เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 11

ตลาดมืดแห่งหุบเขาลับ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"ราคาสิบหินวิญญาณระดับกลาง... สำหรับดวงตาของเซียนตกสวรรค์ข้าว่ามันถูกไปหน่อยนะ ท่านว่าอย่างไร?" ฉินเฟยเอ่ยพลางเลื่อนหน้ากากไม้แกะสลักรูปอสูรนรกขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้ผุพังเป็นจังหวะเนิบนาบ เสียงเคาะนั้นแฝงไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่ทำให้พ่อค้าเถื่อนเบื้องหน้าต้องชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ ตลาดมืดแห่งหุบเขาลับไม่ได้มีแสงสว่างจากตะเกียงเหมือนแหล่งการค้าทั่วไป ที่นี่เต็มไปด้วยหมอกควันสีม่วงจางๆ ที่บดบังทัศนียภาพและกลบเกลื่อนกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญเพียร เสียงกระซิบกระซาบของเหล่านักฆ่าและพ่อค้าของเถื่อนดังก้องไปทั่วราวกับเสียงแมลงในยามราตรีที่พร้อมจะฉกกัดทุกชีวิตที่เผลอไผล "เจ้า... เจ้าเป็นใคร?" พ่อค้าวัยกลางคนที่มีแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าเค้นเสียงถาม มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทาเล็กน้อย ฉินเฟยไม่ตอบ แต่เขากลับวางเหรียญตราสำนักกระบี่เมฆาที่แตกหักลงบนโต๊ะเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเก็บมันเข้าแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว กิริยานั้นเรียบเฉยแต่คมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งถอนออกจากฝัก "ข้าต้องการรู้เพียงว่า... คืนที่อาจารย์ของข้าสิ้นลม ใครเป็นผู้จัดหา 'พิษมังกรนิทรา' ให้แก่คนในสำนัก" ฉินเฟยกล่าว น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากเงามืดรอบข้าง นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอ่อนแอ แต่เป็นสมรภูมิที่ใช้ข่าวสารเป็นอาวุธ "เรื่องนั้นมันเป็นความลับระดับเซียน ข้าไม่มีทางคาย..." ยังไม่ทันสิ้นคำ ฉินเฟยก็คว้าข้อมือของพ่อค้าผู้นั้นไว้ ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านผิวหนังราวกับน้ำแข็งขั้วโลก พ่อค้าผู้นั้นเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดไม่ได้มาจากแรงบีบ แต่มาจากวิชาดาบไร้ลักษณ์ที่แฝงอยู่ในกระแสปราณของฉินเฟย มันกำลังกัดกินเส้นชีพจรของเขาอย่างเชื่องช้า "ความตายนั้นง่ายนัก แต่วิญญาณที่ถูกจองจำในกระบี่ไร้ลักษณ์น่ะ... ทรมานกว่าที่ท่านคิดหลายเท่าตัวนัก ท่านจะเลือกพูดตอนนี้ หรือจะให้ข้าควักเอาความทรงจำออกมาจากสมองของท่านด้วยปลายกระบี่?" บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันที ผู้ที่เฝ้ามองอยู่ในเงามืดต่างถอยห่างออกไปเมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายของ 'ยอดฝีมือ' ที่ซ่อนเร้นมาอย่างแนบเนียน ฉินเฟยรักษาระดับลมหายใจให้คงที่ เขาไม่ได้โกรธแค้นจนขาดสติ แต่นี่คือความเงียบงันของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ พ่อค้าหนุ่มคอตก เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มใบหน้า "ที่หุบเขาลับ... มีชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีเทา กลิ่นอายของเขาไม่ใช่คนในยุทธภพทั่วไป เขามักจะปรากฏตัวที่หอสุราไร้ลักษณ์ในคืนจันทร์ดับ" "จันทร์ดับ..." ฉินเฟยทวนคำ ดวงตาภายใต้หน้ากากหรี่ลงเล็กน้อย นั่นคืออีกสองคืนข้างหน้า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากทางเข้าตลาดมืด เสียงนั้นไม่เหมือนผู้ที่มาแสวงหาผลประโยชน์ แต่เป็นเสียงของ 'ผู้ล่า' ที่มาตามหาเหยื่อ ฉินเฟยปล่อยมือจากพ่อค้าคนนั้น พลางกระชับชุดคลุมให้มิดชิด เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของปราณเซียนที่ปนเปื้อนด้วยความโลภและอำนาจ "เจ้ามาถึงที่นี่จนได้นะ... ฉินเฟย" เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้น ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดเกราะสีเงินวาววับปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกควัน มือของเขาไม่ได้จับอาวุธ แต่รัศมีปราณรอบตัวกลับบีบอัดจนมิติรอบข้างสั่นไหว มันคือยอดฝีมือจากสำนักกระบี่เมฆาที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาดร่องรอยในอดีต ฉินเฟยไม่ได้หันไปเผชิญหน้าในทันที เขาเพียงแต่มองเงาสะท้อนของศัตรูที่ปรากฏอยู่บนพื้นหินขรุขระ ปลายนิ้วสัมผัสที่ด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ข้างเอว ความรู้สึกในใจประดังเข้ามา ทั้งความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์และความปรารถนาที่จะทวงคืนความยุติธรรม "ข้าว่าข้าซ่อนตัวได้แนบเนียนพอสมควร แต่ดูเหมือนสุนัขรับใช้ของเซียนกระบี่เมฆาจะประสาทสัมผัสไวกว่าที่คิด" ฉินเฟยเอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ชายในชุดเกราะแสยะยิ้มพลางชักกระบี่สั้นสีดำสนิทออกมา "เจ้าไม่ควรกลับมาที่นี่เพื่อขุดคุ้ยความตายของคนแก่คนหนึ่ง เพราะนั่นจะทำให้เจ้าได้ไปเป็นเพื่อนเขาเร็วกว่าที่คิด" ฉินเฟยไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาปลดปล่อยกระแสปราณที่ราบเรียบแต่ทว่าไร้ขอบเขตออกมาคลุมร่าง บรรยากาศในตลาดมืดพลันหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงมา สายตาทุกคู่ที่แอบมองอยู่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของคนทั่วไป แต่นี่คือการเผชิญหน้าของผู้ที่ก้าวข้ามผ่านสัจธรรมแห่งวิถีดาบ แต่ในจังหวะที่คมกระบี่ทั้งสองจะปะทะกันนั้นเอง เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังก้องมาจากเพดานถ้ำ พร้อมกับเงามืดขนาดใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมาคั่นกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย ฉินเฟยชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าชัดๆ มันไม่ใช่คน... แต่เป็นหุ่นเชิดศิลาที่มีใบหน้าเหมือนอาจารย์ของเขาไม่มีผิดเพี้ยน และในอกของหุ่นตัวนั้นมีจดหมายผนึกตราประทับของ 'เซียนกระบี่เมฆา' เสียบอยู่ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องในหัวของฉินเฟยว่า 'เจ้าหาข้าเจอแล้ว... แต่อดีตที่เจ้าตามหา กลับเป็นบ่วงที่ข้าดักรอไว้ให้เจ้าเดินลงมาเอง' ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%