พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 34

แรงแค้นจากอดีต

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“ไวน์แก้วนี้รสชาติดีเกินไปจนน่ากลัวนะคะ... คุณ ‘อาร์ทูร์’ หรือว่ามันผสมอะไรที่ทำให้คนดื่มจำอดีตไม่ได้กันแน่คะ?” รินรดาเอ่ยพลางหมุนแก้วคริสตัลในมือเบาๆ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ภายในห้องรับรองส่วนตัวของคฤหาสน์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมละมุนจนน่าเวียนหัว อาร์ทูร์หัวเราะหึๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนเศษแก้วที่บาดลงบนผืนผ้าไหม “คุณรินรดาก็ช่างเปรียบเปรย... ผมแค่แขกที่มาเยือนเพื่อเตือนสติคนใกล้ตัวคุณต่างหากล่ะครับ” เขาเน้นคำว่า ‘เตือนสติ’ ด้วยน้ำเสียงหยัน “คีรินอาจจะดูเป็นสุภาพบุรุษผู้สูงส่ง แต่เบื้องหลังความเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอคุณน่ะ มันคือพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปิดบังความโสมมของตระกูลตนเอง” รินรดาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดัง ‘กริ๊ก’ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก แต่ใบหน้ากลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลัก เธอรู้ดีว่าคีรินมีด้านมืด และเธอก็พร้อมจะจมดิ่งลงไปในความมืดนั้นกับเขา แต่การที่คนนอกก้าวเข้ามาขีดเส้นแบ่งในสวนเร้นลับแห่งนี้... มันคือการหยามเกียรติ “ความโสมมหรือคะ?” รินรดายิ้มมุมปาก ความยั่วยวนที่เธอเรียนรู้จากเขาถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ “ในโลกของผู้ใหญ่ ความโสมมมักจะเป็นเครื่องเทศชั้นดีที่ทำให้ความรักมีรสชาติไม่ใช่หรือคะ คุณอาร์ทูร์เองก็น่าจะรู้ดี... ถ้าไม่เช่นนั้น คุณคงไม่พยายามหาทางทำลายชื่อเสียงของเขาจนตัวสั่นแบบนี้” “ผมไม่ได้ทำลาย...” อาร์ทูร์โน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นซิการ์จางๆ ปะทะจมูกรินรดา “ผมแค่กำลังจะเปิดเผย ‘ความจริง’ ที่เขาฝังมันไว้ใต้รากไม้ในสวนนั่น ในงานกาล่าค่ำพรุ่งนี้ คีรินจะไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าบ้านผู้ทรงอิทธิพล แต่เขาจะเป็นคนที่สังคมต้องรุมประณามจนกว่าจะไม่มีที่ยืน” รินรดานิ่งงัน ปมในใจเรื่องอดีตของครอบครัวที่ผูกพันกับคฤหาสน์หลังนี้หมุนวนขึ้นมาทันที อาร์ทูร์รู้เรื่องอะไร? และเขาถือไพ่ใบไหนอยู่กันแน่? ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยถาม คีรินที่ก้าวเข้ามาในห้องเงียบเชียบดั่งเงาพยัคฆ์ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยไอสังหาร “ดูเหมือนว่าแขกคนสำคัญของผม จะสนุกกับการเล่านิทานก่อนนอนให้คนของผมฟังเสียแล้วนะ” คีรินก้าวมาหยุดข้างหลังรินรดา มือแกร่งวางลงบนไหล่บางของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสนั้นไม่ได้เพียงแต่ให้ความอบอุ่น แต่มันเปรียบเสมือนการขีดเส้นตายให้กับผู้ที่บังอาจล่วงเกิน ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รังสีคุกคามจนอากาศในห้องดูเบาบางลง อาร์ทูร์ผุดลุกขึ้น แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ถือแต้มต่อ “นิทานน่ะจบไปนานแล้วคีริน... ตอนนี้มันถึงบท ‘ความจริงเปิดเผย’ ต่างหาก นายคิดว่าคนอย่างฉันจะมามือเปล่าเหรอ? หลักฐานที่ฉันมี... มันพอที่จะทำให้รินรดารู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังนอนร่วมเตียงอยู่น่ะ คือฆาตกรที่ฆ่าล้างตระกูลของเธอ!” รินรดาตัวชาดั่งถูกน้ำแข็งราดรด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองที่ติดขัด คีรินที่อยู่เบื้องหลังเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบีบไหล่เธอแน่นขึ้นจนรินรดารู้สึกเจ็บ แต่นั่นไม่ใช่ความเจ็บจากความโกรธ มันคือความเจ็บจากการที่ความลับถูกฉีกกระชากออกมากลางที่แจ้ง “ริน... อย่าฟังมัน” คีรินกระซิบเสียงต่ำที่ข้างหู น้ำเสียงนั้นไม่ได้เย็นชาอย่างที่เคย แต่มันสั่นไหวด้วยความหวั่นเกรงที่เขาพยายามซ่อนมาตลอดชีวิต “อย่าฟังงั้นเหรอ?” อาร์ทูร์ควักซองเอกสารสีน้ำตาลโยนลงบนโต๊ะ “เปิดดูสิรินรดา... รูปถ่ายของ ‘พินัยกรรม’ ที่พ่อแม่เธอถูกบังคับให้เซ็นก่อนจะพบจุดจบในกองเพลิงคฤหาสน์หลังเดิม... ทุกอย่างมีลายเซ็นของคีรินกำกับอยู่!” รินรดามองซองเอกสารนั้นด้วยสายตาพร่าเลือน เธอค่อยๆ เอื้อมมือออกไป มือของเธอสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ความรักที่ถักทอด้วยความใคร่และความเร่าร้อนดูเหมือนจะพังทลายลงในพริบตา คีรินคือผู้ชายที่ให้ทุกอย่างกับเธอ แต่ถ้าเขาก็คือคนเดียวกับที่พรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเธอเช่นกัน... แล้วเธอจะอยู่ตรงไหน? เธอกลั้นใจคว้าซองเอกสารนั้นขึ้นมา ในขณะที่คีรินคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาคมกริบของเขาสบตากับเธอ มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเว้าวอน แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง... อาร์ทูร์ก็หยิบรีโมทขนาดเล็กขึ้นมาแล้วกดปุ่ม ก่อนที่หน้าจอโปรเจคเตอร์กลางห้องจะฉายภาพที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ บนจอไม่ได้มีเพียงภาพพินัยกรรม แต่มันคือภาพวงจรปิดของคีรินที่กำลังยืนมองคฤหาสน์ที่ถูกไฟไหม้ในคืนนั้น... ด้วยรอยยิ้มที่เหยียดหยามและเย็นชาที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต! รินรดาสะบัดมือคีรินออกทันที เธอถอยหลังกรูดไปจนชนขอบโต๊ะ คีรินชะงักไปราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความเงียบงันมรณะเข้าปกคลุมจนแทบจะหยุดเวลาไว้ “นั่น... ไม่ใช่อย่างที่เธอเห็นนะ ริน...” คีรินพยายามจะก้าวเข้ามา แต่รินรดากลับหยิบมีดตัดจดหมายบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้โดยสัญชาตญาณ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความแตกสลายที่ปนไปด้วยแรงแค้น “อย่าเข้ามา!” เธอตะโกนก้อง เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึง “ถ้าภาพในจอนั่นคือความจริง... คืนนี้ฉันจะให้คุณได้รู้ว่า การสูญเสียคนที่รักที่สุดไปในกองเพลิงน่ะ มันรู้สึกยังไง!” คีรินหยุดกึก ดวงตาของเขาแดงก่ำ ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่ด้วยความเสียใจที่ลึกซึ้งเกินคำบรรยาย ในขณะที่อาร์ทูร์หัวเราะร่าด้วยความสะใจ แผนการทำลายชื่อเสียงของเขาสำเร็จลุล่วงเกินกว่าที่คาดคิด แต่ทว่าในตอนนั้นเอง... เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้นจากทางหน้าต่างห้องรับรอง กระจกแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวไปทั่วห้อง ร่างของอาร์ทูร์ทรุดลงกับพื้นทันทีพร้อมรูโหว่ที่กลางหน้าผาก รินรดาและคีรินหันไปมองยังทิศทางของกระสุนพร้อมกัน ท่ามกลางควันปืนที่ลอยกรุ่น พวกเขาพบเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนระเบียง... เงาร่างที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เงาร่างของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงในอดีตเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเรื่องราวอันซับซ้อนนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในบทถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%