"เจ้าคิดว่าคมดาบที่ไร้รูป จะสังหารสิ่งที่มองไม่เห็นได้อย่างไร?"
เสียงทุ้มต่ำของชายชราดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับยอดเขาเมฆาคล้อย ฉินเฟยไม่ตอบในทันที เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ท่ามกลางกระแสลมกรรโชกที่พัดพาทรายและก้อนกรวดให้ปลิวว่อน รอบกายเขามีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจากศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า
เซียนกระบี่เมฆาหัวเราะร่วน ดาบในมือของมันส่องประกายสีครามเย็นเยียบ เส้นผมสีขาวโพลนปลิวไสวไปตามแรงกดดันของปราณเซียนที่แผ่ขยายออกไปไกลหลายลี้ "ความอ่อนแอของเจ้าในวันนั้น... ยังคงกัดกินหัวใจเจ้าอยู่สินะ ฉินเฟย ข้าเห็นมันไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเจ้า มันเป็นปมด้อยที่ทำให้เจ้าไม่มีวันก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาได้"
ฉินเฟยหลับตาลง จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มผสานเข้ากับจังหวะของสายลม เขาไม่ได้ฟังคำยั่วยุเหล่านั้น แต่เขากำลัง 'ฟัง' เสียงของอากาศที่ถูกแหวกผ่าน ความแค้นในใจที่เคยแผดเผาเริ่มเปลี่ยนสถานะเป็นความเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งใต้ทะเลลึก เขาไม่จำเป็นต้องโต้ตอบด้วยวาจา เพราะในวิถีดาบไร้ลักษณ์ วาจาคือสิ่งฟุ่มเฟือย
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง แต่ทว่าไม่มีใครเห็นว่าฉินเฟยชักดาบออกมาตั้งแต่เมื่อใด ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวกับที่เซียนกระบี่เมฆาทะยานร่างเข้ามา
ฉินเฟยลืมตาขึ้น แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนในอดีต แต่กลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสคลื่น เขาทิ้งตัวลงสู่ท่าหยั่งราก ฝ่าเท้าจมลึกเข้าไปในดินหิน "วิชาดาบตัดวายุ... ไม่ใช่การตัดผ่านสายลม แต่มันคือการกลายเป็นส่วนหนึ่งของสายลม แล้วจึงทำลายสิ่งที่ขวางกั้นความว่างเปล่านั้น"
เซียนกระบี่เมฆาขมวดคิ้ว มันสะบัดดาบออกเป็นวงกว้าง สร้างม่านปราณสีครามครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ "เจ้าอวดดีนัก! งั้นจงจมหายไปพร้อมกับเศษซากของโชคชะตาเจ้าเสีย!"
คมดาบมหาศาลพุ่งเข้าหาฉินเฟยราวกับอสรพิษร้าย แต่ทว่าในชั่วพริบตานั้น ฉินเฟยกลับเลือกที่จะเก็บดาบเข้าฝัก แทนที่จะตั้งรับหรือรุกกลับในวิถีปกติ เขาขยับตัวด้วยท่วงท่าที่งดงามและเรียบง่ายเกินคาดคิด ราวกับเข็มนาฬิกาที่หมุนไปตามจังหวะของจักรวาล
ไร้รูป รส กลิ่น เสียง... ไร้ลักษณ์
เพียงก้าวเดียวที่เขาก้าวออกไป ร่างของเขาก็พร่าเลือนจนกลายเป็นสีเทาจางๆ เซียนกระบี่เมฆาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่พุ่งวาบผ่านสันหลัง เพราะดาบของมันไม่ได้กระทบกับร่างกายของฉินเฟย แต่มันกลับตัดผ่านความว่างเปล่าที่ฉินเฟยเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้!
"บ้าน่า! วิชาหลบหลีกชั้นสูงงั้นหรือ?" เซียนกระบี่เมฆาสบถอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ทว่าสิ่งที่ฉินเฟยทำไม่ใช่การหลบหลีก เขากำลัง 'รวบรวม' ปราณวายุที่หมุนวนรอบตัวให้บีบอัดจนกลายเป็นคมดาบที่มองไม่เห็น สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาที่จับด้ามดาบสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นในหัวใจของเขา
*บรรลุ...*
ฉินเฟยเหวี่ยงดาบออกไปเป็นเส้นตรงเพียงเส้นเดียว มันเป็นเพียงวงสวิงที่ดูธรรมดาสามัญ ไม่มีแสงสีอลังการ ไม่มีคลื่นปราณกระแทกกระทั้น แต่ทันทีที่คมดาบเคลื่อนผ่าน สายลมบนยอดเขาทั้งหมดก็หยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง
*ฉัวะ!*
เสียงที่เกิดขึ้นนั้นสั้นและเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ทว่ายอดเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังของเซียนกระบี่เมฆากลับถูกตัดขาดออกเป็นสองส่วนอย่างหมดจด รอยตัดเรียบเนียนดุจกระจก แม้แต่ฝุ่นละอองในอากาศยังถูกแยกออกจากกันตามรอยวิถีดาบนั้น
เซียนกระบี่เมฆาชะงักค้าง เลือดหยดหนึ่งไหลรินออกจากหัวไหล่ของมัน เสื้อผ้าที่เคยโอ่อ่าขาดวิ่นเป็นทางยาว มันก้มมองบาดแผลด้วยความหวาดหวั่นที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี
ฉินเฟยยืนหันหลังให้มัน เสียงลมพัดผ่านชายเสื้อของเขาฟังดูวังเวงและสูงส่ง "คมดาบของเจ้ามีไว้เพื่อครอบครอง แต่คมดาบของข้ามีไว้เพื่อทำลายเงื่อนไขที่ขังตัวตนของข้าเอาไว้... บัดนี้ เจ้ามิใช่คู่มือของข้าอีกต่อไป"
เซียนกระบี่เมฆากัดฟันแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและเสียหน้า "เจ้าคิดว่าความสำเร็จเพียงเท่านี้จะช่วยชีวิตเจ้าได้งั้นหรือ? ฉินเฟย! เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าคนผู้นั้น... ผู้ที่เจ้าห่วงใยที่สุด กำลังรอเวลาที่จะถูกส่งลงสู่ขุมนรกภายใต้คำสั่งของข้า!"
ฉินเฟยชะงักทันที ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่อาจควบคุมได้ แววตาที่เคยสงบนิ่งกลับมีประกายความกังวลฉายชัด เมื่อภาพของสตรีผู้หนึ่งที่ถูกกักขังอยู่ในกรงขังมิติค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง
ก่อนที่ฉินเฟยจะทันได้ขยับตัว เสียงปรบมือดังแว่วมาจากความมืดหลังก้อนหินใหญ่ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษชุดดำที่ดูคล้ายกับอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วของเขา แต่นัยน์ตากลับแฝงไปด้วยความอำมหิตที่ไม่มีวันเป็นของอาจารย์คนเดิมได้
"ยินดีด้วยที่บรรลุวิชาดาบตัดวายุ" บุรุษชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาฉินเฟยต้องกำดาบแน่นจนเลือดซึม "แต่น่าเสียดาย... ที่ศิษย์รักของท่านอาจารย์ กลับต้องเป็นคนจบชีวิตของคนสำคัญด้วยมือของตนเองในวันพรุ่งนี้"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 9
วิชาดาบตัดวายุ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!