“ดื่มสิคะ... คีริน นี่คือไวน์บ่มพิเศษที่ฉันตั้งใจเลือกมาให้คุณโดยเฉพาะ เพื่อฉลองให้กับพันธะที่เริ่มสั่นคลอนของเรา”
เสียงกระซิบกระเส่าของหญิงสาวนางหนึ่งดังแว่วมาจากมุมมืดของห้องโถงกว้าง รินรดาที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังม่านกำมะหยี่หนาหนักถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อมองผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้าไป เธอเห็นคีรินนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว ดวงตาคมกริบของเขามีประกายวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง หากแต่ท่าทีของเขาดูอ่อนแรงผิดปกติ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะหนักหน่วงและเชื่องช้า
กลิ่นหอมแปลกประหลาดอบอวลไปทั่วห้อง มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นดอกไม้ในสวน แต่มันเป็นกลิ่นฉุนปร่าของกำยานโบราณที่รินรดาเคยอ่านพบในบันทึกเก่าแก่ของคฤหาสน์หลังนี้ ‘กำยานราตรี’... เครื่องหอมที่ใช้เพื่อบงการจิตใจและกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของบุรุษให้ลุกโชนจนควบคุมไม่ได้
คีรินปัดแก้วไวน์ในมือหญิงสาวทิ้งจนแตกกระจาย เสียงแก้วกระทบพื้นกระเบื้องดังก้องไปทั่วห้อง เขากัดฟันแน่นจนเห็นกรามขึ้นเป็นสันนูน พยายามฝืนแรงปรารถนาที่กำลังถูกปลุกเร้าจากไอระเหยของกำยานที่อบอวลอยู่รอบตัว
“ออกไป...” เสียงของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า และเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นที่พยายามสะกดไว้ “อย่าเอาเล่ห์เหลี่ยมชั้นต่ำมาใช้กับฉัน รินดาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมโสโครกของพวกเธอ!”
“โถ่ คีริน... คุณรู้อยู่เต็มอกว่าทำไมฉันถึงต้องทำ” หญิงสาวคนนั้นขยับกายเข้าใกล้ มือเรียวบางลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตที่เริ่มยับยู่ยี่ “ถ้าคุณไม่รัก ก็แค่เปลี่ยนมาหลงใหลในความปรารถนาที่ฉันมอบให้ก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ความจริงที่เธอเห็นตรงหน้าคือการทรยศอย่างเลือดเย็น เธอเห็นภาพคีรินพยายามเอื้อมมือไปคว้าปืนบนโต๊ะ แต่ร่างกายเขากลับทรุดลงเพราะพิษของกำยานที่แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด มือของเขาสั่นเทา ก่อนจะเอื้อมไปดึงรั้งร่างของหญิงสาวคนนั้นเข้ามาใกล้ ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความหิวกระหายที่ถูกบังคับให้เกิดขึ้น
เขาประทับจูบลงบนลำคอระหงอย่างดุดัน รุนแรง และไร้ซึ่งความอ่อนโยน มันเป็นสัมผัสที่รินรดารู้ดีว่าคีรินไม่ต้องการ แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่ถูกมอมเมา เธอเห็นเขาขยำเส้นผมของหญิงสาวผู้นั้นจนยุ่งเหยิง เสียงลมหายใจหอบกระเส่าของเขาดังระงมไปทั่วห้อง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน คีรินอุ้มร่างนั้นขึ้นในอ้อมแขนก่อนจะก้าวไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องอย่างทุลักทุเล
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอไม่อาจทนดูภาพการร่วมรักที่แฝงไปด้วยพิษร้ายนี้ได้อีกต่อไป เธอหมุนตัวหมายจะวิ่งหนีจากที่นี่ แต่ทว่า...
“จะไปไหนล่ะคะ รินรดา?”
เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบของปลายมีดพกที่จ่อเข้าที่ลำคอของเธอ รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อพบว่าชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่สองคนยืนดักหน้าดักหลังเธออยู่ โดยมีหญิงสาวอีกคน—คนที่เธอคิดว่าเป็นมิตร—ยืนยิ้มเยาะอยู่ที่มุมเสา
“คีรินกำลังสนุกอยู่... และคุณเองก็ต้องสนุกไปกับเกมของเราเช่นกัน” หญิงสาวคนนั้นกระซิบข้างหู “ความจริงที่คุณตามหา มันไม่ได้อยู่ในห้องสมุดหรอกค่ะ มันอยู่ในกรงที่ฉันเตรียมไว้ให้คุณต่างหาก”
ก่อนที่รินรดาจะทันได้กรีดร้อง ชายฉกรรจ์ก็กระชากแขนเธออย่างแรงแล้วลากตัวเธอออกไปยังระเบียงมืดมิด ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน เสียงดนตรีบรรเลงจากห้องโถงด้านในที่บรรเลงคลอไปกับเสียงครางกระเส่าของคีรินและหญิงสาวคนนั้นยังคงดังแว่วมาบาดลึกในหัวใจของเธอ
ทว่าในวินาทีที่เธอถูกผลักเข้าไปในห้องใต้ดินที่มืดมิดและเย็นเยียบ แสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กที่จุดขึ้นโดยใครบางคนในห้องนั้นกลับทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
ชายผู้หนึ่งยืนรอเธออยู่กลางห้อง เขาไม่ได้สวมหน้ากาก แต่ใบหน้าที่เห็นนั้นกลับทำให้เธอเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เพราะนั่นคือใบหน้าของบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว... บุคคลที่เป็นกุญแจสำคัญของทุกความลับในตระกูลคีริน
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... หลานสาวคนสวยของฉัน”
รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และเตรียมตัวรับมือกับความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนถัดไปนะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 47
กลิ่นกำยานต้องห้าม
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!