เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 15

การทดสอบของสำนักใหญ่

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
“เจ้าคิดว่าศิษย์ที่ไร้ที่มาเช่นเจ้า จะมีค่าพอให้สำนักพันธมิตรเมตตาเสียสละทรัพยากรบำเพ็ญให้งั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำดุจก้อนหินกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางโถงหินที่เงียบสงัด ฉินเฟยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองบุรุษร่างยักษ์ผู้สวมชุดคลุมสีครามเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขาเพียงแค่ใช้นิ้วชี้ลากผ่านคมดาบที่ยังคงอยู่ในฝักไม้เก่าคร่ำคร่า ผิวสัมผัสของเหล็กกล้าเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ “ค่าของคน ไม่ได้อยู่ที่ตราประทับของสำนัก แต่อยู่ที่ว่าเมื่อถึงเวลาต้องชักดาบออกเพื่อปกป้องสิ่งใด... ท่านกล้าพอที่จะวางเดิมพันกับดาบเล่มนี้หรือไม่?” ฉินเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายดูจะหนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด บุรุษร่างยักษ์ผู้คุมการทดสอบแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าที่นิ่งสงบของฉินเฟยอย่างพินิจ ก่อนจะผายมือไปยังลานประลองเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้ฝึกตนหนุ่มสาวนับร้อยที่กำลังฝ่าด่านกลไกศิลา “ที่นี่คือสำนักพันธมิตร หากเจ้าตายในการทดสอบ ข้าก็แค่กวาดศพเจ้าทิ้งเหมือนก้อนกรวดข้างทาง แต่หากเจ้าทำได้... เจ้าก็จะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของท่านเจ้าสำนักเมฆาเท่านั้น เจ้าพร้อมจะเป็นหมากที่ยอมถูกสละทิ้งแล้วหรือยัง?” ฉินเฟยไม่ตอบ เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆ แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงดุจยอดเขาที่ไม่มีวันสยบต่อพายุ ดาบของเขาไม่ได้มีรังสีสังหารแผ่ออกมา แต่มันกลับดู "ว่างเปล่า" จนน่าสะพรึงกลัว เหมือนคนที่ไม่เหลืออะไรให้สูญเสียอีกต่อไป นั่นคือสิ่งที่คนอย่างเซียนกระบี่เมฆาหวาดกลัวที่สุด คนที่ไม่มีความทะเยอทะยาน... คือคนที่ควบคุมได้ยากที่สุด เขาก้าวลงสู่ลานประลอง สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่ชายหนุ่มในชุดสีเทาเรียบง่าย ท่ามกลางเหล่าลูกศิษย์ที่มีอาภรณ์หรูหราประดับอัญมณีเวทมนตร์ ฉินเฟยดูโดดเดี่ยวและแปลกแยก ทว่ายามที่เขาขยับกาย การเคลื่อนไหวนั้นกลับแฝงไปด้วยจังหวะที่เหนือความเข้าใจของคนทั่วไป มันไม่ใช่เพลงดาบที่รวดเร็ว แต่เป็นเพลงดาบที่ไร้ร่องรอยของการเริ่มและจบ *ตึง!* เสียงกังวานของฆ้องทองเหลืองดังขึ้นสัญญาณการเริ่มทดสอบ ด่านแรกคือ 'ทางเดินหมื่นแรงกดดัน' ผู้อื่นต่างกางเกราะป้องกันปราณเซียนออกมาจนสว่างวาบ แต่ฉินเฟยกลับก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่มั่นคง ปราณในกายของเขาถูกรีดเค้นจนเกือบจางหายไป เขากำลังใช้ 'วิถีไร้ลักษณ์' กลืนกินแรงกดดันนั้นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แทนที่จะต้านทาน เขากลับยอมรับมันเป็นเพื่อน "คนผู้นี้... เขากำลังทำอะไร?" เสียงกระซิบดังขึ้นจากมุมมืดบนหอคอยสูง ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของศิษย์หญิงคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องบน ดวงตานางเป็นประกายแปลกประหลาดขณะจับจ้องฉินเฟย นางคือ 'หลินอวี่' ศิษย์เอกที่เซียนกระบี่เมฆาไว้วางใจที่สุด นางสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... สัมผัสถึงไอสังหารที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดหัวใจของชายผู้นี้ มันไม่ใช่ไอสังหารที่เกิดจากความโกรธ แต่มันคือความแค้นที่กลั่นตัวจนกลายเป็นความเงียบงันอันทรงพลัง ฉินเฟยหยุดยืนอยู่กลางลาน หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกับศิลาเบื้องล่าง ในห้วงความคิดของเขา ภาพดาบที่ทะลวงร่างอาจารย์ในวันที่ฝนตกหนักยังคงแจ่มชัด แต่ในวินาทีนี้ เขาไม่ได้กระหายเลือด เขาแค่กำลังหาทางเข้าใกล้ 'หัวใจ' ของสำนักนี้ให้มากพอที่จะฝังคมดาบไว้ในจุดที่เจ็บปวดที่สุด ทันใดนั้นเอง หุ่นยนต์กลไกรูปร่างมนุษย์แปดตัวพุ่งออกมาจากเงามืด แต่ละตัวถือดาบยาวที่อาบด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงิน พวกมันถูกควบคุมโดยกลไกสลับซับซ้อนที่ยากจะอ่านกระบวนท่า ฉินเฟยหลับตาลง วินาทีนั้นรอบกายเขาเงียบสนิท เสียงการต่อสู้โดยรอบมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจังหวะการหมุนของเฟืองกลไกและทิศทางลมที่เปลี่ยนไป *ฉับ!* เขาชักดาบออกมาเพียงครึ่งฝัก แสงสะท้อนจากคมดาบวาบผ่านตาจนเหล่าผู้ชมต้องหรี่ตาลง เมื่อเสียงดาบกระทบโลหะหยุดลง ร่างกลไกทั้งแปดก็หยุดชะงักพร้อมกัน ก่อนที่ส่วนหัวของพวกมันจะร่วงหล่นลงสู่พื้นพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีร่องรอยของปราณที่ฟุ้งกระจาย ไม่มีประกายไฟจากการปะทะ... มีเพียงรอยตัดที่เรียบเนียนราวกับมิเคยมีสิ่งใดขวางกั้น ความเงียบเข้าปกคลุมลานประลองอย่างฉับพลัน แม้แต่ผู้คุมการทดสอบที่โอหังเมื่อครู่ยังชะงักค้าง ราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ ฉินเฟยเก็บดาบเข้าฝักอย่างแผ่วเบา เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังหอคอยสูงที่เซียนกระบี่เมฆายืนอยู่เบื้องหลังม่านพรางตา สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกที่สั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลังไม่ได้มาจากพลังกดดัน แต่มันคือการเผชิญหน้าของวิถีสองสายที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเดินต่อไป เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบของเหล็กที่จ่ออยู่ที่ลำคอของเขา “เจ้าไม่ใช่คนของสำนักเรา... และเจ้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นศิษย์” เสียงของหลินอวี่กระซิบแผ่วเบาข้างหู ทว่าในมือของนางกลับมีตราประทับสีดำสนิทที่แสดงถึงอำนาจสูงสุดของฝ่ายมืดในสำนักพันธมิตร “บอกข้ามา... ใครส่งเจ้ามา หรือเจ้าเป็นเพียงวิญญาณแค้นที่หวนคืนกลับมาทวงหนี้เลือดที่ข้าทำไว้กับอาจารย์ของเจ้ากันแน่?” ฉินเฟยหยุดหายใจไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความว่างเปล่ากลายเป็นคมดาบที่พร้อมจะปะทุในพริบตา เมื่อเขาตระหนักว่า คนที่เขากำลังตามหา... คือคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขานี่เอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษามั่นในวิถีดาบไปพร้อมกับข้าในบทนี้นะครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%