“นั่นไม่ใช่ฉัน... รินรดา ไม่ใช่แก!”
เสียงตะโกนของรินรดาขาดห้วงไปในลำคอ เมื่อฝ่ามือหนาของคีรินกระชากร่างของเธอให้ถอยห่างจากภาพหลอนที่ยังคงติดตา ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาจากภายใน ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงเธอเข้าไปในห้องนอนชั้นในแล้วปิดประตูลงจนสนิท เสียงล็อคกลอนดัง ‘กริ๊ก’ กังวานไปทั่วโถงทางเดินที่เงียบสงัด
“คุณทำบ้าอะไร! ปล่อยฉันนะ!” รินรดาระดมทุบประตูไม้เนื้อแข็งจนฝ่ามือระบม หัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ภาพผู้หญิงคนนั้น... ใบหน้าของเธอที่ดูเย้ยหยันราวกับเป็นเจ้าของร่างที่แท้จริง มันตามหลอกหลอนจนเธอสติแทบแตก
“อยู่นิ่งๆ รินรดา!” เสียงทุ้มต่ำของคีรินลอดผ่านรอยแยกของบานประตู น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย “อย่าก้าวออกมาข้างนอกนั่นจนกว่าฉันจะบอก... โลกภายนอกไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด และสิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่ มันคืออันตรายที่สุดที่ฉันพยายามจะกันเธอให้ออกห่าง”
รินรดาทรุดลงนั่งกับพื้นพรมหนานุ่ม ความเย็นเยียบจากคฤหาสน์ซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง “คุณกลัวอะไรกันแน่? กลัวว่าฉันจะรู้ว่าคุณแอบซ่อนใครไว้ในบ้านหลังนี้ หรือกลัวว่าฉันจะเห็นว่าแท้จริงแล้ว... คุณไม่ได้ต่างอะไรกับปีศาจที่ฉันเคยได้ยินมา!”
เงียบ... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนข้างนอก มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของชายหนุ่มที่ยังคงยืนพิงประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม รินรดาได้ยินเสียงเขาทรุดตัวลงนั่งเช่นกัน ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วกั้นกลางระหว่างความไว้ใจและความหวาดระแวง
“ถ้าฉันเป็นปีศาจ เธอคงกลายเป็นเหยื่อไปนานแล้ว” คีรินเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ทว่าแฝงความขมขื่น “ที่นี่คือสวนเร้นลับที่ไม่ได้มีไว้ให้คนนอกเข้ามาสัมผัส ยิ่งเธอพยายามขุดคุ้ยหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของตระกูลฉันมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งก้าวเข้าใกล้หายนะมากขึ้นเท่านั้น ริน... ได้โปรด อย่าบังคับให้ฉันต้องทำสิ่งที่เลวร้ายไปมากกว่านี้เลย”
รินรดาเอนหลังพิงประตู ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาเหม่อมองไปยังผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดที่พลิ้วไหวตามแรงลม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ราตรีที่อบอวลในห้องนี้ช่างหวานเลี่ยนจนน่าเวียนหัว มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่โชยมาจากเงาร่างนั้น
“คุณเก็บฉันไว้ที่นี่เพราะความรัก... หรือเพราะฉันคือส่วนหนึ่งของพันธะราคีที่ถอนไม่ได้กันคะ?” เธอถามเสียงสั่น
ไม่มีคำตอบจากคีริน ทว่ารินรดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝั่งตรงข้าม ราวกับเขากำลังต่อสู้กับแรงปรารถนาบางอย่างที่พยายามจะพังทลายสติสัมปชัญญะของตนเอง เธอค่อยๆ พยุงกายขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก สายตาของเธอเหลือบไปเห็นกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งเป็นจุดอับสายตาจากบานประตู
เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้กระจกบานนั้นด้วยความรู้สึกประหลาด พื้นไม้ใต้เท้าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ทันใดนั้น เงาในกระจกก็เริ่มบิดเบี้ยว ใบหน้าของรินรดาในนั้นค่อยๆ เลือนหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยใบหน้าของหญิงสาวคนเดิมที่คีรินเพิ่งจะจูบไปเมื่อครู่—เธอคนนั้นไม่ได้มองมาที่รินรดา แต่กำลังมองไปที่หลังบานประตูที่คีรินกำลังนั่งพิงอยู่ ก่อนที่หญิงสาวในกระจกจะค่อยๆ ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง แล้วส่งยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้น
ความมืดมิดในห้องเริ่มหนาแน่นขึ้น กลิ่นหอมของดอกไม้ราตรีกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดจางๆ รินรดาพยายามจะถอยหนี แต่กลับพบว่าเงาของเธอในกระจกกลับเอื้อมมือออกมา—มันไม่ใช่ภาพสะท้อน แต่มันคือมือของใครบางคนที่ซ่อนอยู่หลังกระจกจริงๆ!
มือเย็นเฉียบนั้นคว้าเข้าที่ข้อเท้าของเธอแน่น ความเย็นนั้นแทรกซึมผ่านผิวหนังจนเธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่าน รินรดากรีดร้องออกมาสุดเสียง ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบ
“คีริน! ช่วยด้วย!”
ประตูห้องเปิดผางออกอย่างรุนแรง คีรินพุ่งเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่แตกตื่น แต่เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เขากลับชะงักงัน ร่างของรินรดากำลังถูกฉุดกระชากเข้าไปในผนังที่ดูเหมือนกระจกเงาบานใหญ่ ทว่าสิ่งที่คีรินเห็นไม่ใช่การขัดขืนของรินรดาคนเดียว แต่เป็นเขาทั้งสองที่ถูกดึงเข้าไปในวังวนของอดีตที่โหยหา
เขาพุ่งตัวเข้าคว้าเอวเธอไว้แน่น แรงมหาศาลจากภายในกระจกพยายามกระชากพวกเขาให้จมหายไปในมิติที่บิดเบี้ยว กลิ่นหอมรัญจวนใจทวีความรุนแรงขึ้นจนรินรดาแทบสิ้นสติ ในจังหวะที่คีรินพยายามจะดึงเธอกลับมา หญิงสาวในกระจกก็โผล่ใบหน้าออกมาจากเงาสะท้อนนั้น แล้วกระซิบที่ข้างหูของคีรินด้วยน้ำเสียงที่รินรดาจำได้แม่น... มันคือเสียงของเธอเอง แต่เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
‘ถ้าอยากให้เธอรอด... ก็จงยอมแลกด้วยสิ่งที่ท่านหวงแหนที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้... คีริน’
คีรินหยุดนิ่ง มือที่กอดรินรดาสั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำในสิ่งที่รินรดาไม่คาดคิด... เขาไม่ได้ดึงเธอกลับมา แต่กลับจูบเธออย่างรุนแรงท่ามกลางแรงดึงดูดนั้น ราวกับเป็นการส่งผ่านพลังชีวิตหรือบางสิ่งที่มืดดำยิ่งกว่าความตายลงไปในตัวเธอ!
รินรดารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในกระแสเลือดของตนเอง สิ่งที่คีรินส่งผ่านมานั้นไม่ใช่ความรัก... แต่มันคือคำสาปที่เขารับสืบทอดมา และบัดนี้... พันธะราคีที่แท้จริงได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว!
รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 22
กรงขังแห่งรัก
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!