บ้านร้างแห่งมรณะ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
“เจ้าคิดว่าความตายในหมู่บ้านที่ไร้ลมหายใจเช่นนี้ จะมีค่าพอให้วิญญาณของเจ้าได้ไปสู่สุคติเชียวหรือ?” เสียงทุ้มต่ำดังก้องท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ ฉินเฟยไม่หันไปมองต้นเสียง เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากองเถ้าถ่านที่หลงเหลือจากบ้านไม้หลังเก่า ปลายนิ้วสัมผัสเศษกระเบื้องที่แตกหักอย่างแผ่วเบา ร่องรอยของคมดาบที่ฟาดฟันลงมาบนเสาไม้นั้นไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดา มันเป็นรอยตัดที่เรียบกริบแฝงกลิ่นอายปราณเมฆาที่ขุ่นมัว ชายชุดดำสามคนปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของซากบ้าน พวกมันเคลื่อนไหวไร้สุ้มเสียง ดั่งอสรพิษที่เตรียมฉกกัดเหยื่อ หนึ่งในนั้นมีปานรูปก้อนเมฆสีเลือดปรากฏชัดที่ลำคอ—สัญลักษณ์ของสมุนสำนักเมฆาที่ออกล่าหาพลังชีวิต “ข้าไม่สนเรื่องสุคติ” ฉินเฟยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวั่นไหว “ข้าสนใจเพียงแค่ว่า ดาบของพวกเจ้าจะคมพอที่จะหยุดดาบของข้าได้หรือไม่ต่างหาก” ฉินเฟยขยับกายช้าๆ มือขวาแตะที่ด้ามดาบเหล็กดำสนิทข้างเอว ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังศัตรูเบื้องหน้า ดั่งพยัคฆ์ที่กำลังประเมินระยะห่างของเหยื่อ สมุนสำนักเมฆาคนหนึ่งเค้นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะชักกระบี่ที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา มันเป็นกระบี่ที่หล่อหลอมจากแร่ธาตุชั้นต่ำที่ถูกอัดแน่นด้วยไอพิษ “โอหังนัก! เจ้าคิดว่าวิถีดาบที่ล่มสลายไปแล้วจะช่วยชีวิตเจ้าได้รึ? สำนักเมฆาของท่านเจ้าสำนักคือผู้กุมชะตาของแผ่นดินนี้!” ไม่รอให้คำพูดขาดคำ สมุนทั้งสามพุ่งเข้าหาพร้อมกัน คมกระบี่สามเลเยอร์ประสานกันเป็นตาข่ายปราณที่หนาแน่น บีบอัดอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงหวีดหวิว ฉินเฟยไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว—ก้าวที่ดูเหมือนธรรมดา แต่กลับสั่นสะเทือนปฐพีใต้ฝ่าเท้า *เปรี้ยง!* ฉินเฟยชักดาบออกจากฝักเพียงครึ่งเดียว รัศมีดาบไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกมาดั่งมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง มันไม่ใช่การฟาดฟันที่รุนแรง หากแต่เป็นความเร็วที่เหนือจินตนาการ คมดาบตัดผ่านตาข่ายปราณของศัตรูราวกับกรรไกรตัดกระดาษ ฉินเฟยหมุนตัวหลบคมกระบี่ที่เฉียดใบหน้าไปเพียงไม่กี่ชุ่น ก่อนจะดีดนิ้วลงบนตัวกระบี่ของศัตรูคนหนึ่ง เสียงโลหะลั่นเปรี๊ยะ กระบี่ของสมุนสำนักเมฆาแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง ชายคนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นเพราะลมปราณที่ตีกลับเข้าตัว “วิชาดาบของพวกเจ้าขาดความเที่ยงธรรม” ฉินเฟยกล่าวพลางเก็บดาบเข้าฝักอย่างนุ่มนวล “พวกเจ้าใช้ดาบเพื่อกลืนกิน ไม่ใช่เพื่อปกป้อง ดาบที่ไร้จิตวิญญาณเช่นนี้ ต่อให้คมปลาบเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียงเศษเหล็กที่รอวันขึ้นสนิม” สมุนที่เหลืออีกสองคนเริ่มหวาดหวั่น พวกมันประสานมือทำท่ามุทราแปลกประหลาด ไอสีดำเริ่มแผ่ออกจากร่างกายบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านร้างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำมืดดั่งยามอเวจี นี่คือวิชาลับของสำนักเมฆาที่ใช้ดูดกลืนพลังชีวิตของสรรพสิ่งรอบข้าง “เจ้าจะไม่ได้ตายด้วยคมดาบ แต่วิญญาณเจ้าจะต้องกลายเป็นอาหารของนายท่าน!” มันตะโกนก้อง ฉินเฟยหลับตาลงชั่วขณะ สูดลมหายใจเข้าลึก จิตของเขาหลอมรวมเป็นหนึ่งกับดาบในมือ ความเงียบสงัดเข้าครอบงำประสาทสัมผัส เขาไม่ได้มองเห็นแค่ศัตรูเบื้องหน้า แต่เขากำลังมองเห็น 'กระแส' ของพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ “สัจธรรมแห่งดาบ คือการไร้ลักษณ์...” ฉินเฟยพึมพำ “เมื่อไร้ลักษณ์ ดาบก็อยู่ที่ทุกหนแห่ง” ทันใดนั้น ลมพายุที่ก่อตัวขึ้นโดยรอบกลับหยุดกิ่ง ฉินเฟยขยับกายอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มองเป้าหมาย แต่เขาวาดดาบเป็นวงกลมกลางอากาศอย่างไร้ทิศทาง แสงสีเงินพุ่งกระจายออกไปดั่งดาวตก ดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวในหมู่บ้านร้างพลันผลิบานขึ้นชั่วขณะจากไอปราณที่เขาปลดปล่อยออกมา สมุนทั้งสองชะงักงัน ร่างกายของพวกมันแข็งค้างราวกับถูกกาลเวลาหยุดไว้ ฉินเฟยเดินผ่านพวกมันไปอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหลัง แล้วเก็บดาบเข้าฝักสนิท *กริ๊ก* เสียงฝักดาบปิดตัวลงเบาๆ ทว่าร่างของสมุนทั้งสองกลับค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีเทา และปลิวหายไปตามสายลม ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน ฉินเฟยถอนหายใจยาว แววตาของเขาไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ของขวัญต้อนรับจากสำนักเมฆาที่ส่งมาหยั่งเชิงเท่านั้น ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนยอดหลังคาบ้านไม้ที่อยู่ไกลออกไป ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ แต่กลับแผ่รังสีสังหารที่หนาแน่นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว “งดงาม... วิชาดาบไร้ลักษณ์ที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี บัดนี้กลับมาอยู่ในมือของเจ้าหนุ่มที่ไร้ชื่อเสียงงั้นรึ?” บุรุษบนหลังคาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือ พัดในมือพลันกลายเป็นพายุใบมีดนับพันเล่มที่พุ่งตรงมาทางฉินเฟยอย่างรวดเร็ว ฉินเฟยเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายของคนที่สังหารอาจารย์ของเขาในวันวาน เขาไม่ได้เตรียมป้องกัน แต่กลับก้าวเดินเข้าไปหามีดนับพันเล่มนั้นด้วยสายตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็ง “ในที่สุด... เจ้าก็ปรากฏตัวออกมาเสียที” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%