“อย่าให้ข้าพเจ้าเห็นว่าเธอเฉียดกรายไปใกล้ประตูบานนั้นอีก รินรดา... เพราะถ้าวันใดที่เธอก้าวข้ามผ่านเขตแดนเข้าไป วันนั้นแหละที่ฉันอาจจะไม่ใจดีเหมือนอย่างที่เธอเห็น”
เสียงทุ้มต่ำของคีรินยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท แม้เขาจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของคฤหาสน์ รินรดายืนนิ่งอยู่ตรงทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวยาวสู่ปีกตะวันตก มือเรียวบางกำกระโปรงชุดไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกรัวเร้าด้วยความหวาดหวั่น... ทว่า ความอยากรู้อยากเห็นกลับเป็นพิษร้ายที่แล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด
คำเตือนของเขาเปรียบเสมือนป้าย 'ห้ามเข้า' ที่ดึงดูดใจมากกว่าการอนุญาตเป็นร้อยเท่า
หญิงสาวตัดสินใจหันหลังกลับช้าๆ ทว่าฝีเท้ากลับก้าวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เขาเพิ่งเดินจากมา เธอไม่ได้ต้องการจะขัดคำสั่งเขาเพียงเพราะความดื้อรั้น แต่เศษเสี้ยวของภาพอดีตที่ผุดขึ้นมาในความฝัน—ภาพของผู้หญิงในชุดสีขาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีแดงจัด—มันดึงดูดให้เธอต้องตามหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในสวนเร้นลับแห่งนี้
ผนังไม้โอ๊กเก่าแก่ที่กั้นเขตแดนถูกเปิดออกเพียงนิดเดียว รินรดาสอดตัวผ่านเข้าไปก่อนจะพบกับกลิ่นหอมที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ทั่วไป แต่มันหอมหวานจนน่าวิงเวียน หอมราวกับหยาดน้ำค้างที่อาบด้วยความมึนเมา
สวนเบื้องหน้ากว้างใหญ่เกินกว่าที่จะคาดคิด หมอกจางๆ ลอยต่ำเรี่ยพื้นดินราวกับมีชีวิต ต้นไม้ใบหญ้าที่นี่ไม่ได้ถูกตัดแต่งให้เป็นระเบียบตามแบบฉบับคฤหาสน์หรูหรา แต่มันกลับเลื้อยพันกันยุ่งเหยิงราวกับงูที่กำลังกอดรัดกันเอง ดอกไม้สีม่วงเข้มและแดงสดส่งกลิ่นรัญจวนใจชวนให้หลงใหลจนลืมลมหายใจ
"นี่มัน... สวนแบบไหนกัน" เสียงพึมพำของเธอกลืนหายไปกับสายลม
รินรดาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากผืนดินและกิ่งก้านที่เสียดสีกันเบาๆ เหมือนมีคนกำลังกระซิบข้างหู เธอหยุดยืนอยู่หน้าดอกไม้รูปร่างแปลกตา ดอกของมันกว้างและดูอวบอิ่มราวกับผิวเนื้อของมนุษย์ กลางดอกมีเกสรสีทองเรืองรองสั่นไหวราวกับหัวใจที่กำลังเต้น
ทันใดนั้น มือหนาของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอ!
แรงกระชากนั้นทำให้รินรดาเซไปปะทะกับแผงอกกว้างที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งดั่งหินผา กลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของคีรินโอบล้อมเธอไว้จนแทบขาดใจ
"ฉันบอกเธอว่าอย่างไร... ฮึ?" เสียงกระซิบของเขาไม่ได้มาพร้อมความเกรี้ยวกราด แต่กลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ในความมืดสลัวราวกับสัตว์ป่าที่จ้องมองเหยื่อ
"ฉัน... ฉันแค่" รินรดาพยายามจะอธิบาย แต่สายตาของคีรินที่ไล้ผ่านริมฝีปากของเธอทำให้ถ้อยคำเหล่านั้นกลายเป็นเพียงเสียงแผ่วเบา
"ที่นี่ไม่ใช่สวนที่เธอจะเข้ามาเดินเล่นได้ตามใจชอบ" เขาก้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเฉียดแก้มเนียนใส ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินจนเธอสั่นสะท้าน "สวนนี้ต้องการการบำรุงรักษาด้วยหยาดเหงื่อ... และบางอย่างที่เข้มข้นกว่านั้น"
มือของคีรินเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางไว้อย่างถือสิทธิ์ แรงบีบที่เอวทำให้เธอรับรู้ถึงความต้องการดิบเถื่อนที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแมลงตัวเล็กๆ ที่หลงเข้ามาในใยแมงมุมอันงดงามนี้
"ปล่อยนะ... คุณคีริน" เธอพึมพำ เสียงสั่นพร่า
"ปล่อยงั้นหรือ?" เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นแต่เร้าอารมณ์ "เธอก้าวเข้ามาในเขตหวงห้ามของฉันเอง รินรดา... กลิ่นของเธอตอนนี้ มันกำลังปลุกสิ่งที่หลับใหลอยู่ในสวนนี้ให้ตื่นขึ้นมาด้วยความหิวกระหาย"
เขาลากนิ้วเรียวยาวผ่านลำคอระหงของเธอช้าๆ สัมผัสนั้นแผ่ความร้อนลึกเข้าไปถึงกระดูก รินรดารู้สึกเหมือนรยางค์ของต้นไม้รอบกายกำลังขยับเขยื้อนตามจังหวะการเต้นของหัวใจเธอ ราวกับสวนแห่งนี้รับรู้ถึงความตื่นเต้นที่เธอมีต่อสัมผัสของเขา
"คุณต้องการอะไรกันแน่" เธอเค้นเสียงถาม ทั้งที่รู้ว่าคำตอบนั้นอาจอันตรายยิ่งกว่าความตาย
คีรินโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของเธอ ก่อนจะขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก "ฉันต้องการให้เธอรู้ว่า... ทุกครั้งที่เธอฝ่าฝืนกฎ เธอต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม"
ทันใดนั้นเอง เสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลัง พวกเขาทั้งคู่ชะงัก คีรินผลักรินรดาไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับพยัคฆ์เตรียมขย้ำเหยื่อ
แสงสลัวจากจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านกิ่งไม้เผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งที่ยืนถือมีดทำสวนยาวด้ามเก่าคร่ำคร่า มือที่เหี่ยวย่นของเขาสั่นเทา ทว่าสายตาที่มองมายังรินรดาไม่ได้เต็มไปด้วยความเคารพ แต่มันคือสายตาของคนที่เห็น 'เหยื่อสังเวย' ที่รอคอยมาแสนนาน
"ท่านครับ..." ชายชรากล่าวเสียงแหบพร่า "ดอกไม้บานแล้ว... ถึงเวลาที่เลือดของนางต้องรดลงบนรากแก้วเสียที"
คีรินหรี่ตาลง แววตาที่เคยหื่นกระหายเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเยือกแข็ง "ถอยไปไอ้แก่... อย่าให้ฉันต้องสั่งให้แกเอาเลือดตัวเองไปรดสวนนี้แทน"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นคีรินหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาจากซองหนังที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูท เขาไม่ได้ปกป้องเธอเพราะความเมตตา แต่เขากำลังปกป้อง 'สมบัติ' ที่เขาต้องการจะครอบครองเพียงผู้เดียว... และตอนนี้ ปลายมีดนั้นไม่ได้ชี้ไปที่ชายชรา แต่มันกลับตวัดมาแตะที่ลำคอของเธอเองอย่างแผ่วเบา
"รินรดา... ถ้าเธออยากรู้ความลับของตระกูลฉันนัก ก็เริ่มจากเลือดที่ไหลจากคอเธอตอนนี้เลยดีไหม?"
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
รสรินกลิ่นกำมะหยี่
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 6
ดอกไม้กลางสวน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!