พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 33

ความลับที่เกือบเปิดเผย

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
"หยุดสั่นเดี๋ยวนี้ รินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดุจเสียงกรีดของคมมีดบนกำมะหยี่ดังอยู่ข้างใบหู รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดซอกคอ จนขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กดลงบนสะโพกของเธอแน่นนั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อกักขัง แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อนในพื้นที่จำกัดหลังบานประตูตู้หนังสือโบราณ เบื้องนอกของบานไม้นั่น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของ 'คุณหญิงวิภาดา' เดินวนเวียนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่รุนแรงจนชวนวิงเวียนลอยลอดช่องว่างเข้ามาตอกย้ำว่า หากเธอขยับตัวเพียงนิด หรือปล่อยให้เสียงลมหายใจที่กระเส่าหลุดรอดออกไป ความลับที่เธอเพิ่งค้นพบในบันทึกเก่าแก่ฉบับนี้จะกลายเป็นตราบาปที่พาเธอไปสู่หายนะ "ถ้าเธอส่งเสียง... ก็เท่ากับเธอเชื้อเชิญให้ท่านเข้ามาพบเราในสภาพนี้" คีรินกระซิบอีกครั้ง คราวนี้เขากดริมฝีปากลงบนผิวคอของเธออย่างตั้งใจ แกล้งให้เธอกลั้นเสียงครางประท้วงที่พยายามจะเล็ดลอดออกมา มือของเขาสอดแทรกเข้ามาใต้ชายกระโปรงผ้าไหมบางเบา เลื่อนผ่านเรียวขาเนียนละเอียดขึ้นไปอย่างถือสิทธิ์ รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นและอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก คีรินกำลังทรมานเธอ... เขาใช้ความใคร่เป็นเกราะกำบังในยามที่สถานการณ์บีบคั้น เขาซ่อนตัวเธอไว้ในเงาของเขา ขณะเดียวกันก็หยามเกียรติเธอด้วยการสัมผัสที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้นท่ามกลางอันตราย "นั่นใครน่ะ? คีรินหรือเปล่า?" เสียงของคุณหญิงวิภาดาหยุดลงตรงหน้าตู้หนังสือพอดี ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนรินรดาได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวราวกับกลองศึก คีรินไม่ตอบ เขาจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของรินรดาในความมืดสลัว สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง มือที่นวดคลึงต้นขาด้านในของเธอเริ่มออกแรงมากขึ้น รินรดาต้องใช้สองมือปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงหอบหายใจรุนแรงจนคนข้างนอกผิดสังเกต "คีริน... ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในห้องนี้" เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นสามครั้ง แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงเคาะโลงศพสำหรับรินรดา เธอจ้องหน้าเขาด้วยแววตาอ้อนวอน พยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่คีรินกลับดึงร่างเธอให้เบียดชิดกับผนังตู้มากขึ้น จนหน้าอกอวบอิ่มสัมผัสเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาเต็มแรง เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาแฝงไปด้วยความเวทนาที่น่ากลัว "อยากให้เธอไปไหมรินรดา? หรืออยากจะลองดูว่า... ระหว่างเสียงฝีเท้าของแม่กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเธอน่ะ อันไหนจะดังกว่ากัน" รินรดาตัวสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัวคุณหญิง แต่เพราะสัมผัสรุกเร้าจากชายที่อยู่ตรงหน้า มือของเขาเริ่มปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธออย่างชำนาญท่ามกลางความมืดมิด เธออยากจะกรีดร้อง แต่กลับทำได้เพียงปล่อยให้เขาบงการ เธอหลับตาลงแน่น พยายามนึกถึงบันทึกที่ซ่อนอยู่ในมือ... บันทึกที่ไขความจริงว่าตระกูลของเธอไม่ได้เป็นเพียงข้ารับใช้ แต่เป็นเจ้าของที่แท้จริงของคฤหาสน์หลังนี้ที่ถูกสาปโดยบรรพบุรุษของคีริน "คีริน! เปิดประตู!" เสียงคุณหญิงเริ่มเกรี้ยวกราด มือของหญิงสูงวัยหมุนลูกบิดประตูตู้จนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด คีรินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตารินรดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง เขาไม่ได้เปิดประตูเพื่อรับความผิด แต่เขากลับดึงตัวเธอเข้าไปจูบอย่างดูดดื่มและรุนแรง รสสัมผัสของเขาหวานล้ำเหมือนยาพิษที่เคลือบน้ำตาล เขากดร่างเธอลงกับพื้นตู้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงของกาลเวลา ทันใดนั้น เสียงลูกบิดตู้ก็หยุดกึก... มีเสียงกุญแจไขดังขึ้นจากภายนอก ประตูค่อยๆ แง้มออก แสงสว่างจากโคมไฟระย้าภายนอกสาดเข้ามา เผยให้เห็นรองเท้าส้นสูงของคุณหญิงวิภาดาที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงขอบประตูตู้พอดี คีรินรีบผลักตัวรินรดาให้ไปหลบหลังชั้นหนังสือชุดใหญ่ที่บังร่างของเธอไว้มิดชิด ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเผชิญหน้ากับมารดาด้วยท่าทีนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มีอะไรหรือครับคุณแม่? ทำไมต้องบุกเข้ามาในห้องทำงานของผมยามวิกาลขนาดนี้" คุณหญิงวิภาดามองกวาดไปรอบห้อง สายตาคมกริบคู่นั้นหยุดลงที่รอยยับย่นของพรมบนพื้น และกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่รินรดาใช้ ซึ่งลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เธอหรี่ตาลง มองดูลูกชายด้วยความสงสัย ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม "แม่แค่จะมาถามว่า... ของสำคัญที่หายไปจากตู้ลับหลังรูปภาพเมื่อเย็นนี้ ตอนนี้มันมาอยู่ในมือของใครหรือยัง" คีรินหัวใจกระตุกวูบ เขารู้ทันทีว่าบันทึกนั่นไม่ได้ถูกวางไว้ที่เดิม รินรดาที่แอบฟังอยู่หลังตู้หนังสือถึงกับหยุดหายใจ มือของเธอคว้าปกบันทึกไว้แน่นจนยับย่น เพราะหากคุณหญิงรู้ว่าบันทึกเล่มนั้นอยู่กับใคร ชีวิตของเธอคงจบสิ้นในคืนนี้ แต่ก่อนที่คีรินจะได้เอ่ยตอบ เสียงประตูด้านหน้าห้องก็เปิดผลัวะออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าของผู้ชายอีกคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ชายที่ถืออำนาจสูงสุดในคฤหาสน์หลังนี้ก้าวเข้ามา พร้อมกับแววตาที่จ้องมองมายังตู้หนังสือที่รินรดาซ่อนตัวอยู่ "คีริน... ฉันคิดว่าเรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ในห้องนี้ใช่ไหม?" รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างรินรดาในสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%