เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 16

ประลองดาบสะท้านฟ้า

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
“เจ้าคิดว่าวิถีดาบที่ไร้ซึ่งกระบวนท่า จะต้านทาน ‘กระบี่เมฆาคลั่ง’ ของข้าได้งั้นหรือ ฉินเฟย?” เสียงของเจ้าสำนักเซียนกระบี่เมฆาก้องกังวานไปทั่วลานหินผา ความกดดันมหาศาลจากปราณกระบี่ที่แหลมคมดุจเข็มนับหมื่นเล่มพุ่งเข้ากดทับร่างของฉินเฟยจนอาภรณ์สีขาวสะอาดสะบัดพริ้วตามแรงปะทะ แต่ทว่า... ชายหนุ่มกลับยืนหยัดนิ่งสงบราวกับภูเขาหินที่ไร้ความรู้สึก ฉินเฟยไม่ได้ขยับกายไปไหน ดวงตาคมกริบดุจดาบเปลือยเปล่าจ้องมองเพียงช่องว่างกลางอากาศที่ว่างเปล่า “กระบี่ที่เน้นความเร็วและรุนแรง... มักจบลงที่ความว่างเปล่าเสมอ ท่านเซียนกระบี่เมฆา ความทะเยอทะยานของท่านเปรียบเสมือนก้อนเมฆ แม้จะดูยิ่งใหญ่และครอบคลุมฟ้า แต่ยามลมพัดผ่าน... เมฆเหล่านั้นยังคงเป็นเพียงไอหมอกที่ไร้ตัวตน” “อวดดี!” สิ้นเสียงคำราม เซียนกระบี่เมฆาพุ่งทะยานร่างเข้าหาดั่งสายฟ้าฟาด ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบราวกับดวงดาราที่ร่วงหล่น มันเป็นวิชาชั้นสูงที่กวาดล้างขุนเขามานับไม่ถ้วน ผู้ชมรอบข้างต่างกลั้นหายใจ หลายคนเบือนหน้าหนีเพราะไม่อาจทนรับแรงกดดันมหาศาลนั้นได้ ฉินเฟยหลับตาลงชั่วขณะ ในจินตนาการของเขา... ความตายของอาจารย์ในวันวานยังคงเป็นแผลสดที่เต้นตุบๆ ในอก เสียงดาบที่แทงทะลุร่างผู้มีพระคุณยังคงดังก้อง แต่นั่นไม่ใช่ความแค้น มันคือบทเรียนที่สอนให้เขารู้ว่า ‘การมีกระบวนท่าคือพันธนาการ’ *ไร้กระบวนท่า คือกระบวนท่าที่ไร้จุดบอด* ทันใดนั้น ดาบในมือของฉินเฟยไม่ได้ถูกชักออกมาจากฝักด้วยความรุนแรง แต่มันเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า... อ่อนโยนราวกับการหยดน้ำที่ร่วงหล่นลงบนผิวน้ำที่สงบนิ่ง ชิ้ง! เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวราวกับเสียงดีดพิณ ทว่าวินาทีนั้นเอง ทุกอย่างในลานประลองกลับหยุดนิ่งสนิท แรงกดดันที่ถาโถมหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เซียนกระบี่เมฆายืนค้าง ร่างของเขาแข็งทื่ออยู่ห่างจากฉินเฟยเพียงก้าวเดียว ปลายกระบี่ของเขาหักสะบั้นลงเป็นท่อนเล็กท่อนน้อยร่วงกราวลงสู่พื้น ดาบของฉินเฟยยังคงอยู่ในฝัก มือของชายหนุ่มวางทาบบนด้ามดาบอย่างแผ่วเบา โดยไม่มีร่องรอยของการออกแรงใดๆ “เจ้า...” เสียงของเจ้าสำนักสั่นเครือ รอยเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมออกมาจากหัวไหล่ขวา “ท่านไม่ได้พ่ายแพ้เพราะข้าเก่งกาจกว่า แต่ท่านพ่ายแพ้เพราะใจของท่านเต็มไปด้วยความต้องการ... ซึ่งความต้องการนั้นเองคือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด” ฉินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยินดีหรือการโอ้อวด ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองอย่างน่าขนลุก เหล่ายอดฝีมือจากสำนักต่างๆ ต่างพากันขยับกายด้วยความหวาดหวั่น ชัยชนะด้วยดาบเดียวโดยไม่ชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบเช่นนี้ คือสิ่งที่พวกเขามิอาจจินตนาการถึงได้ ฉินเฟยหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไป แต่แล้วฝีเท้าของเขากลับชะงักลง เสียงปรบมืออันแห้งแล้งดังมาจากมุมมืดของศาลาประลอง เป็นชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่แฝงกลิ่นอายความตายจางๆ ก้าวออกมา เขาไม่ได้มองเซียนกระบี่เมฆาที่บาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่สายตานั้นจับจ้องมาที่ฉินเฟยด้วยความหลงใหลราวกับมองหาของเล่นชิ้นใหม่ “วิถีดาบไร้ลักษณ์ที่แท้จริง... ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่ารังเกียจเสียจริงนะ พ่อหนุ่ม” ชายชรากล่าวพลางเผยรอยยิ้มที่มุมปาก “แต่อย่าลืมไปเสียล่ะว่า สิ่งที่ทำให้ดาบคมกริบที่สุด... ไม่ใช่สัจธรรม แต่คือ ‘เลือด’ ที่อาบอยู่บนคมดาบ” เขาสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ไอหมอกสีดำมืดมิดพลันทะลักออกมาปกคลุมทั่วลานประลอง ฉินเฟยสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าสู่กระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือปราณพิษที่สาบสูญไปนานนับร้อยปี ก่อนที่ฉินเฟยจะทันได้ตั้งตัว ประตูลับเบื้องหลังชายชราก็เปิดออก เผยให้เห็นศิษย์พี่หญิงที่ควรจะถูกคุมขังอยู่ในสำนักหลัก กำลังถูกโซ่ตรวนสีทองพันธนาการไว้ ในมือของชายชราถือจดหมายฉบับหนึ่งที่ประทับตรา ‘สำนักกระบี่เมฆา’ แต่ทว่า... ภายใต้ตราประทับนั้น กลับปรากฏสัญลักษณ์ที่ฉินเฟยจำได้ติดตาจนถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ มันคือสัญลักษณ์ของ ‘พรรคเงาสังหาร’... คนกลุ่มเดียวกันกับที่สังหารอาจารย์ของเขา ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%