“อย่าขยับ... แม้แต่ก้าวเดียว”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งลากผ่านสันหลังของรินรดา คีรินไม่ได้เพียงแค่พูด แต่วงแขนแกร่งของเขาโอบรัดเอวบางไว้แน่นจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่ง เขาผลักร่างของเธอให้หลบอยู่หลังแนวเสาหินอ่อนที่เย็นเฉียบ ขณะที่สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องไปยังระเบียงเบื้องบน ที่นั่น... ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทราวกับเงาปีศาจยืนเด่นตระหง่าน มือข้างหนึ่งยังคงถือปืนพกที่ยังมีควันสีจางลอยกรุ่น กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นอายความตายโชยมาแตะจมูก จนรินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
“นั่น... มันเป็นไปไม่ได้” รินรดาสั่นเทา ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแม้อยู่ในเงามืดครึ่งหนึ่งของใบหน้าครึ่งซีกที่ถูกแผดเผาจนเสียโฉมในอดีต “เขาตายไปแล้ว คีริน... พ่อของฉันตายไปสิบปีแล้ว!”
คีรินไม่ตอบ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความดุดันที่น่าสะพรึงกลัว กล้ามเนื้อภายใต้เชิ้ตสีเข้มตึงเปรี๊ยะราวกับจะระเบิดออกมา เขาไม่ใช่คีรินผู้สุขุมที่เธอเคยรู้จัก แต่เป็นนักล่าที่พร้อมจะขย้ำศัตรูให้แหลกลาญเพื่อปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดเพียงหนึ่งเดียว
“รินรดา ฟังฉันนะ” เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ “ไม่ว่าผีหรือคนตราบใดที่มันยังหายใจอยู่บนพื้นโลกนี้ ฉันจะส่งมันกลับลงนรกด้วยมือของฉันเอง เธอต้องไม่เป็นอะไร... เข้าใจไหม?”
ก่อนที่รินรดาจะได้ทัดทาน ร่างสูงของคีรินก็ผละออกจากเธอ เขาไม่ได้ถอยหนี แต่ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับกระบอกปืนนั้นอย่างไม่เกรงกลัวราวกับปีศาจที่กำลังท้าทายโชคชะตา
*ปัง!*
กระสุนนัดที่สองเฉี่ยวไหล่เขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว รอยเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว แต่นั่นกลับทำให้คีรินแสยะยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ มันคือยิ้มที่เต็มไปด้วยราคะในชัยชนะและความอำมหิตที่ถูกปลดปล่อยออกมา เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ คว้าเก้าอี้ไม้โอ๊คตัวหนักทุ่มเข้าใส่ระเบียงจนแตกกระจาย เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะก้องไปทั่วสวนเร้นลับ
ร่างบนระเบียงนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงมายังพื้นหญ้าเบื้องล่างอย่างคล่องแคล่วราวกับสัตว์ป่า ทั้งสองปะทะกันด้วยพละกำลังมหาศาล คีรินไม่มีอาวุธ มีเพียงหมัดหนักๆ และความโกรธเกรี้ยวที่รินรดาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขารัวหมัดเข้าใส่เงาร่างนั้นอย่างไม่ปราณี ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความพลิ้วไหวที่น่าหลงใหล ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่บัดนี้กลายเป็นสังเวียนเลือด
“เจ้าลูกทรพี!” เสียงแหบพร่าของชายปริศนาตะโกนออกมา “แกคิดว่าการปกป้องนังเด็กนี่จะช่วยให้แกหลุดพ้นจากคำสาปงั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ปกป้องเธอเพราะคำสาป!” คีรินตวาดกลับ เสียงนั้นดังก้องราวกับคำประกาศิต “ฉันปกป้องเธอเพราะเธอคือหัวใจของฉัน... และใครก็ตามที่แตะต้องหัวใจฉัน มันจะต้องไม่ตายดี!”
คีรินคว้าคอเสื้อของชายผู้นั้นแล้วกระแทกเข้ากับลำต้นไม้ใหญ่จนสั่นสะเทือน เขาเงื้อหมัดขึ้นสูง เตรียมจะปลิดชีพผู้ที่บังอาจข่มขวัญรินรดา แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ชายปริศนากลับแค่นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับล้วงบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ มันคือจี้สร้อยคอรูปดอกกุหลาบสีดำ... ของที่รินรดาทำหายไปในคืนแรกที่เธอมาถึงคฤหาสน์แห่งนี้
“ดูนี่ให้ดี รินรดา...” ชายปริศนาตะโกนขึ้น สายตาจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังแนวเสา “ผู้ชายที่แกกำลังรัก... เขานี่แหละคือคนที่ฆ่าพ่อของแกเมื่อสิบปีก่อน!”
คีรินชะงัก หมัดที่เงื้อค้างไว้สั่นระริก ความเงียบเข้าปกคลุมสวนเร้นลับราวกับเวลาหยุดหมุน คีรินค่อยๆ หันกลับมามองรินรดา ใบหน้าที่เคยดุดันและมุ่งมั่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้กลิ่นกำมะหยี่ของสวนแห่งนี้เริ่มส่งกลิ่นคาวเลือดที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป
คีรินปล่อยมือจากชายคนนั้น แต่ร่างที่ดูเหมือนศพคืนชีพกลับหัวเราะร่าพลางถอยห่างออกไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา
“ถามเขาดูสิ... ว่าทำไมในคืนที่ไฟไหม้ คีรินถึงเป็นคนเดียวที่เดินออกมาจากกองเพลิงพร้อมกับกุญแจดอกนี้!”
รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มถูกเปิดเผยในสวนต้องห้ามแห่งนี้ค่ะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 35
ปกป้องคนรัก
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!