“ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมเลือดในกายคุณถึงเต้นเร่าทุกครั้งที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องใต้ดินนั่น ก็จงฟังให้ดี… เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะพูด มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่าก่อนนอน แต่มันคือคำสาปที่ฝังรากลึกยิ่งกว่ากลิ่นดินในสุสาน”
ป้าอิ่ม หญิงชราอดีตแม่บ้านเก่าแก่ผู้กุมความลับของคฤหาสน์รัตนศิลามานานกว่าสี่ทศวรรษ เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวในห้องเก็บของหลังบ้าน เสียงของนางแหบพร่าคล้ายใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะหมุนตัวกลับ แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวสะท้อนดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของหญิงชรา
“ป้าอิ่ม... ป้ากำลังจะบอกว่าเรื่องที่เขาพูดกันในหมู่บ้านเป็นเรื่องจริงงั้นหรือคะ?” รินรดาถาม เสียงของเธอสั่นเครือ ความเย็นเยียบจากกำแพงหินซึมลึกเข้าสู่ผิวหนัง เธอไม่ได้กลัวผีสาง แต่น่ากลัวกว่านั้น... เธอกลัวความจริงที่กำลังจะได้รับฟัง
“ตระกูลของคุณคีรินไม่ได้ถูกสาปด้วยมนต์ดำจากหมอผีที่ไหนหรอกค่ะ” ป้าอิ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ราวกับเยาะเย้ยความโง่เขลาของคนรุ่นหลัง “แต่มันคือ 'พันธะราคี' ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของบรรพบุรุษ บรรพบุรุษของคุณคีรินเคยลุ่มหลงในสตรีผู้หนึ่ง แต่ความรักนั้นกลับกลายเป็นอาวุธร้ายเมื่อนางทรยศเขา เขาจึงสาปแช่งให้ผู้ชายทุกคนในตระกูลต้องเผชิญกับ 'ความกระหาย' ที่ไม่มีวันเติมเต็ม… ยิ่งรัก ยิ่งปรารถนา ยิ่งต้องทนทุกข์ราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายใน”
รินรดาขมวดคิ้วแน่น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกถึงสัมผัสร้อนแรงจากคีรินในค่ำคืนที่ผ่านมา ความเร่าร้อนที่ดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความแค้นเคืองและโหยหาในเวลาเดียวกัน “แล้ว... มันเกี่ยวกับฉันอย่างไรคะ? ทำไมเขาถึงเลือกฉัน”
หญิงชราขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของกำยานเก่าๆ โชยมาจากตัวนาง “เพราะเลือดในกายของคุณรินรดามีสายธารเดียวกับสตรีผู้นั้นอย่างไรเล่าคะ... สตรีที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมเมื่อร้อยปีก่อน”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอไม่ใช่แค่คนนอกที่เข้ามาเป็นบรรณารักษ์จัดเก็บห้องสมุดเก่าแก่ แต่เธอคือส่วนหนึ่งของวงจรบาปที่คีรินพยายามจะทำลาย หรืออาจจะพยายาม ‘ตอกย้ำ’ ให้หนักกว่าเดิม
“คุณคีรินเขารู้เรื่องนี้ดี” ป้าอิ่มลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ทุกครั้งที่เขาแตะต้องตัวคุณ เขาไม่ได้เพียงแค่แสดงความรัก แต่นั่นคือการกักขังวิญญาณของคุณไว้ด้วยพันธะแห่งเลือด หากเขาสามารถครอบครองคุณได้ทั้งกายและใจ คำสาปนั้นจะสิ้นสุดลง แต่หากเขาพ่ายแพ้… คุณจะต้องเป็นคนถัดไปที่ต้องรับช่วงต่อความทรมานนี้ไปชั่วนิรันดร์”
รินรดายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง เธอเพิ่งเข้าใจว่าทำไมสายตาของคีรินถึงมักจะมีประกายความขัดแย้งทุกครั้งที่เขามองเธอ มันไม่ใช่แค่ความใคร่ แต่มันคือการต่อสู้ระหว่างสัญชาตญาณสัตว์ป่ากับโซ่ตรวนทางอารมณ์ที่เขาสวมใส่อยู่
“แล้ววิธีแก้ล่ะคะ...” รินรดาเค้นเสียงถาม “ไม่มีวิธีอื่นนอกจากต้องยอมเป็นเหยื่อให้เขาเลยหรือ?”
ป้าอิ่มไม่ตอบ นางเพียงแต่กวาดสายตาไปยังหน้าต่างห้องเก็บของที่มองเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางสวนกุหลาบสีเลือดในยามวิกาล
“เขามาแล้วค่ะ...” ป้าอิ่มเอ่ยเสียงเรียบ “และดูเหมือนเขาจะไม่อยากให้คุณได้ยินเรื่องราวทั้งหมดนี้จากปากใครทั้งสิ้น”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาใกล้ประตูไม้บานหนา รินรดาหันขวับไปมอง เงาของชายหนุ่มทอดตัวยาวเข้ามาผ่านรอยแยกของประตู คีรินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเข้มดุจถ่านไฟฉายแสงวาบ เขาไม่ได้โกรธเคือง แต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย—ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความเยือกเย็น
“รินรดา...” เสียงของเขาแหบต่ำ ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยมนต์สะกดที่ทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวย “ผมบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าอย่าขุดคุ้ยเรื่องที่ฝังไปแล้ว”
เขาเดินก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาผสมกับกลิ่นอายความเย็นของสวนยามค่ำคืนปะทะเข้าจมูกของเธอ คีรินหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างไปเพียงคืบ ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนจนเธอรู้สึกได้ มือแกร่งเชยคางเธอขึ้นให้สบตา “ถ้าคุณอยากรู้ความจริงขนาดนั้น ผมจะแสดงให้ดู… ว่าทำไมบรรพบุรุษของผมถึงได้ 'คลั่ง' จนต้องสาปตัวเอง”
เขาเลื่อนมือไปแตะที่ต้นคอของเธอ เบาหวิวแต่กลับทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งร่าง “ความจริงไม่ได้อยู่ที่คำพูดของคนแก่คนนี้ แต่มันอยู่ที่นี่... ในจังหวะการเต้นของหัวใจคุณ ที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับผม”
คีรินก้มลงกระซิบข้างใบหู แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้รินรดาแทบหมดทางหนี ก่อนที่เขาจะหันไปทางป้าอิ่มด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนหญิงชราต้องก้มหน้าหลบ “ออกไปได้แล้วป้าอิ่ม… คืนนี้ผมกับรินรดา มีเรื่องต้อง ‘ตกลง’ กันอีกยาว”
รินรดาใจหายวาบเมื่อเห็นประตูปิดลงพร้อมเสียงล็อกกลอนจากด้านนอก เธอถูกทิ้งให้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของชายผู้เป็นเจ้าของคำสาปโดยไม่มีทางออก
คีรินโน้มตัวลงมาจนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของเธอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก “คุณอยากจะรู้ไม่ใช่หรือว่ามันจบลงอย่างไร? งั้นคืนนี้… ผมจะให้คุณเห็นจุดจบที่แท้จริงของคำสาปบทนี้ด้วยตัวเอง”
เขากระชากร่างเธอเข้าไปชิดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ก่อนที่มือข้างหนึ่งของเขาจะเอื้อมไปที่รอยสักรูปกุหลาบดำบนหัวไหล่ของเธอ ซึ่งเริ่มเรืองแสงประหลาดท่ามกลางความมืดมิดของห้องที่ปิดตาย
รสรินกลิ่นกำมะหยี่หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริงอันเร่าร้อนในบทถัดไปนะคะ
พันธะราคีในสวนเร้นลับ•ตอนที่ 26
ความจริงจากอดีตคนรับใช้
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะราคีในสวนเร้นลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!