“อย่าแตะต้องมัน… รินรดา!”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินตวาดก้องท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับดั่งผืนน้ำลึก แต่สำหรับหญิงสาวในเวลานี้ เสียงนั้นช่างห่างไกลเหลือเกิน ปลายนิ้วของเธอสั่นระริกอยู่ห่างจากไอหมอกสีจางที่ก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายสตรีในชุดผ้าลูกไม้เก่าคร่ำเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่อบอวลอยู่ในอากาศยามดึกสะกดให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ราวกับแม่เหล็กที่ดึงดูดเข็มทิศให้หมุนวนอย่างไร้ทิศทาง
รินรดาไม่ตอบ เธอไม่ได้ยินสิ่งใดนอกจากเสียงกระซิบที่แว่วหวานดุจเพลงกล่อมเด็กที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต ดวงตาของเธอฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียน คีรินก้าวพรวดเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านผิวเนื้อไม่ได้มีความโหดร้าย แต่มันแฝงด้วยความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือดของเธอ
“ฉันบอกให้หยุด!”
แรงกระชากเพียงเล็กน้อยทำให้รินรดาเสียหลัก ร่างบางปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศ... กลิ่นของไม้สนป่าและกลิ่นอายความลึกลับที่เธอเริ่มจะ ‘คุ้นเคย’ จนน่าใจหาย คีรินหมุนตัวเธอให้เผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าคมสันภายใต้เงาสลัวนั้นดุดัน ทว่าแววตาที่จ้องมองเธอกลับมีความหวั่นไหวบางอย่างซ่อนอยู่
“คุณเห็น... คุณเห็นท่านไหมคีริน?” รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นพร่า ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ใบหน้าของเขา แทนที่จะเป็นภาพหลอนที่หายวับไปกับตา “แม่... ท่านเรียกฉัน”
“นั่นไม่ใช่แม่คุณ รินรดา” คีรินลดเสียงลง แต่อำนาจในน้ำเสียงยังคงเด็ดขาด เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขาเพียงผู้เดียว “ที่นี่ไม่มีอะไรนอกจากกับดัก และคุณ... กำลังหย่อนตัวลงไปในนั้นด้วยความเต็มใจ”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสที่ปลายนิ้วโป้งของเขา ซึ่งกำลังลากไล้แผ่วเบาอยู่บนริมฝีปากล่างของเธอ การกระทำของเขามันขัดแย้งกับคำเตือนที่เย็นชา มันเป็นสัมผัสที่เร่าร้อนและวิงวอนในคราวเดียวกัน
“ถ้ามันคือกับดัก ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยฉันไปล่ะคะ?” เธอถามเสียงกระซิบ ท้าทายในความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างผู้คุมขังกับนักโทษ
คีรินนิ่งงัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่บนพวงแก้ม ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองยาวนานจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวประสานกัน รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างเมื่อเขาเลื่อนมือไปโอบรอบเอวบาง ดึงรั้งให้ร่างของเธอแนบชิดกับความแข็งแกร่งของเขาจนไม่เหลือช่องว่าง
“เพราะผมไม่มีวันปล่อยให้สิ่งใดในคฤหาสน์หลังนี้ช่วงชิงคุณไปจากผมได้” เขาพึมพำ ก่อนจะประทับจูบลงบนขมับของเธออย่างแผ่วเบา หากแต่หนักแน่นไปด้วยคำมั่นสัญญาที่เธอยังไม่พร้อมจะรับมือ
กลิ่นกายของคีริน... มันไม่ใช่แค่กลิ่นของบุรุษ แต่มันเหมือนยาพิษหวานล้ำที่เธอเริ่มจะเสพติด รินรดาหลับตาลง ปล่อยให้ความอ่อนแอของเธอไหลซึมเข้าสู่ตัวเขา ความแค้น ความสับสน และความปรารถนาที่เธอพยายามกดทับเอาไว้ดูเหมือนจะพังทลายลงในอ้อมกอดนี้ เธอไม่รู้ว่าเขากำลังปกป้องเธอ หรือกำลังจะกลืนกินเธอให้มลายหายไปในสวนแห่งพันธะนี้กันแน่
ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะถลำลึกไปกับความอบอุ่นนั้น เสียงกริ่งระฆังแหลมสูงก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของโถงทางเดิน—เสียงที่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มพิธีกรรมที่คีรินเคยเตือนเอาไว้ คีรินชะงัก ร่างกายของเขาตึงเครียดขึ้นทันที เขาดันเธอออกห่างอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความตระหนกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ไปซ่อนตัวที่ห้องสมุด อย่าออกมาจนกว่าแสงแรกจะส่องถึงหน้าต่าง” เขาสั่งเสียงเครียดพร้อมกับผลักไหล่เธอให้เดินไปอีกทาง
รินรดารีบวิ่งไปตามทางเดินมืดมิด ทว่าเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ความเงียบสงัดของห้องสมุด เธอกลับหยุดชะงักลงเมื่อเห็นบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะทำงานเก่าแก่—ผ้าเช็ดหน้าสีขาวปักอักษรย่อที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นของแม่เธอ แต่มันมีรอยคราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิทเปื้อนอยู่!
พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก้าวเข้ามาจากด้านหลัง... เป็นฝีเท้าที่ไม่ใช่ของคีริน แต่เป็นเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่น่าจะ ‘ตาย’ ไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 12
กลิ่นกายที่คุ้นเคย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!