“ถ้าคุณคิดจะเดินออกไปจากห้องนี้เพราะความกลัว... ก็เชิญ แต่จำไว้ว่าทุกก้าวย่างที่คุณถอยห่าง จะมีเศษเสี้ยววิญญาณของผมหลุดลอยตามไปกับคุณด้วย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามแผ่วเบาในลำคอดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานจางๆ รินรดาชะงักฝีเท้า มือเรียวที่กำลังสั่นระริกแตะอยู่ที่ลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ เธอไม่ได้หันกลับไปมอง แต่สัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนผ่าวที่เคลื่อนเข้าใกล้จากด้านหลัง แผ่นหลังของเธอปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่กำยำและเต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อของคีรินอย่างจัง
เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอในทันที ทว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างใบหูทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาลุกชัน ความหวาดหวั่นที่เธอพยายามก่อกำแพงไว้เริ่มพังทลายลงทีละน้อย
“คุณกำลังเล่นเกมอะไรกันแน่ คีริน...” หญิงสาวเค้นเสียงถาม ทั้งที่หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “บอกให้ฉันไป แต่ก็ขังฉันไว้ในความสัมพันธ์บิดเบี้ยวนี้... คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”
คีรินไม่ได้ตอบในทันที มือหนาเลื่อนขึ้นมาวางทาบเหนือมือของเธอที่กำลูกบิดไว้แน่น แรงกดเบาๆ นั้นไม่ได้บังคับให้เธอเปิด แต่เป็นการตอกย้ำว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนทั้งนั้น เขาโน้มใบหน้าลงมา ซุกไซ้ปลายจมูกโด่งสันเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ กลิ่นกายสาวที่หอมหวานดั่งดอกไม้ราตรีทำเอาสติสัมปชัญญะที่เขาพยายามรักษาไว้ขาดผึง
“ผมไม่ได้ต้องการอะไร... นอกเหนือไปจากลมหายใจที่กำลังสั่นไหวอยู่ใต้ร่างของผมตอนนี้” เขาพึมพำ เสียงนั้นสั่นพร่าไปด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับ “คุณถามว่าผมต้องการอะไรหรือ? รินรดา... ในความมืดนี้ ผมมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากคุณ แม้แต่ตัวผมเอง... ผมก็ยังลืมไปแล้วว่าคือใคร หากปราศจากคุณ”
รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาในความสลัวของห้อง แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเผยให้เห็นแววตาของคีรินที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความกระหายหา เขาไม่ใช่ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก แต่เป็นเพียงคนหลงทางที่กำลังร้องหาที่พักพิง
“คุณขาดฉันไม่ได้จริงๆ หรือ... หรือเป็นเพียงแค่ความใคร่ที่ทำให้คุณมองเห็นฉันเป็นของตาย” เธอถาม สายตาจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบนั้น
“ความใคร่น่ะหรือ?” เขาหัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา “ถ้าเป็นแค่ความใคร่ ผมคงหาผู้หญิงคนไหนก็ได้มาปรนเปรอ แต่นี่มันคืออาการลงแดง... อาการของคนที่ถูกพิษร้ายเข้าแทรกซึมไปทุกอณูเลือด และพิษร้ายนั้นก็คือคุณ รินรดา ผมขาดคุณไม่ได้ เหมือนกับที่ดอกไม้ไม่อาจอยู่ได้หากปราศจากหยาดน้ำค้างยามค่ำคืน”
มือหนาเลื่อนลงมาเชยคางมนขึ้น สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าหนักแน่นและเต็มไปด้วยอำนาจการครอบครอง เขาลากไล้นิ้วโป้งไปบนริมฝีปากนุ่มที่เผยอออกเล็กน้อย รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เขากดจูบลงมาอย่างโหยหาและเร่าร้อน เป็นจูบที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล แต่เป็นจูบที่เรียกร้องและตักตวงทุกหยดหยาดความรู้สึกจากเธอ รินรดาหลับตาพริ้ม โอบกอดลำคอแกร่งไว้แน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้ ราวกับว่านี่คือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้
ในขณะที่ทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เงามืดของคฤหาสน์ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากฝั่งระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ามันกลับชัดเจนในโสตประสาทของคีรินจนเขาสะดุ้งเฮือก เขากระชากร่างของรินรดาหลบเข้าไปในมุมมืดของม่านกำมะหยี่สีเข้มทันที
ทันใดนั้น บานประตูระเบียงที่ถูกล็อคไว้แน่นหนากลับค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับร่างในชุดสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามา กลิ่นหอมประหลาดที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของคีรินอบอวลไปทั่วห้อง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างนั้นถือวัตถุบางอย่างที่เป็นสีเงินวาววับในมือ และที่สำคัญกว่านั้น... บุคคลนั้นสวมแหวนตระกูลที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับพ่อของเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน!
คีรินกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก “อย่าส่งเสียง... นั่นไม่ใช่คน แต่มันคือคำสาปที่ตามมาทวงหนี้ชีวิตเราแล้ว”
รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริงอันเร่าร้อนในบทถัดไปนะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 27
สัมผัสในความมืด
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!