“ถ้าเธอยังอยากรักษาชีวิตและ ‘ความบริสุทธิ์’ ที่เหลืออยู่เอาไว้ รินรดา... จงจำใส่สมองไว้ว่า อย่าได้ก้าวเท้าเข้าไปในเขตสวนชั้นในโดยเด็ดขาด”
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้นกะทันหัน ร่างสูงใหญ่ของคีรินแทรกตัวผ่านความมืดมิดของโถงทางเดินเข้ามาประชิดตัวรินรดาจนหลังของเธอปะทะเข้ากับผนังหินอ่อนเย็นเยียบ กลิ่นอายบุรุษเพศที่อบอวลด้วยความกำยำและกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ปะทะเข้ากับโสตประสาทของหญิงสาวจนเธอแทบหยุดหายใจ
รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือบางกำชายกระโปรงแน่นเพื่อระงับอาการสั่นเทา เธอแหงนหน้าขึ้นสบสายตาคมปลาบที่วาวโรจน์ดุจสัตว์ป่าในยามค่ำคืน “ทำไมคะ... ที่นั่นมีอะไรที่ท่านไม่อยากให้ฉันรู้กันแน่ หรือว่ามันเกี่ยวพันกับความลับที่ครอบครัวฉันต้องแลกด้วยชีวิต”
คีรินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับแฝงไปด้วยความกระหายที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสะท้านถึงไขสันหลัง เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งสันแทบจะแตะกับแก้มใส ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวเนื้อจนเธอกายสั่นสะท้าน
“อย่าถามในสิ่งที่คำตอบอาจทำลายโลกทั้งใบของเธอ” นิ้วเรียวยาวของเขาลากผ่านกรอบหน้าเธออย่างเชื่องช้า แต่หนักแน่นราวกับกำลังตีตราจอง “สวนเร้นลับนั่นไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์เดินดิน... โดยเฉพาะผู้หญิงที่ช่างสงสัยอย่างเธอ กฎของคฤหาสน์นี้มีเพียงข้อเดียวคือ ‘อย่าแตะต้องสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอ’ จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ก่อนที่ฉันจะไม่มีความอดทนเหลือพอที่จะปรานี”
รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมนั้น เธอเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา และเห็นความปรารถนาที่พยายามถูกกักขังไว้ในกรงขังแห่งศีลธรรม เขาไม่ได้แค่เตือน... เขากำลังหวาดกลัวบางอย่างที่เธอยังมองไม่เห็น
“ถ้าฉันไม่ฟังล่ะคะ” เธอท้าทาย ทั้งที่หัวใจเต้นรัวแรงแทบทะลุออกมานอกอก
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นและเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนจนน่าขนลุก เขาขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าอกแกร่งเบียดชิดกับส่วนเว้าโค้งของเธอ ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนเธอรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อภายใต้เชิ้ตสีดำตัวนั้น “เธอก็จะได้พบกับ ‘ราคี’ ที่ไม่มีวันชำระล้างได้... และเชื่อเถอะรินรดา ต่อให้เธอร้องขอชีวิตในตอนนั้น ฉันก็จะเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้าไปลากเธอลงสู่ขุมนรกด้วยตัวเอง”
เขาผละออกไปอย่างรวดเร็วราวกับฝันร้ายที่เพิ่งผ่านพ้น ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่กลางโถงทางเดินที่มืดมิด ความรู้สึกหวั่นไหวและอยากเอาชนะตีกันยุ่งเหยิงในใจ เหตุใดดวงตาคู่นั้นถึงดูโหยหาเธอในยามที่เขากำลังผลักไส
ค่ำคืนนั้น รินรดานอนไม่หลับ เสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาดูคล้ายเสียงกระซิบจากสวนเร้นลับที่คีรินพร่ำเตือน เธอค่อยๆ ลุกจากเตียงนอนด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่กลายเป็นโซ่ตรวนล่ามเธอไว้ ความเงียบงันของคฤหาสน์ยามดึกสงัดทำให้ทุกย่างก้าวของเธอดังสะท้อนก้องไปถึงหัวใจ
เธอตัดสินใจเดินไปยังระเบียงชั้นสองที่มองเห็นวิวสวนด้านหลัง สิ่งที่เธอเห็นในความมืดทำให้ลมหายใจแทบหยุดชะงัก ท่ามกลางหมอกจางๆ ที่ปกคลุมไปทั่วสวน ดอกไม้ราตรีสีม่วงเข้มกำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมหวลยั่วยวนชวนให้หลงใหล แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบคือร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่กลางสวนนั้น...
เขากำลังเอนกายพิงต้นไม้โบราณ ในมือถือเหยือกแก้วคริสตัลที่บรรจุของเหลวสีแดงฉานราวกับเลือดสดๆ คีริน... เขากำลังดื่มกินบางอย่างที่นั่นอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางของเขาดูราวกับหลุดออกมาจากตำนานปีศาจ และทันใดนั้น เขาก็หันกลับมามองตรงมายังระเบียงที่เธอแอบซ่อนอยู่ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความคมปลาบ แต่กลับเปลี่ยนเป็นสีอำพันที่ส่องประกายวาวโรจน์ในความมืด
รินรดาผงะถอยหลังจนชนเข้ากับแจกันเซรามิกราคาแพงข้างกายจนมันร่วงลงสู่พื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วโถงทางเดิน คีรินหายวับไปจากสวนกลางหมอกนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับภูตผีที่ไร้ตัวตน และก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติ ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทอยู่เมื่อครู่กลับถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอเพิ่งเห็นในสวนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตู
“ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหม... ว่าอย่าพยายามมองหาสิ่งที่ไม่อยากเห็น”
รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคฤหาสน์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!