“ใครอนุญาตให้เข้ามา!”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินตวาดกร้าว ร่างสูงใหญ่ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่เปิดแง้มออกโดยไร้เสียงรบกวน รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือบางที่ถือถาดเครื่องดื่มสั่นไหวจนน้ำชาในถ้วยกระเพื่อม เธอไม่ได้ตั้งใจจะบุกรุก แต่เพราะความเงียบงันที่ผิดปกติหลังจากเสียงโครมครามจากห้องนี้เมื่อครู่ ทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้
“ฉัน... ฉันแค่จะเอาชามาให้ คุณดูเหมือนกำลังโกรธ” รินรดากล่าวเสียงแผ่ว สบตาเขาที่ยังคงคุกรุ่นด้วยเพลิงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ
คีรินมองหญิงสาวตรงหน้า สายตาที่เคยแข็งกร้าวค่อยๆ อ่อนแสงลงเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเธอ ความเย็นชาที่เคยสร้างขึ้นเป็นปราการเริ่มสั่นคลอน เขาถอนหายใจยาวก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ ปิดประตูห้องนอนลงเบาๆ ด้วยแผ่นหลังของเขาเอง
“ออกไปก่อนเถอะรินรดา อย่าเข้ามาในพื้นที่ที่ผมไม่ได้ควบคุมไว้” เขาพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงยังคงมีความขัดแย้งระหว่างการผลักไสและการโหยหา
“คีริน... คุณไม่มีวันควบคุมทุกอย่างได้หรอก แม้แต่ใจตัวเอง”
รินรดาตัดสินใจวางถาดลงบนโต๊ะข้างทางเดิน ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเขา ความกล้าหาญที่สั่งสมมานานทำให้เธอไม่หลบสายตาที่ร้อนแรงนั้น เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกจากร่างกายของเขา มันไม่ใช่ความน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือแรงดึงดูดมหาศาลที่เธอก็อยากจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
เขารวบเอวคอดของเธอเข้าหาตัวด้วยความเร็วเกินคาด ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางผ่านเนื้อผ้าบางเบา สัมผัสที่ปลุกเร้าทำเอาร่างกายของเธออ่อนระทวย กลิ่นกายหอมสะอาดแบบผู้ชายปนกลิ่นไม้หอมจางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจเธอเต้นรัวเหมือนกลอง
“รู้ไหมว่าการยั่วยุผมในยามที่ผมกำลังกักเก็บสัญชาตญาณสัตว์ป่า มันอันตรายแค่ไหน” เขาพึมพำข้างใบหู ลมหายใจอุ่นจัดรดรินผิวกายจนเธอขนลุกชัน
“ถ้างั้นก็ไม่ต้องกักเก็บมันอีกต่อไป...” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วหวาน แต่แฝงไปด้วยการท้าทาย
คีรินไม่รอช้า เขาเชิดคางมนขึ้นก่อนจะบดจูบลงมาอย่างโหยหาและเร่าร้อน ลิ้นหนาแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานภายในโพรงปาก รินรดาตอบสนองด้วยการโอบรอบลำคอแกร่งของเขา นิ้วมือสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของเขา บรรยากาศรอบข้างราวกับจะละลายลงด้วยแรงอารมณ์ที่โหมกระพือ
ร่างของเธอกระแทกเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท เขายกตัวเธอขึ้นจนขาทั้งสองข้างตวัดรอบเอวสอบ สัมผัสถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตที่ถูกกระชากกระดุมออกอย่างไม่ปราณี เสียงผ้าเนื้อดีฉีกขาดกลายเป็นเพียงเสียงประกอบฉากแห่งความสิเน่หา คีรินจูบไล้ไปตามซอกคอขาวระหง ฝากรอยรักไว้เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังความนุ่มหยุ่นที่สั่นไหวอยู่ภายใต้บราลูกไม้
“คุณเป็นของผม... รินรดา... เป็นของผมในสวนเร้นลับแห่งนี้เพียงผู้เดียว” เขาคำรามเบาๆ ในลำคอ ขณะที่ปลายนิ้วเริ่มปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธอจนสติสัมปชัญญะพร่าเลือน
ความวาบหวามปะทุขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับกายเข้าหา เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นท่วงทำนองแห่งราคะอันดื่มด่ำ รินรดาแอ่นกายรับทุกสัมผัสที่เขามอบให้อย่างเต็มใจ ความเปราะบางในใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบว่าเขาคือผู้ที่เธอปรารถนาจะก้าวข้ามผ่านคำสาปไปพร้อมกัน
ในจังหวะที่แรงอารมณ์พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด คีรินหยุดกะทันหัน สายตาของเขามองผ่านหัวไหล่ของรินรดาไปยังบานหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดค้างไว้ ทั้งที่เมื่อครู่เขามั่นใจว่าเขาปิดมันแล้ว
เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ไหลผ่านเข้ามาแทนที่ความอบอุ่นในห้อง รินรดาเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจึงหันไปมองตาม และนั่นทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ
ทิวทัศน์เบื้องหน้าไม่ใช่สวนเร้นลับที่ควรจะเป็น แต่มันกลับกลายเป็นเงาร่างของชายชราในชุดสูทโบราณที่ยืนจ้องมองพวกเขาจากมุมมืดของระเบียง พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง
"มันไม่ได้ต้องการแค่ตัวเรา..." คีรินกระซิบเสียงสั่น แววตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่ยากจะบรรยาย ขณะที่ร่างนั้นก้าวผ่านประตูระเบียงเข้ามาในห้องนอนอย่างช้าๆ ราวกับไร้น้ำหนัก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันเย้ายวนใจในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 42
สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!