เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 39

วิถีแห่งความโดดเดี่ยว

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"เจ้าไม่ควรมาที่นี่... ศิษย์ข้า" น้ำเสียงของอาจารย์แหบพร่า ทว่ากังวานราวกับเสียงระฆังที่ถูกตีในความเงียบงัน ฉินเฟยยืนนิ่งค้างอยู่บนชะง่อนผา เบื้องหน้าของเขามิใช่เพียงความตายที่เขาหวาดกลัวมาตลอดสามปี แต่เป็นภาพลวงตาที่กรีดหัวใจจนเลือดซึมออกมาจากจิตวิญญาณ ร่างบอบบางในชุดสีขาวปักลายเมฆาที่สั่นไหวตามแรงลม ยืนเคียงข้างเซียนกระบี่เมฆาอย่างสงบนิ่ง นางไม่ได้มองมาที่เขา แววตาคู่นั้นว่างเปล่า ดุจดั่งน้ำนิ่งในบ่อลึกที่ปราศจากเงาสะท้อนใดๆ ทั้งสิ้น "หลินเอ๋อ..." ฉินเฟยกระซิบ ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนหินหนักอึ้งกดทับทรวงอก เขาจำหญิงสาวผู้นี้ได้แม่นยำ นางคือคนรักที่เขาโอบกอดท่ามกลางกองเพลิงในวันที่สำนักล่มสลาย นางที่สิ้นใจในอ้อมแขนของเขาด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก "เจ้าชื่ออะไรหรือ?" เสียงหวานใสของนางดังขึ้น แต่มันกลับไม่ใช่เสียงของหลินเอ๋อที่เขาเคยรู้จัก นางเอียงคอเล็กน้อย มองเขาด้วยแววตาประหนึ่งมองคนแปลกหน้าที่ไร้ค่า เซียนกระบี่เมฆาหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู "นางมิใช่หญิงสาวที่เจ้าโหยหาอีกต่อไปแล้ว ฉินเฟย นางเป็นเพียงภาชนะเปล่าที่ข้าประกอบสร้างขึ้นใหม่ด้วยปราณเซียนชั้นเลิศ... นางไร้หัวใจ ไร้ความทรงจำ และไร้ซึ่งตัวตน... เหมือนกับ 'วิถีดาบไร้ลักษณ์' ที่เจ้าพยายามไขว่คว้าอย่างไรเล่า!" ฉินเฟยกำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความเย็นเยียบจากเหล็กกล้าแผ่ซ่านเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า วิชาดาบที่เขาบำเพ็ญมาตลอดสามปีเพื่อล้างแค้น กำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่โหดร้ายที่สุด ความโดดเดี่ยวของเซียนมิใช่การอยู่คนเดียว แต่มันคือการถูกตัดขาดจากทุกสิ่งที่เป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ "ท่านอาจารย์..." ฉินเฟยกล่าวเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวดุจกลองศึก "ท่านสอนข้าเสมอว่า ดาบที่ไร้ลักษณ์ คือดาบที่ไร้ความยึดติด แต่สิ่งที่ท่านกำลังทำ... คือการยึดติดในอำนาจจนหลงลืมสัจธรรมที่ว่าด้วยความเป็นมนุษย์" "มนุษย์?" เซียนกระบี่เมฆาแสยะยิ้ม ก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "มนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ผุพังไปตามกาลเวลา การจะบรรลุเหนือเซียน เราต้องก้าวข้ามความเจ็บปวดจากการสูญเสียเสียก่อน ดูนางสิ... นางไม่มีความเจ็บปวด นางไม่มีความรัก นางจึงเป็นอิสระจากห้วงทุกข์อย่างแท้จริง" ฉินเฟยหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง นางยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหิน เขาเข้าใจแล้ว... ความโดดเดี่ยวของเซียนคือการที่มองดูสิ่งที่ตนรักที่สุดกลายเป็นสิ่งอื่นที่ไร้ความหมาย ความโดดเดี่ยวนี้คือบททดสอบขั้นสูงสุดของจิตวิญญาณ เขาหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อหวนกลับสู่จุดศูนย์กลางของวิถีดาบตนเอง ปราณในกายเริ่มหมุนวนอย่างเงียบเชียบ ราวกับหยดน้ำที่ตกลงในมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาต้องเลือกระหว่างการหั่นฟันร่างที่คล้ายกับคนรักเพื่อยุติความจองหองของอาจารย์ หรือปล่อยให้ตัวตนของเขาถูกกลืนกินโดยความโดดเดี่ยวที่โหดร้ายนี้ "หากนี่คือวิถีแห่งความโดดเดี่ยวที่ท่านว่า..." ฉินเฟยลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขามีประกายคมปลาบดุจแสงจันทร์ที่หักเหผ่านใบดาบ "ข้าจะขอเป็นผู้พิพากษาความว่างเปล่านี้ด้วยมือของข้าเอง" ฉินเฟยพุ่งตัวออกไป ร่างกายของเขาดูเหมือนจะเลือนหายไปในอากาศ ดาบของเขาไม่ได้ถูกชักออกจากฝัก แต่มันกลับสั่นสะเทือนไปพร้อมกับมวลอากาศโดยรอบ เซียนกระบี่เมฆาหุบยิ้ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่ไร้รูปแบบแต่รุนแรงดุจพายุหมุน ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายดาบของฉินเฟยจะถึงตัวอาจารย์ หญิงสาวคนนั้นกลับก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ นางไม่ได้รับคำสั่ง แต่ขยับไปเองเหมือนสัญชาตญาณ ปลายดาบของฉินเฟยหยุดกึกอยู่ห่างจากหัวใจของนางเพียงเศษเสี้ยวของเส้นผม เลือดหยดหนึ่งไหลซึมจากปลายดาบ... ไม่ใช่เลือดของนาง แต่เป็นเลือดของเขาเองที่กระอักออกมาจากความเจ็บปวดที่ต้องขัดขวางแรงดาบตนเอง "ฆ่าข้าสิ..." เสียงกระซิบของนางแว่วผ่านเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่เขาโหยหามาตลอดสามปี แต่มันกลับแฝงไปด้วยความตายที่เยือกเย็นที่สุด "หากเจ้าอยากบรรลุถึงความว่างเปล่า จงทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวใจเจ้าทิ้งเสีย" เซียนกระบี่เมฆาหัวเราะเสียงหลงอยู่ด้านหลัง "เอาสิฉินเฟย! เจ้าจะเลือกวิถีดาบที่ไร้ผู้คน หรือจะเลือกความไร้ค่าที่มีเพียงน้ำตาคอยปลอบประโลม!" ฉินเฟยตัวสั่นสะท้าน มือที่ถือดาบเริ่มร้าวรานราวกับเศษแก้วที่กำลังจะแตกสลาย เขาพบว่าตนเองไม่ได้กำลังสู้นามธรรมของความโดดเดี่ยว แต่กำลังสู้กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่อาจารย์ของเขาใช้เป็นอาวุธสังหารจิตวิญญาณของเขาโดยตรง ในจังหวะที่เขากำลังจะหลับตาลงเพื่อตัดสินใจ เงาหนึ่งพุ่งวูบผ่านหน้าเขาไป รวดเร็วจนแม้แต่เซียนกระบี่เมฆายังต้องถอยกรูด เสียงเหล็กกระทบกันดังกัมปนาทไปทั่วขุนเขา ร่างของผู้มาใหม่คือชายชราในชุดขาดวิ่นที่ฉินเฟยจำได้ดี... บุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ต้นเรื่องตามบันทึกของสำนัก! "หยุดดาบของเจ้าเสีย ฉินเฟย" ชายชรากล่าวพลางมองไปที่เซียนกระบี่เมฆาด้วยสายตาเย็นชา "เพราะสิ่งที่เจ้าเห็นว่าไร้วิญญาณผู้นี้... ความจริงแล้วนางคือตัวตนที่แท้จริงของศิษย์พี่หญิงที่เจ้าคิดว่าตายไปตั้งแต่วันแรกที่พบกัน" รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียนกระบี่เมฆาแข็งค้าง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับความสับสนที่ฉายชัดผ่านแววตา หญิงสาวเบื้องหน้าฉินเฟยค่อยๆ หันมามองเขา ดวงตาที่เคยว่างเปล่าพลันปรากฏหยดน้ำตาใสๆ ไหลรินออกมาเป็นสาย พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ฉินเฟยต้องหยุดหายใจ "ฉินเฟย... หนีไป... ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในวิถีดาบอันโดดเดี่ยวนี้กับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%