โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายศัสตรา กระทบพื้นศิลาหยกขาวเกิดเสียงดังกังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในวัดร้าง บรรยากาศรอบกายของฉินเฟยในยามนี้มิได้มีแม้แต่เสียงลมหายใจ ทว่าคลื่นปราณเซียนรอบตัวเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีทองขุ่นข้นจนบิดเบี้ยว ห้วงมิติรอบกายแตกสลายเป็นรอยร้าวราวกระจกที่ถูกค้อนทุบ ความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้ภูเขาให้กลายเป็นผุยผงแผ่พุ่งออกมาจากร่างผอมเกร็งนั้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการฝืนกลืนกินรากเซียนสวรรค์จะทำให้เจ้าก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งเต๋าได้?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เยียบเย็นดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า เซียนกระบี่เมฆายืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นบูชาแปดทิศ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองศิษย์ผู้ทรยศด้วยแววตาสมเพชแก P มึนงง ในมือของมันถือกระบี่หิมะครามที่ยังคงมีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจนหยาดน้ำค้างรอบบริเวณกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
ฉินเฟยไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกราบของเขากวาดมองรอยแผลเป็นบนหน้าอก รอยแผลที่ย้ำเตือนถึงคืนอันมืดมิดในอดีต—คืนที่อาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาถูกปลิดชีพลงต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของบุรุษเบื้องหน้า ความแค้น ความเคียดแค้น และสำนึกแห่งความอ่อนแอในอيامวานรุมเร้าเข้าสู่หัวใจจนเลือดในกายเดือดพล่าน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันtian (จุดตันแทียน) ของเขาหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายพายุหมุน
"ข้าไม่ได้ต้องการก้าวข้ามเต๋าเพื่อเป็นใหญ่..." ฉินเฟยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดแต่แววตากลับเปล่งประกายคมกล้าดั่งดาราในคืนเดือนมืด "ข้าเพียงต้องการทวงคืนความยุติธรรม... ให้กับผู้ที่ล่วงลับ"
สิ้นคำพูด ร่างของฉินเฟยก็หายวับไปจากจุดเดิม คลื่นความร้อนและลมปราณเซียนระเบิดออกพร้อมกันราวกับภูเขาไฟใต้ทะเลลึก พื้นศิลาหยกขาวใต้ฝ่าเท้าแหลกละเอียดเป็นผุยผงในเสี้ยววินาที ความเร็วของเขาทะยานจนเกิดเสียงคำรามแหวกอากาศแหลมสูง พริบตาเดียว ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ไร้รูปร่างและรูปแบบก็พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายระหว่างคิ้วของเซียนกระบี่เมฆาอย่างอำมหิตและแม่นยำ
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืด เซียนกระบี่เมฆามิได้ขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว กระบี่หิมะครามในมือยกขึ้นรับกระบวนท่าได้อย่างทันท่วงที แรงปะทะจากการปะทะกันของลมปราณทั้งสองสายสร้างคลื่นกระแทกวงกลมแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทำลายเสาหินศิลาอัคนีรอบด้านจนหักโค่นลงมาทับถมกันฝุ่นตลบอบอวล
"วิชาดาบไร้ลักษณ์ของเจ้าพัฒนาขึ้นไม่น้อย..." เซียนกระบี่เมฆายิ้มหยัน มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย "ทว่า... แก่นแท้ของวิชานี้คือความว่างเปล่าไร้ตัวตน แต่ในใจของเจ้ากลับเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความอาฆาตมาดร้าย จิตใจเช่นนี้... ต่อให้เจ้าฝึกฝนอีกหนึ่งร้อยปี ก็ไม่มีวันทะลวงผ่านขอบเขตเซียนระดับสูงไปได้หรอก!"
สิ้นเสียง เซียนกระบี่เมฆาก็ระเบิดพลังปราณเซียนแท้จริงสีครามเข้มออกมาจากร่าง แรงกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์แบบกดทับร่างของฉินเฟยจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นเอี๊ยด เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของฉินเฟยทันที ทว่าร่างของเขากลับไม่ยอมทรุดลง เปลวเพลิงแห่งเจตจำนงลุกโชนขึ้นในดวงตาสีดำสนิท รากปราณเซียนที่หลอมรวมอยู่ในร่างกายสั่นสะท้อนอย่างรุนแรง
*ตูม!*
พลังเซียนทะลุขีดจำกัดอย่างฉับพลัน! แสงสีทองสว่างจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนแหวกเมฆหมอกจนเห็นดวงจันทร์สีเลือดเด่นชัด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยไร้รูปร่าง บัดนี้กลับควบแน่นกลายเป็นเงากระบี่มหึมาความยาวนับร้อย丈ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของฉินเฟย แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้แม้แต่เซียนกระบี่เมฆายังต้องแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
"นี่มัน... พลังบ้าอะไรกัน?!" เซียนกระบี่เมฆาอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ปราณเซียนที่ฉินเฟยแสดงออกมาในยามนี้ก้าวข้ามกฎเกณฑ์ของฟ้าดินไปแล้ว มันไม่ใช่การทะลวงด่านตามวิถีปกติ หากแต่เป็นการ 'เผาผลาญ' ชีวิตและวิญญาณเพื่อแลกกับพลังทำลายล้างชั่วพริบตา!
ฉินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นตามผิวหนังราวกับเครื่องปั้นดินเผาที่ใกล้แตกสลาย ความเจ็บปวดระดับที่ดึงวิญญาณออกจากร่างไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจที่แน่วแน่ของเขาได้อีกต่อไป เขายกกระบี่ในมือขึ้นชี้ฟ้า เงากระบี่มหึมาขยับตามราวกกับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย
"วันนี้... แม้แต่เงาของข้าก็จะไม่เหลือรอด..." ฉินเฟยพึมพำด้วยน้ำเสียงเรียбеเฉียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่สั่นสะเทือนสวรรค์ "แต่เจ้า... ต้องร่วมทางไปกับข้าด้วย!"
ในจังหวะที่ฉินเฟยกำลังจะเหวี่ยงกระบี่ตัดสินชะตากรรม ทันใดนั้นเอง—ห้วงมิติเบื้องหลังเซียนกระบี่เมฆากลับฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท ไอร้อนระอุและกลิ่นอายของอสูรโบราณพรั่งพรูออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำเอาเลือดในกายของทุกคนต้องแข็งค้าง
มือคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทและกรงเล็บแหลมคมโผล่อออกมาจากรอยแยกมิติ ก่อนจะกระชากร่างของเซียนกระบี่เมฆาถอยหลังหายเข้าไปในความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของฉินเฟย
*“เด็กน้อย... เหยื่อชิ้นนี้... ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะได้ลิ้มลองหรอก”*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะครับ กระบี่ไร้ลักษณ์ซาบซึ้งใจยิ่งนักครับ
เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน•ตอนที่ 43
การทะลวงด่านเซียนระดับสูง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลงดาบอนันตกาล: ก้าวข้ามสัจธรรมเหนือเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!