พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 21

ความหึงหวง

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“อย่าแม้แต่จะมอง... อย่าแม้แต่จะหายใจรดเงาของมัน!” คีรินตวาดเสียงต่ำในลำคอ แรงบีบที่ต้นแขนของรินรดารุนแรงราวกับต้องการจะฝังรอยนิ้วลงไปในกระดูก หญิงสาวตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองไปยังเงาร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องทำงาน ร่างนั้นมีใบหน้าเดียวกับเธอ... ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง กลิ่นดอกไม้ราตรีที่เคยหอมหวนในคฤหาสน์หลังนี้ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นดินเปียกชื้นและคาวสนิมจางๆ คีรินลากตัวเธอเข้าไปหลบหลังร่างกำยำของเขา เขายืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเธอราวกับกำแพงปราการที่ไม่มีวันพังทลาย แม้ลมหายใจของเขาจะหนักหน่วงและสั่นไหวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงกว่าปกติ “คุณคีริน... นั่นมัน... พี่รินลดา...” รินรดาครางเสียงแผ่ว สองมือของเธอขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับย่น “นั่นไม่ใช่พี่สาวเธอ!” เขากระชากเสียงกลับมา ความหึงหวงที่ไร้เหตุผลปะทุขึ้นในแววตาคู่นั้นแทนที่ความกลัว “จำใส่หัวไว้ รินรดา... ต่อให้เป็นผีหรือปีศาจ ตราบใดที่มันสวมรอยหน้าตาของเธอ ฉันก็จะบดขยี้มันให้แหลกคามือ! เธอเป็นของฉัน... แม้แต่เงาของเธอก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องโดยคนอื่น ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น!” เขาผลักเธอไปแนบชิดกับบานหน้าต่างที่ปิดตายด้วยม่านสีเลือด ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเงาร่างนั้นเพียงลำพัง คีรินไม่ได้แสดงความหวาดกลัว เขากลับยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกระหายการทำลายล้าง มือแกร่งของเขาหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชักที่เปิดอ้าอยู่โดยไม่มีใครแตะต้อง “เจ้าของที่แท้จริงไม่เคยจากไปไหน แต่คนสวมรอยอย่างเจ้า... ควรกลับลงไปนอนใต้รากไม้ที่ที่เจ้าควรอยู่” คีรินพูดกับความว่างเปล่า เสียงของเขาเย็นเยียบและทุ้มต่ำจนน่าขนลุก รินรดามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยใจที่เต้นรัว ความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับค่อยๆ ถูกเบียดบังด้วยความประหลาดใจในท่าทีของชายหนุ่ม เธอไม่เคยเห็นเขาแสดงอาการหวงแหนถึงขั้นคลุ้มคลั่งเช่นนี้มาก่อน เขาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต และในขณะเดียวกัน เขาก็ดูเปราะบาง... เหมือนกลัวว่าหากเขาสูญเสียเธอไป เขาจะแตกสลายกลายเป็นธุลี เงาร่างนั้นขยับปากที่ฉีกขาด เปล่งเสียงหัวเราะแหบแห้งที่เหมือนกับเสียงใบไม้เสียดสีกัน *‘เขารักเธอเพื่อกักขัง... ไม่ใช่เพื่อทะนุถนอม... รินรดา... น้องสาวที่น่าสงสาร...’* “หุบปาก!” คีรินคำรามพลางพุ่งตัวเข้าใส่ร่างเงาในทันที การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและรุนแรงราวกับพายุ คมมีดกรีดผ่านอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว รินรดาหวีดร้องเมื่อเห็นคีรินล้มลงไปคลุกวงในกับร่างนั้น แม้จะดูเหมือนเขากำลังต่อสู้กับอากาศธาตุ แต่ร่องรอยบาดแผลที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนเนื้อตัวของชายหนุ่มกลับเป็นของจริง เลือดสีสดซึมออกมาจากหัวไหล่ของเขาหยดลงบนพื้นพรม “คีริน! หยุดนะ!” เธอวิ่งเข้าไปหาเขาโดยไม่สนความกลัว คีรินสะบัดตัวออกมาจากการพันธนาการที่มองไม่เห็น เขากระชากแขนเธอมาไว้ในอ้อมกอดแน่นจนหน้าอกของเธอกระแทกเข้ากับอกแกร่ง กลิ่นกายของเขามีกลิ่นเลือดผสมกับกลิ่นกำยานที่เขามักใช้เป็นประจำ มันเป็นกลิ่นที่ทำให้น่าหลงใหลและน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมๆ กัน “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามา!” เขาคำราม แต่ดวงตาที่จ้องมองเธอกลับวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่แฝงเร้นในความโกรธ “เธออยากเห็นมันนักใช่ไหม? อยากเห็นความอัปลักษณ์ที่ขวางทางเราสองคนใช่ไหม?” เขากดจูบลงบนลำคอของเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน ราวกับจะประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของท่ามกลางความมืดมิดและเสียงครวญครางจากเงามืด รินรดารู้สึกถึงความเปียกชื้นของเลือดเขาที่เปื้อนผิวหนังของเธอ แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้น ความหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ไม่อาจยับยั้งชั่งใจ “คุณมันบ้า... คีริน...” เธอหอบหายใจ ดวงตาพร่ามัวไปด้วยความสับสน “ใช่... ฉันบ้า” เขาผละออกเล็กน้อย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ฉันบ้าคลั่งเพราะเธอคนเดียว รินรดา ต่อให้โลกนี้จะพังทลายหรือวิญญาณจะตามหลอกหลอนจนถึงวันตาย ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอไปไหน... แม้แต่กับผีร้ายที่สวมหน้าเธอก็ไม่มีสิทธิ์!” ทันใดนั้น เงาร่างที่หยุดนิ่งอยู่กลางห้องก็เริ่มขยับเข้าใกล้พวกเขาอีกครั้ง คราวนี้มือที่ดูซีดเผือดและเน่าเปื่อยเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของคีริน เสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกเสียดแทงเข้ามาในสมองของรินรดา *‘หากเจ้าทำลายข้า... คำสาปแห่งราคีจะยิ่งผูกมัดเจ้าสองคน... ไว้กับนรกขุมเดิม... ไปตลอดกาล...’* คีรินชะงักไปในทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุร้ายเป็นความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด มือที่โอบกอดรินรดาเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาค่อยๆ หันกลับไปมองเงาร่างนั้นที่บัดนี้ค่อยๆ กลายเป็นรินรดาที่ดูสมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อยๆ ทว่าดวงตาข้างหนึ่งของเธอกลับมีเลือดไหลออกมาแทนน้ำตา “รินรดา...” คีรินพึมพำชื่อเธอ แต่สายตากลับจ้องมองไปยังร่างปีศาจที่กำลังส่งยิ้มให้เขาอย่างผู้ชนะ “ถ้าคำสาปจะผูกมัดเรา... ข้าก็จะยินดี... ตราบเท่าที่ข้าได้กักขังเธอไว้ในอ้อมกอดนี้...” เขาไม่ได้มองรินรดาที่ยืนข้างๆ อีกต่อไป แต่กลับเอื้อมมือไปคว้าคอของเงาร่างนั้นแล้วดึงเข้ามาประทับจูบอย่างดูดดื่มด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รินรดายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เมื่อเธอมองเห็นว่าสิ่งที่คีรินกำลังจูบอยู่นั้น ไม่ใช่ร่างที่เน่าเปื่อยอีกต่อไป แต่เป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนเธอไม่มีผิดเพี้ยน—และดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนั้นกำลังหันมาสบตาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงความเหนือกว่าอย่างเย้ยหยัน! รสรินกลิ่นกำมะหยี่ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความรักอันมืดดำนี้ในทุกบรรทัดนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%