พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 32

การเสแสร้งบนโต๊ะอาหาร

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
“รสชาติไวน์ตัวนี้... คุณว่ามันติดขมที่ปลายลิ้นไปนิดไหมคะ รินรดา?” คำถามนั้นดังขึ้นท่ามกลางเสียงส้อมกระทบจานกระเบื้องเคลือบราคาแพง คีรินวางแก้วไวน์คริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวยาวด้วยจังหวะที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงข้ามผ่านเปลวเทียนที่ไหวระริก รินรดาชะงักมือที่กำลังตัดเนื้อสเต็กชิ้นบาง เธอเงยหน้าขึ้น สบประสานสายตาที่เต็มไปด้วยความลับของเขา ก่อนจะแย้มยิ้มที่ดูราวกับแก้วน้ำใสบริสุทธิ์ แต่ลึกซึ้งไปด้วยความอึดอัดที่พยายามซ่อนเร้น “บางที... ความขมก็คือเครื่องเตือนใจว่าสิ่งที่เรากำลังเสพอยู่นั้น มีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหนนะคะ คุณคีริน” บทสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการวิจารณ์ไวน์ ถูกกลืนหายไปเมื่อเสียงหัวเราะของแขกเหรื่อร่วมโต๊ะดังแทรกขึ้นมา คฤหาสน์หลังใหญ่ในค่ำคืนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีละครชั้นดี ไฟแชนเดอเลียร์ส่องประกายวับวาวราวกับดวงดาว แต่สำหรับรินรดา มันกลับดูเหมือนแสงที่จ้องจะเปิดโปงคราบน้ำตาที่เธอต้องกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ใต้โต๊ะอาหารที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดสะอ้าน ปลายเท้าของคีรินขยับเข้ามาเบียดชิดกับข้อเท้าของเธออย่างจงใจ ความร้อนจากขาของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสผ้าไหมบางเบาจนรินรดาสะดุ้งเฮือก เธอพยายามดึงเท้าหนี แต่เขากลับกดน้ำหนักลงมาหนักหน่วงกว่าเดิม เป็นการกระทำที่เงียบเชียบและดิบเถื่อน ซ่อนเร้นอยู่ในที่ลับตาคน “เป็นอะไรไปหรือคะคุณรินรดา? หน้าซีดลงหรือเปล่า” เสียงของแขกผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยทักด้วยความหวังดีที่เจือด้วยความอยากรู้อยากเห็น รินรดาฝืนยิ้ม ก่อนจะวางมีดลงแล้วหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นซับมุมปากช้าๆ “พอดีนึกถึงเรื่องงานศิลปะที่คุณคีรินเพิ่งพูดถึงน่ะค่ะ... มันดูซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจได้ในทันที” “ความจริงก็มักจะซับซ้อนกว่าภาพวาดเสมอแหละค่ะ” คีรินเอ่ยแทรกขึ้น มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือเธอที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ กิริยาที่ดูเหมือนคู่รักที่แสนอบอุ่นในสายตาคนนอก แต่สำหรับรินรดา... มันคือพันธนาการที่เขารัดตรึงเธอไว้ไม่ให้ดิ้นหลุด นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงเบาๆ บนหลังมือเธอ ราวกับกำลังปั่นหัวใจของเธอให้เต้นผิดจังหวะด้วยความหวามไหวที่เธอเกลียดชังตัวเองที่เผลอไผลไปกับมัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ในขณะที่เธอกำลังพยายามควบคุมลมหายใจ แขกคนสำคัญคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทงหัวใจ “ได้ยินข่าวมาว่า ตระกูลของคุณคีรินกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่... เรื่องที่ดินผืนหลังคฤหาสน์ ที่มีตำนานว่าเคยเป็นที่ฝังศพของเหล่าคนรับใช้ในอดีต จริงเท็จประการใดหรือคะ?” ความเงียบงันปกคลุมโต๊ะอาหารในทันที คีรินไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย แต่รินรดาสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่นิ้วของเขาที่เพิ่มขึ้นจนแทบกระดูกแตก เธอรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ นี่ไม่ใช่แค่การทานอาหารค่ำ แต่มันคือการแล่เนื้อเถือหนังความจริงให้เผยออกมา “ตำนานก็คือตำนานครับ” คีรินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ “แต่ถ้าใครอยากจะพิสูจน์ความจริง... ก็ต้องลองเข้าไปเดินเล่นในสวนหลังบ้านดูสักครั้ง เผื่อจะเจอสิ่งที่ควรจะตายไปนานแล้ว แต่ดันอยากมีชีวิตอยู่ต่อ” เขาหันมามองรินรดา สายตาคู่นั้นไม่ได้สื่อถึงความรัก แต่มันสื่อถึงการครอบครองและการคุกคาม ราวกับว่าเขากำลังส่งคำเตือนถึงเธอโดยเฉพาะ ว่าความลับที่เธอพยายามขุดคุ้ยนั้น มันเป็นกับดักที่เขาวางไว้รอเธออยู่แล้ว ในจังหวะที่ทุกคนกำลังหันไปสนใจคำถามอื่น รินรดากระซิบเบาๆ ด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงสองคน “คุณต้องการอะไรกันแน่ คีริน? จะเล่นละครบทนี้ไปถึงไหน” คีรินโน้มตัวเข้ามาใกล้จนจมูกของเขาเฉียดผ่านพวงแก้มของเธอ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ปนกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ทำให้รินรดารู้สึกใจสั่น “ฉันต้องการให้เธอรู้ว่า... ไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหนในบ้านหลังนี้ เธอก็เป็นของฉันตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามา... และในห้องนอนคืนนี้ ฉันจะทำให้เธอจำได้แม่นยิ่งกว่าเดิม” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอาหาร บานประตูไม้โอ๊คค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในงานเลี้ยงนี้ ใบหน้าของเขาดุดันและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดแม้ในแสงสลัว คีรินชะงักกึก มือที่จับมือรินรดาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยือกยิ่งกว่าเก่า รินรดารู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง เมื่อชายคนนั้นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ พร้อมกับวางมือลงบนไหล่ของเธออย่างถือวิสาสะ “ขออภัยที่ขัดจังหวะดินเนอร์หรูหรา... แต่ดูเหมือนความลับของตระกูลเรา กำลังจะถูกเปิดเผยโดยคนนอก ที่นั่งอยู่ข้างกายเจ้าของบ้านคนปัจจุบันแล้วนะครับ” ค่ำคืนนี้ยังมีความลับอีกมากมายที่รอการเปิดเผย และรสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างรินรดาในสถานการณ์ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%