“หยุดเดี๋ยวนี้ คีริน... คุณกำลังทำลายทุกอย่างด้วยมือของคุณเอง!”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ท่ามกลางความมืดมิดในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายอันหนักอึ้งของความโกรธเกรี้ยว คีรินยืนหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมออกจนเผยให้เห็นแผงอกแกร่งสั่นสะท้าน เขากวาดทุกอย่างบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงแก้วคริสตัลกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจิตใจที่กำลังแตกสลายของเขาเอง
คีรินหมุนตัวกลับมา ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาบัดนี้แดงก่ำดั่งเลือด แววตาของสัตว์ป่าที่ถูกกักขังกำลังพุ่งเป้ามาที่เธอ “ทุกอย่างหรือรินรดา? ตระกูลนี้ไม่ได้สร้างอะไรให้ฉันนอกจากคำสาปและความอัปยศ เธอคิดว่าฉันจะทนอยู่กับมันได้นานแค่ไหนในเมื่อเลือดในกายฉันมันกำลังจะแผดเผาให้มอดไหม้!”
เขาพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายของเขา—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมกับความดิบเถื่อนของบุรุษ—เข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของหญิงสาว รินรดาไม่ถอยหนี แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่าในยามที่ปีศาจในใจเขาร่ำร้อง มีเพียงเธอเท่านั้นที่เปรียบดั่งยาหอมที่แต้มลงบนบาดแผลฉกรรจ์
มือเรียวบางของรินรดาเอื้อมไปแตะที่แก้มสากของเขาอย่างแผ่วเบา คีรินชะงัก ลมหายใจร้อนผ่าวของเขากระทบลงบนใบหน้าเธอ “คุณไม่ได้เป็นเจ้าของคำสาป คีริน... คุณเป็นเจ้าของหัวใจตัวเอง และฉันก็อยู่ที่นี่ เพื่อทวงคืนหัวใจดวงนั้นจากความมืดมิด”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่คล้องรั้งพายุคลั่ง คีรินคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงกดนั้นไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความโหยหาที่อัดอั้น เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดยอดกลิ่นกายสาวที่เย้ายวนจนแทบคลั่ง “เธอไม่รู้หรอกว่าเธอทำอะไรลงไป... รินรดา เธอเป็นดั่งยาพิษที่หวานล้ำที่สุดที่ฉันเคยลิ้มลอง”
เขารวบตัวเธอขึ้นในอ้อมแขนก่อนจะอุ้มไปยังเตียงกว้างกลางห้อง ความมืดในห้องถูกขับเน้นด้วยแสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบาง คีรินจัดการกำจัดอาภรณ์ที่ขวางกั้นออกไปอย่างรีบร้อน นิ้วมือหนาสั่นเทาขณะปลดกระดุมชุดเดรสของเธอออกทีละเม็ด ผิวพรรณนวลเนียนที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขาสูดปากอย่างลุ่มหลง
รินรดาเอนกายลงบนเตียง นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพชายหนุ่มที่เธอมอบกายและใจให้ เธอรู้สึกถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่ฝ่ามือของเขาไล้ไปตามสรีระโค้งเว้า ปลุกเร้าทุกอณูให้ตื่นตัวราวกับดอกไม้ราตรีที่บานสะพรั่งท่ามกลางแสงจันทร์ คีรินก้มลงครอบครองความหวานที่ริมฝีปากของเธอ จูบที่เนิ่นนานและดุเดือดดั่งการเรียกร้องสิทธิ์ในตัวตนของกันและกัน
“มองตาฉัน... รินรดา ให้ฉันเห็นว่าเธอยังเป็นของฉันเพียงผู้เดียว” เสียงกระซิบพร่าต่ำในคอของเขาทำให้เธอกลั้นหายใจ เมื่อเขาสอดประสานกายเข้ามาอย่างหนักแน่นและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ความเจ็บปวดจางหายไปแทนที่ด้วยความสุขสมที่ซ่านสั่นไปทั่วสรรพางค์กาย
ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยอารมณ์ที่พรั่งพรู คีรินปลดปล่อยความอัดอั้นที่สะสมมานานผ่านสัมผัสที่เร่าร้อน เขาปรนเปรอเธอด้วยความรักที่เจือปนด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า เสียงลมหายใจหอบถี่ประสานกันเป็นจังหวะรักที่ไม่สิ้นสุด รินรดาโอบกอดแผ่นหลังแกร่งของเขาไว้แน่น เล็บจิกลงบนผิวเนื้อยามที่อารมณ์พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ความมืดมิดในใจของคีรินค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงแสงสว่างแห่งความอบอุ่นที่หญิงสาวตรงหน้าหยิบยื่นให้
ในห้วงเวลาที่ทั้งคู่แนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง คีรินผละออกเพียงเล็กน้อยเพื่อมองดวงตาของเธอ แววตาของเขากลับมาใสกระจ่างแต่ทว่าลึกซึ้งยิ่งกว่าเก่า “ถ้าฉันต้องแลกทั้งชีวิตเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ... ฉันก็จะทำ”
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันเริ่มกลับมาปกคลุมหลังจากพายุอารมณ์สงบลง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงสามครั้ง—จังหวะที่ไม่มีใครในคฤหาสน์หลังนี้กล้าใช้ นอกจากคนคนหนึ่งที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงที่ลอดผ่านประตูเข้ามาเป็นชื่อเล่นที่ไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากแม่ของเธอที่สาบสูญไปในสวนเร้นลับแห่งนี้
“ริน... แม่กลับมาหาลูกแล้ว”
ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างในชุดสีขาวโพลนที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดเก่าแก่บนผนังห้อง คีรินกระชับอ้อมกอดปกป้องเธอไว้ทันที ทว่ามือที่เขาสัมผัสได้บนไหล่ของรินรดานั้น กลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่ไม่ได้มีชีวิต!
รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 46
รินรดาผู้เป็นดั่งยา
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!