เศษเสี้ยวของกระบี่หักที่ฝังอยู่ในท่อนไม้เก่าคร่ำคร่า สั่นไหวตามจังหวะลมหายใจที่หนักอึ้งของฉินเฟย เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากปรโลกที่เตือนถึงพันธสัญญาแห่งเลือดที่เขายังมิอาจชำระ
"เจ้าจะไปจริงๆ หรือ?" เสียงแหบพร่าของชายชราผู้ดูแลหอตำราดังขึ้นจากมุมมืด ร่างที่ผอมแห้งประหนึ่งกิ่งไม้แห้งของท่านผู้เฒ่าสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นฉินเฟยเก็บเศษกระบี่หักลงในห่อผ้า
ฉินเฟยไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่มองเงาของตนเองที่ทอดผ่านพื้นไม้ขัดมัน ผิวสัมผัสของด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ทำจากไม้จันทน์ดำเย็นเยียบเสียดแทงลงไปถึงกระดูก "ท่านอาจารย์ไม่ได้ตายเพราะความไร้ฝีมือของคนอื่น... แต่ตายเพราะความไร้ค่าของศิษย์ผู้หนึ่งที่ยืนมองท่านสิ้นใจโดยไม่สามารถแม้แต่จะชักกระบี่ออกมาได้"
"โลกภายนอกมิใช่สวนดอกไม้ที่เจ้าเคยพำนักนะฉินเฟย" ชายชราเดินกะเผลกออกมา แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันทำให้ใบหน้าของเขาดูซีดเผือด "เซียนกระบี่เมฆาผู้นั้นมิได้เพียงแค่ต้องการครองความเป็นใหญ่ แต่เขาหยั่งรากลึกเข้าไปในโครงสร้างของสำนักใหญ่ทั่วหล้า เจ้าไปคราวนี้ มิใช่การออกไปตามหาความจริง... แต่มันคือการเดินเข้าสู่กรงเล็บของพยัคฆ์ด้วยตัวเจ้าเอง"
ฉินเฟยลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยดูนิ่งเฉยดุจหินผา บัดนี้กลับแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายของคมดาบที่คมกริบจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เขามองสบตาชายชรา นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งความลังเล มันลึกดั่งมหาสมุทรที่ผ่านพ้นพายุใหญ่ "หากการมีชีวิตอยู่ของข้าคือการใช้ลมหายใจไปกับการจดจำภาพอาจารย์สิ้นใจ ข้าก็ขอแลกชีวิตนี้เพื่อลบล้างตราบาปนั้นเสียดีกว่า วิชาดาบไร้ลักษณ์ที่อาจารย์มอบให้ ไม่ได้มีไว้เพื่อหลบซ่อนในหุบเขาแห่งนี้... มันมีไว้เพื่อตัดรากถอนโคนความเน่าเฟะที่บังอาจดูหมิ่นวิถีแห่งเต๋า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงม ความกดดันที่ฉินเฟยแผ่ออกมาทำให้เทียนไขทุกเล่มในหอตำราดับวูบลงพร้อมกัน ราวกับถูกแรงกดดันมหาศาลกดทับจนอากาศหมดสิ้น
"เหตุใดท่านต้องปิดบังเรื่องรอยแผลที่หน้าอกอาจารย์ก่อนสิ้นใจ?" ฉินเฟยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะกรีดลึก
ชายชราสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือไม้เท้าสั่นระริก "เจ้า... เจ้ารู้เรื่องนั้นได้อย่างไร?"
"รอยแผลนั่นไม่ใช่รอยดาบของเซียนกระบี่เมฆา" ฉินเฟยเดินเข้าไปใกล้ ก้าวย่างของเขาเงียบเชียบดุจภูตผี "มันคือรอยประทับของ 'ตราสังข์อสูร' ซึ่งเป็นวิชาที่สาบสูญไปนานนับร้อยปีจากสำนักชั้นใน... ท่านอาจารย์ไม่ได้สู้เพียงลำพัง ท่านถูกทรยศจากภายใน"
เขาสะบัดชายเสื้อ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากหอตำรา ทิ้งให้ชายชราจมอยู่กับความลับที่ถูกเปิดเผย ความมืดมิดภายนอกดูเหมือนจะรอคอยการกลับมาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ หุบเขาที่เคยให้ความปลอดภัย บัดนี้กลับดูคับแคบและอึดอัดเกินกว่าจะต้อนรับคนที่ตื่นจากความหลงผิด
ฉินเฟยเดินมาถึงขอบหน้าผา ซึ่งเป็นทางผ่านเดียวที่จะออกจากหุบเขาเมฆาคล้อย ลมพายุพัดกระโชกแรงจนชุดสีครามของเขาโบกสะบัดราวกับธงชัยในการรบ เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างหนึ่งยืนขวางอยู่บนโขดหินเบื้องหน้า
นั่นมิใช่ศัตรู แต่เป็นเงาร่างที่คุ้นตา หญิงสาวผู้มีใบหน้าเรียบเฉย นางถือพัดหยกในมือและสวมชุดขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนผู้สูงส่ง แต่แววตาที่มองมายังฉินเฟยกลับมีความเศร้าสร้อยที่ไม่อาจปิดมิด
"พี่ฉิน ท่านกำลังจะไปตาย" นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางกังวานใสแต่แฝงด้วยความกังวล
"หลินเอ๋อร์ ข้ามีทางเลือกอื่นหรือไม่?" ฉินเฟยถามกลับโดยไม่หันไปมอง
"ท่านเลือกได้เสมอ!" นางตะโกน "ท่านสามารถลืมทุกอย่างแล้วอยู่ที่นี่กับข้า... เราจะบำเพ็ญเพียรกันไปจนสิ้นอายุขัย เซียนกระบี่เมฆาจะไม่มีวันหาเราเจอหากเราไม่ปรากฏตัว!"
ฉินเฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น "การมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเกียรติยศแห่งศิษย์ การมีชีวิตอยู่โดยแบกรับชื่อของอาจารย์ที่ถูกเหยียบย่ำ... นั่นไม่ใช่การบำเพ็ญเพียร แต่มันคือการตายทั้งเป็นตั้งแต่วันที่ท่านจากไปแล้ว"
เขาเบี่ยงตัวเดินผ่านนางไป แต่ทว่าในวินาทีที่เขาก้าวผ่านไหล่ของนาง เสียงหนึ่งก็ทำให้เขาต้องหยุดกึก ร่างของหลินเอ๋อร์ทรุดลงกับพื้น พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้พิษที่โชยออกมาจากร่างกายของนาง
"ท่าน... ท่านไม่ได้ไปคนเดียว พี่ฉิน" นางพึมพำ เลือดสีดำคล้ำไหลซึมออกมาจากมุมปากของนาง "ข้างหลังท่าน... มีคนรออยู่ตั้งนานแล้ว"
ยังไม่ทันที่ฉินเฟยจะหมุนตัวกลับ เงาหลายสิบสายก็พุ่งลงมาจากยอดไม้ ล้อมรอบตัวเขาไว้ในพริบตา พวกมันมิใช่คนธรรมดา แต่เป็น 'นักฆ่าเงาสังหาร' ที่สวมหน้ากากเหล็กไร้ใบหน้า และที่น่าตกใจที่สุด คือกระบี่ที่อยู่ในมือของนักฆ่าเหล่านั้น... มันคือกระบี่ประจำสำนักที่อาจารย์ของเขาเคยสร้างขึ้นด้วยมือตนเอง
ฉินเฟยชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก แสงสีเงินวับวาวสะท้อนเข้ากับดวงจันทร์ที่โผล่พ้นเมฆ "ดูเหมือนว่า 'คำตอบ' ที่ข้าตามหา จะเดินเข้ามาหาข้าถึงที่... และดูเหมือนว่าพวกเจ้าทุกคน จะเป็นคนที่จะต้องส่งข้าไปพบอาจารย์เพื่อถามความจริงด้วยตัวเอง"
ในจังหวะที่นักฆ่าคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ฉินเฟยก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังปราณที่คุ้นเคยอย่างประหลาด มันเป็นพลังปราณที่เขาเคยสาบานว่าจะไม่มีวันลืม... พลังปราณที่ฆ่าอาจารย์ของเขา!
เขาตวัดดาบออกไปเป็นเส้นตรงทว่าทรงพลังดุจดั่งขุนเขาตกลงมาจากฟากฟ้า ทว่าก่อนที่คมดาบจะปะทะกับศัตรู เสียงกระซิบที่คุ้นหูที่สุดก็ดังขึ้นข้างหูของเขา... เสียงของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่สวมกอดเขาไว้จากเงามืด
"ฉินเฟย... อย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะคนที่ฆ่าข้า คือคนที่เจ้าไว้วางใจที่สุด"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 10
การตัดสินใจของจอมยุทธ์
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!