เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 48

แผนที่ดาวเซียน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
รอยแตกบนมิติประดุจใยแมงมุมสีครามเข้ม ไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้อง แต่มันแผ่ไอเย็นเยือกที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของผู้บรรเพ็ญเพียรระดับมหามรรคให้กลายเป็นจุลได้ในพริบตา ฉินเฟยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าขอบเหวแห่งความว่างเปล่า ปลายเท้าของเขาห่างจากความมืดมิดอนันต์เพียงคืบเดียว ไอหมอกสีขาวขุ่นที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกายไม่ได้เกิดจากไอน้ำตามธรรมชาติ หากแต่มันคือ "เศษเสี้ยววิญญาณเซียน" ที่แตกสลายจากการหลอมรวมของกาลเวลา เขาหลับตาลง ช้า เสถียร และมั่นคง ในห้วงสมองของเขามิได้ว่างเปล่า แต่กำลังสะท้อนภาพเหตุการณ์เมื่อร้อยปีก่อน ภาพที่อาจารย์ของตนต้องกระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาขณะปกป้องเขาจากกระบี่สังหารของเซียนกระบี่เมฆา ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่แผลเป็นทางกาย แต่มันคือพันธนาการแห่งความสำนึกผิดที่ผลักดันให้เขาก้าวมาไกลถึงจุดนี้ จุดที่ไม่มีเซียนหน้าไหนกล้าเหยียบย่างมานานนับหมื่นปี "เจ้าคิดจะเดินข้ามสะพานที่ไม่มีแม้กระทั่งเงาของตัวเองจริงหรือ ฉินเฟย" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้องกังวานจากหุบเขาโบราณดังขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหลัง เซียนกระบี่เมฆาปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกลีบเมฆสีดำทะมึน แววตาของอีกฝ่ายคมกริบดั่งคมดาบที่ผ่านการอาบเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน รอยยิ้มที่มุมปากของเจ้าสำนักผู้ทะเยอทะยานนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและกระหายใคร่รู้ ฉินเฟยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายังคงจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ปล่อยให้สายลมแห่งห้วงมิติกรีดกรายผ่านชายเสื้อคลุมสีขาวที่เปื้อนคราบเลือดเก่าๆ "วิถีดาบไร้ลักษณ์มิได้ต้องการเงาเพื่อพิสูจน์การมีอยู่" ฉินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนทำให้มิติรอบข้างสั่นสะเทือน "ท่านไล่ล่าข้ามาสามภพภูมิ เพียงเพื่อแย่งชิงแผ่นศิลาโบราณนี้ แต่ท่านกลับหลงลืมไปอย่างหนึ่ง... เมฆาเอ๋ย เมฆาย่อมลอยตามลม แต่วิญญาณดาบ... มิเคยสยบให้แก่ฟ้าดิน" เซียนกระบี่เมฆาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยแรงกดดันระดับขอบเขตบรรพกาลทำให้เศษหินรอบตัวแหลกละเอียดเป็นผุยผง "ปากกล้าดีนี่! แผ่นศิลาแผ่นนั้นคือแผนที่ดาวเซียน กุญแจดอกเดียวที่จะไขไปสู่แดนสวรรค์ชั้นสูง ดินแดนที่ผู้บรรเพ็ญเพียรทั่วหล้าโหยหามาตลอดชีวิต เจ้าคิดว่าเด็กน้อยอย่างเจ้าจะแบกรับภาระของมหาจักรวาลนี้ไหวหรือ ส่งมันมาให้ข้าเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิตวิญญาณของเจ้า ให้ได้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีกว่า" พริบตานั้นเอง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนถึงขีดสุด ประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือของฉินเฟย แผ่นศิลาโบราณที่สลักลวดลายกลุ่มดาวโบราณเริ่มตอบสนองต่อชีพจรของเขา มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงหึ่งๆ คล้ายเสียงคำรามของมังกรหลับใหล ฉินเฟยลืมตาขึ้น ดวงตาของเขากลายเป็นสีเงินยวดยวง ปราณดาบไร้ลักษณ์พวยพุ่งออกจากร่าง ทะลวงทะยานขึ้นสู่ท้องนภาจนเมฆฝนสีดำสลายตัวในพริบตา เขายกมือขึ้นช้าๆ แผ่นศิลาในมือลอยเคว้งกลางอากาศ ก่อนจะส่องแสงเจิดจ้าเป็นเส้นสายเชื่อมโยงกันราวกับแผนที่ดวงดาวบนท้องฟ้าจริง ๆ "ท่านอยากได้มันนักมิใช่หรือ" ฉินเฟยปรายตามองคู่ปรับตัวฉกาจด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น "ถ้าเช่นนั้น... จงดูให้เต็มตา ว่าประตูสู่สวรรค์ที่ท่านไขว่คว้า มันแท้จริงแล้วคืออะไร" สิ้นคำพูดของฉินเฟย แผ่นศิลาเซียนก็ระเบิดแสงสว่างวาบจนกลกลบความมืดมิดทั้งหมด รอยแตกของมิติขยายตัวออกกว้างกลายเป็นอุโมงค์แสงมหึมาที่หมุนวนด้วยพลังปราณอันมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการ เส้นทางสู่แดนสวรรค์ชั้นสูงเปิดออกแล้ว แต่มันไม่ใช่ดินแดนแห่งความสงบสุขดังคำร่ำลือ... เบื้องหลังม่านแสงนั้น มีเงาร่างนับพันของบรรพบุรุษเซียนโบราณถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งกฎสวรรค์ และหนึ่งในร่างเหล่านั้น... กำลังหันมาสบตากับฉินเฟย พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ "หนีไป... ฉินเฟย... มันไม่ใช่ทางรอด แต่มันคือ...!" ร่างเงาลึกลับพุ่งทะลุผ่านม่านแสงออกมาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะหลบพ้น พร้อมกับเงาดาบสีเลือดที่พาดผ่านลำคอของฉินเฟยในระยะประชิด! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอันยาวนานนี้กับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%